ภาวะดังกล่าว ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกาย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยมักจะมีอาการเหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หน้ามืด หรือหมดสติ และอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิต
เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ปัจจุบัน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ จึงได้นำเทคโนโลยี TAVR (Transcatheter Aortic Valve Replacement) หรือการเปลี่ยนลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวนโดยไม่ต้องผ่าตัดมาใช้เป็นทางเลือกหลักสำหรับผู้ป่วย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการผ่าตัดใหญ่

จุดเด่นของการรักษาด้วยวิธี TAVR คือ 1. การที่ไม่ต้องผ่าตัดเปิดหน้าอก เป็นการเปลี่ยนลิ้นหัวใจใหม่เข้าไปแทนที่ผ่านทางสายสวน โดยส่วนใหญ่ผ่านหลอดเลือดแดงบริเวณขาหนีบ
2. แผลเล็ก เจ็บน้อย : ลดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดใหญ่และการใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม
3. ฟื้นตัวเร็ว : ผู้ป่วยมักใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลเพียงสั้นๆ และสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

โดยตั้งแต่นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้รักษาคนไข้โรคดังกล่าว สำเร็จไปครบ 200 เคส เกิดจากการทำงานร่วมกันของ “Heart Team” ซึ่งประกอบด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางหลากหลายสาขา และทีมพยาบาลวิชาชีพ ที่ร่วมกันวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ตั้งแต่การประเมินความพร้อมก่อนทำหัตถการ ไปจนถึงการติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและความปลอดภัยสูงสุดของผู้ป่วย เพราะ “ทุกจังหวะของหัวใจ” คือคุณภาพชีวิตที่สำคัญ
โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ย้ำว่า ยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากล

ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายปรึกษา: ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สายด่วนโรคหัวใจ : โทรศัพท์ 06-4205-3970 ช่องทางออนไลน์: Facebook @Chulabhorn Hospital | LINE @Chulabhornhospital และ เว็บไซต์ : www.cra.ac.th
อภิวรรณ เสาเวียง



