“เปแอสเช” กับความสุขสมหวัง

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง พยายามสร้างความยิ่งใหญ่ในเวทีฟุตบอลยูโรปตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา แน่นอนไม่มีใครว่าสนใจว่า “เปแอสเช” จะกวาดถ้วยรางวัลในประเทศตัวเองไปแล้วกี่ถ้วย เพราะว่ากันตามตรงพวกเขาแทบจะผูกขาดกับแชมป์ในประเทศไปแล้ว

ทว่าในถ้วยระดับยูโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก “เปแอสเช” ยังตามหาและรอคอยได้สัมผัสมันอย่างภาคภูมิ แม้จะมีโอกาสได้เฉี่ยวๆ อยู่บ้างแต่ก็ยังไม่เอื้อมไม่ถึงเสียที แต่การมาของ หลุยส์ เอ็นริเก สามารถสร้างความแตกต่างได้สำเร็จ เมื่อพาทีมเข้าชิงชนะเลิศถ้วยหูใหญ่ เมื่อฤดูกาล 2024/2025 พร้อมคว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปครองอย่างสมฤทัย

ก่อนที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะเดินหน้าล่าความสำเร็จกับเกมแชมป์ชนแชมป์ในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เอาชนะจุดโทษ “ทอตแนม ฮอตสเปอร์” ไป เท่านั้นยังไม่พอยังคว้าชัยเหนือ “ฟลาเมงโก” เถลิงแชมป์ อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ ได้อีกถ้วย เมื่อรวมกับอีก 3 แชมป์ในแดนน้ำหอม เท่ากับว่าปี 2025 “เปแอสเช” คว้าแชมป์ไปทั้งหมด 6 แชมป์ หรือที่เรียกว่า “เซ็กซ์ทูเพิล” (Sextuple)

“เชลซี” สโมสรแรกที่คว้าทุกถ้วยในเวทียุโรป

หากทุกสายตาจับจ้องไปที่ความสำเร็จกับถ้วยหูใหญ่ของยุโรปของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แต่ยังมีอีกหนึ่งทีมที่สร้างประวัติศาสตรืหน้าใหม่ให้วงการลูกหนังโลกได้ตื่นตาตื่นใจ นั่นคือ เชลซี ยอดทีมจากพรีเมียร์ ลีก กับการเป็นสโมสรแรกที่คว้าถ้วยยุโรปได้แบบครบทุกใบ ไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก, ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ (ถูกยกเลิกไปแล้ว), ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อย่างละ 2 สมัย

ก่อนจะมาคว้าถ้วยยุโรปใบเล็กสุด ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ได้เป็นใบแรกของสโมสร เมื่อฤดูกาล 2024/2025 ทำให้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า มอบรางวัลพิเศษที่เรียกว่า “ยูโรเปี้ยน เซ็ต” ให้กับ เชลซี เพื่อเป็นเกียรติให้กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาทำได้ ซึ่งยากที่จะมีทีมใดทำได้ภายในเร็วๆ นี้ หลังจากนั้นกลางปี 2025 เชลซี ยังยึดติดกับคำว่า “สโมสรแรก” เมื่อจัดการสยบความโหดของ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในนัดชิงดำ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 กลายเป็นทีมที่คว้าถ้วยแชมป์ทุกรายการที่ลงเล่นในระดับสโมสรเป็นทีมแรกในหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก

บัลลงดอร์หน้าใหม่ “อุสมาน เดมเบเล”

อุสมาน เดมเบเล ชายผู้ที่แสดงศักยภาพสูงสุดของตัวเองออกมาให้โลกได้เห็น หลังอาการบาดเจ็บเป็นเหมือนสิ่งที่ฉุดความเก่งของเขาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่กับปีนี้ไม่ใช่แบบนั้น เมื่อ เดมเบเล พา ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์มากมาย พร้อมฟอรืมการเล่นส่วนตัวที่สะเด่าเร้าใจ กดไป 35 ประตู กับอีก 16 แอสซิสต์ จาก 53 นัดตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งหากกวาดสายตามองไปทั่วก็คงไม่มีใคร เหมาะสมที่จะคว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2025 ไปกว่าแข้งชาวฝรั่งเศสรายนี้อีกแล้ว และยังถือว่าเป็นแข้งจากทัพ “ตราไก่” คนที่ 6 ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้ นอกจากนี้ เดมเบเล ยังคว้ารางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยม ลีก เอิง และ คว้ารางวัล ผู้เล่นยอดเยี่ยม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกด้วย

