ตามที่ก่อนหน้านี้ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 6/2568 กรณีการทดลองขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ในช่วงเวลา 14.00 – 17.00 น. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.2568 ทางที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้ความสำคัญกับการประเมินผลกระทบในช่วงเวลา 6 เดือนที่ให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ตั้งแต่ช่วงเวลา 14.00-17.00 น. รวมถึงมาตรการควบคุมกรณีข้อกำหนดห้ามขายให้ “คนเมา” ซึ่งกรมควบคุมโรคมีกำหนดแนวทางไว้แล้ว และจะออกเป็นกฎหมายลูก หรือประกาศแนวทางต่อไปนั้น

ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำ “แนวทางการตรวจสอบอาการมึนเมา” ให้ร้านค้าประเมินก่อนขาย รอออกประกาศล้อตาม มาตรา 29(2) พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2558 ห้ามขายสุราทุกชนิดให้แก่ “คนเมา” เบื้องต้นระบุว่า ด้วยมาตรา 29 (2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 บัญญัติห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมา ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมควบคุมโรค โดยคำแนะนำของราชวิทยาลัยจิตแพทย์แห่งประเทศไทย จึงออกแนวทางการตรวจสอบอาการมึนเมา ดังนี้

1. บุคคลที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นบุคคลที่มีอาการมึนเมา

1.1 บุคคลที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณที่ส่งผลให้เกิดการบกพร่องที่เห็นได้ชัดเจนในการควบคุมการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกาย (เช่น เดินเซ หรือยืนลำบาก เป็นต้น) หรือการแสดงออกทางพฤติกรรมหรือวาจา จนอาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือเป็นการรบกวนความสงบเรียบร้อย 1.2 บุคคลที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และมีอาการร่วมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

1.2.1 อาการทางกาย ภาพที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่

(ก) ตาแดงฉ่ำ หรือมีอาการตากระตุก

(ข) การควบคุมการเคลื่อนไหวบกพร่องอย่างชัดเจน เช่น เดินเซ เดินไม่ตรงทาง ยืนลำบาก ล้มเซ หรือมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด

1.2.2 อาการทางวาจาและพฤติกรรม

(ก) พูดไม่ชัดเจน พูดอ้อแอ้ พูดรวบรัด หรือพูดช้ากว่าปกติ

(ข) มีภาวะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย แสดงอารมณ์ก้าวร้าว หรือรบกวนผู้อื่น

(ค) กล่าววาจาในลักษณะข่มขู่หรือยุยงให้เกิดความไม่สงบ

2. วิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา สามารถดำเนินการตามวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ 2.1 การแตะจมูกตัวเอง : ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมาหลับตา ยื่นแขนไปข้างหน้าแล้วชี้นิ้วออกไป จากนั้นให้งอข้อศอกและนำนิ้วมาแตะที่ปลายจมูกโดยไม่ลืมตา หากบุคคลนั้นไม่สามารถนำนิ้วมาแตะที่ปลายจมูกได้ โดยพลาดเป้าเกินกว่าหนึ่งเซนติเมตร หรือมีอาการมือสั่นอย่างเห็นชัดขณะพยายามแตะจมูก ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา

2.2 การเดินต่อเท้า : ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมาเดินสลับเท้าโดยให้ส้นเท้าชิดปลายเท้าเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าสิบก้าว แล้วหันตัวด้วยเท้าหนึ่งข้าง จากนั้นเดินสลับเท้าแบบส้นเท้าชิดปลายเท้าอีกสิบก้าว หากมีการแสดงความผิดปกติดังต่อไปนี้ร่วมกันตั้งแต่สองครั้งขึ้นไประหว่างดำเนินการ ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา

2.2.1 ไม่สามารถเดินต่อเท้าโดยให้ส้นเท้าชิดปลายเท้าได้อย่างต่อเนื่อง

2.2.2 ก้าวออกนอกเส้น หรือเดินเซชัดเจน

2.2.3 ใช้แขนช่วยพยุงตัวเพื่อทรงตัว (กางแขนออก)

2.2.4 หยุดเดินก่อนครบสิบก้าว

2.2.5 ไม่สามารถหันตัวได้อย่างถูกวิธี

2.3 การยืนขาเดียวและนับเลข : ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมายืนตัวตรง ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นประมาณสิบห้าเซนติเมตร และเริ่มนับเลขตั้งแต่หนึ่งพันหนึ่งไปจนถึงหนึ่งพันสามสิบ (1001, 1002, …) จนกว่าจะครบสามสิบวินาที ขณะที่นับเลข หากตัวเซ วางเท้าลง เอียง หรือใช้แขนทรงตัว ให้ถือว่าบุคคลดังกล่าวมีอาการมึนเมา หากมีการแสดงความผิดปกติดังต่อไปนี้ร่วมกันตั้งแต่สองครั้งขึ้นไประหว่างดำเนินการ ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา

2.3.1 วางเท้าลงกับพื้นก่อนครบสามสิบวินาที

2.3.2 ใช้แขนช่วยพยุงตัวเพื่อทรงตัว (กางแขนออก)

2.3.3 ตัวเซหรือโยกตัวอย่างชัดเจนขณะยืน

2.3.4 เอียงเท้าด้วยข้างที่อยู่กับพื้น

โดยคาดว่าจะมีการออกประกาศอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้ และเป็นที่น่าจับตา ว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายได้มากน้อยแค่ไหนเพราะต้องยอมรับว่าปัญหาสำคัญที่ยังทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนหรือแม้กระทั่งความรุนแรงในทุกรูปแบบซึ่งมีสาเหตุมาจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็เป็นผลมาจากการไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด.