“ฤดูฝนที่ชุ่มชื้น ฤดูหนาวแสนเย็นสบาย แต่กลับเป็นช่วงที่ไข้หวัดแพร่กระจายเต็มพื้นที่” นั่นเพราะความชื้นและอากาศเย็นคือสภาวะที่เชื้อโรคเติบโตได้ดีที่สุด การเข้าใจกลไกการทำงานของพวกมันจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลตัวเองและคนที่เรารักครับ

“3 เส้นทาง” ที่เจ้าเชื้อโรคใช้จู่โจมคุณ

พญ.พวงรัตน์ ตั้งธิติกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์โรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลนวเวช ได้เผยผ่าน Healthy Clean อธิบายว่าเชื้อโรคตัวน้อยเหล่านี้มีวิธีเดินทางหลักๆ 3 รูปแบบ

-การสัมผัส (Contact Transmission): ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง หรือการสัมผัสทางอ้อมผ่านสิ่งของสาธารณะ เช่น ลูกบิดประตู หรือโทรศัพท์ แล้วเผลอเอาไปโดนตา จมูก หรือปาก
-ฝอยละอองขนาดใหญ่ (Droplet Transmission): มาจากการไอ จาม หรือพูดคุยในระยะใกล้ (ประมาณ 1 เมตร) เช่น เชื้อไข้หวัดใหญ่
-ละอองลอยขนาดเล็ก (Air-borne Transmission): เชื้อที่จิ๋วมากจนลอยไปได้ไกลในอากาศ เช่น วัณโรค ซึ่งน่ากลัวกว่าที่คิด

เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย… จะเกิดอะไรขึ้น?

หลังจากเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจ จะใช้เวลาฟักตัวประมาณ 1-3 วัน ก่อนจะเริ่ม “ยึดพื้นที่” และแสดงอาการตามจุดต่างๆ
-ถ้าอยู่ที่จมูก: จะคัดจมูก น้ำมูกไหล จาม
-ถ้าลุกลามไปที่คอ: จะเจ็บคอ ไอ ต่อมทอนซิลอักเสบ
-ถ้าลงไปถึงหลอดลม: จะเริ่มมีเสมหะ เสียงแหบ
-ถ้าก้าวร้าวถึงปอด: จะมีอาการเหนื่อย เจ็บหน้าอก และไออย่างรุนแรง

ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) ไม่ใช่คำตอบของ “ทุกไข้หวัด”

เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะเชื้อที่ทำให้เป็นหวัดส่วนใหญ่ 70-80% เป็นเชื้อไวรัส ซึ่งการรักษาคือการ “รักษาตามอาการ”
-ห้ามกินยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น: เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้หายไวขึ้นแล้ว ยังเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ “เชื้อดื้อยา” ในอนาคต
-ยกเว้นกรณีเป็นแบคทีเรีย: แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาจ่ายยาให้เพื่อให้หายป่วยได้อย่างเหมาะสม
หากมีไข้สูงเฉียบพลัน หนาวสั่น ปวดเมื่อยตัว ควรตรวจเช็กทันทีว่าเป็นไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 หรือไม่ เพื่อรับยาต้านไวรัสได้ทันท่วงที

“วัคซีนแบบพ่นจมูก” ทางเลือกใหม่ของคนกลัวเข็ม

สำหรับใครที่อยากมีภูมิคุ้มกันแต่ “กลัวเข็ม” จนยอมเสี่ยงป่วย ปัจจุบันมีนวัตกรรม วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก (LAIV) ที่น่าสนใจมากครับ:
-กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ที่มีอายุ 2 – 49 ปี
-ประสิทธิภาพ: ป้องกันโรคได้สูงถึง 88% ลดการเข้าโรงพยาบาลได้ 63%
-ความคุ้มค่า: ภูมิคุ้มกันอยู่ได้นานถึง 12 เดือน และที่สำคัญคือ “ไม่เจ็บตัว”

ใครที่ “ห้าม” ใช้วัคซีนแบบพ่น?
-หญิงตั้งครรภ์
-ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
-ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดรุนแรง
-ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีนอย่างรุนแรง

“การป้องกันดีกว่าการรักษาเสมอคค่ะ นอกจากการฉีด (หรือพ่น) วัคซีนแล้ว การดูแลสุขภาพพื้นฐานอย่างการกินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดนะคะ” พญ.พวงรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย..

……………………………………………
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…คลิก…