“หงส์แดง” ใช้จ่ายมากสุดช่วงซัมเมอร์

ตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์ กลายเป็นอีกหนึ่งตลาดซื้อขายที่เต็มไปด้วยเรื่องอลม่านมากมายกับบรรดาทีมที่ต้องควานหาซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีม แน่นอนว่าการใช้เงินในแต่ละครั้ง แต่ละทีมมักจะรอบคอบและให้ความสำคัญหากจ่ายแบบถูกๆ ได้ก็ดี แต่ถ้าจำเป็นต้องจ่ายแพงจริงๆ ก็ย่อมทำได้เช่นกัน

เหมือนดั่ง ลิเวอร์พูล ที่เป็นเหมือนดั่งเศรษฐีทุนหนาในตลาดซื้อขายซัมเมอร์นี้ เมื่อใช้เงินไปกับการซื้อนักเตะ 446 ล้านปอนด์ (ราวๆ 19,000 ล้านบาท) พร้อมสร้างดีลสุดฮือฮาถึง 2 ดีล กับการทุบสถิติ พรีเมียร์ ลีก คว้าตัว ฟลอเรียน เวียร์ตซ์ จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัว 116 ล้านปอนด์ (ราว 5,000 ล้านบาท) ก่อนที่จะทำลายสถิติอีกครั้งกับดีลของ อเล็กซานเดอร์ อิซัค จาก นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 125 ล้านปอนด์ (ราว 5,500 ล้านบาท) รวมถึงนักเตะใหม่อย่าง เจเรมี ฟริมปง, มิลอส เคอร์เคซ และ อูโก เอกิติเก อีก

แต่การจ่ายเงินมากที่สุดไม่ได้การันตีฟอร์มที่ยอดเยี่ยมเพราะด้วยการเปลี่ยนแปลงที่มากเกินไปจากการปล่อยแข้งที่อยู่กับทีมมานานหลายคนทั้ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, หลุยส์ ดีอาซ,และ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และ ดาร์วิน นูนเญซ ทำให้สมดุลทีมเสียจนต้องตั้งศูนย์กันใหม่หมด จนจากที่ลุ้นกวาดทุกแชมป์ ตอนนี้เหลือเพียงเป้าหมายการทำอันดับให้ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เท่านั้น

“โชตา” ในความทรงจำตลอดไป

หนึ่งในเหตุการณ์ที่แฟนบอลทั่วโลก แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้ติดตามเชียร์สโมสรไหนก็ตาม ต่างก็ต้องช็อกและโศกเศร้าไปตามๆ กัน เมื่อ ดีโอโก โชตา กองหน้าตัวเก่งของทัพ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล และทีมชาติโปรตุเกส ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่สเปน พร้อมกับน้องชาย อังเดร ซิลวา ขณะเดินทางเพื่อกลับมายัง ลิเวอร์พูล เพื่อเตรียมตัวกัลบมาเข้าแคมป์ช่วงปรีซีซั่น

ในช่วงครึ่งปีแรกของ โชตา เต็มไปด้วยความสุข ซึ่งหากเรามองดูในฐานะบุคคลธรรมดา นี่คือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง เพราะ โชตา เพิ่งคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 20 ร่วมกับ ลิเวอร์พูล ก่อนที่อีกไม่กี่วันต่อมาจะได้เถลิงแชมป์ยูฟ่า เนชันส์ ลีก กับชาติบ้านเกิดโปรตุเกส ทำให้หลังจากนั้น เขาเลือกเดินประตูวิวาห์กับ รูเต การ์โดโซ แฟนสาวที่คบกันมานานพร้อมทั้งมีทายาทด้วยกัน 3 คน

ทุกอย่างกำลังไปได้สวยสุดๆ ทว่าชีวิตของมนุษย์ไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อผ่านเข้าวันที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม โลกได้สูญเสีย ดีโอโก โชตา และอังเดร ซิลวา ไปตลอดกาล แบบที่เราทราบกันดี จน “หงส์แดง” ประกาศยกเลิกเสื้อเบอร์ 20 เป็นการรำลึกและให้เกียรติแก่เขา ขณะเดียวกันสโมสรและเพื่อนๆ ของ โชตา ต่างก็สัญญาว่า จะดูแลครอบครัวของเขาให้ดีที่สุดเหมือนดั่งที่โชตาทำเพื่อผู้อื่นเสมอมา ถึงแม้ตัวจะไม่อยู่ แต่ความทรงจำที่สวยงามระหว่าง ดีโอโก โชตา กับแฟนฟุตบอลทั่วโลกจะถูกจดจำตลอดไป

ทีมข่าวกีฬาเดลินิวส์.