นั่นเป็นข้อมูล ที่ ..รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผอ.สำนัก งานสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สำนักงานกองทุนสนับสนุน (สสส.) เปิดเผยในงาน “อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด เพื่อเสริมความรู้ทักษะในการดูแลผู้ป่วยยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน” และ “การอบรมพัฒนาศักยภาพชุมชนและอดีตผู้ผ่านการบำบัด เพื่อดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างมีส่วนร่วม” ที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจัดโดยกรมการปกครอง มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ และ สสส.

จากข้อมูล และเหตุผลข้างต้น..รุ่งอรุณ ก็ได้อธิบายเพิ่มว่า การที่ยาเสพติดจะเข้าไปทำลายสมองส่วนการคิดและมีเหตุผล แล้วไปกระตุ้นสมองส่วนอยากให้รุนแรงขึ้น ทำให้มาตรการแก้ปัญหาแบบเดิม ๆ ใช้ไม่ได้ผลเนื่องจากจะเน้นการปราบปรามหรือบำบัดระยะสั้น ขาดการฟื้นฟูต่อเนื่องทำให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่วงจรเดิม จึงต้อง เปลี่ยนมุมมองจากผู้เสพคือผู้ป่วยโรคสมองติดยา เมื่อบำบัดจนเสร็จสิ้นแล้วติดตามต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี จะช่วยลดโอกาสในการกลับไปเสพยาซ้ำ ที่สำคัญคือจะต้องร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบตามแนวทาง “ชุมชนล้อมรักษ์ หรือ CBTx” คือให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้กำลังใจ การสร้างโอกาส และการพัฒนาอาชีพ จะช่วยยืดระยะเวลาการไม่กลับไปใช้สารเสพติดซ้ำอย่างน้อย 1 ปี

ทั้งนี้ แผนปฏิบัติการเชิงรุกพื้นที่ยุทธศาสตร์ปี 2569-2570 จะเน้นไปที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ น่าน ขอนแก่น อุบลราชธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ระดับจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข ต้องร่วมกันกำหนดนโยบายสนับสนุนให้ทุกภาคส่วนทำงานสอดประสานกัน สร้างกลไกป้องกันและแก้ปัญหาโดยใช้ชุมชนเป็นฐานอย่างเป็นระบบ ทำงานแบบบูรณาการ ร่วมกันทั้งหน่วยงานรัฐและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้อย่างแท้จริง

สำหรับขอนแก่น ซึ่งเป็น 1 ในพื้นที่เป้าหมายนั้น ทาง นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ระบุว่า ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นยังพบการลักลอบลำเลียงและกระจายยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาบ้า ยาไอซ์ จึงต้องร่วมมือกันทุกหน่วยงานในการป้องกัน ปราบปราม และบำบัดผู้ติดยาเพื่อคืนสู่สังคม อย่าง 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภออุบลรัตน์ อำเภอน้ำพอง อำเภอชุมแพ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอหนองเรือ และอำเภอบ้านฝาง ที่บูรณาการฝ่ายปกครอง ตำรวจ และชุมชน เป้าหมายสำคัญ คือ การลดจำนวนผู้เสพ ผู้ค้า และสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากยาเสพติดอย่างยั่งยืน

ส่วนการอบรมเชิงปฏิบัติการนั้น นายประจวบ อธิบายว่า เป็นการรวมพลังจาก 2 ส่วนหลัก คือ 1. กลุ่มบุคลากรผู้บำบัด เพื่อเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. กลุ่มภาคีเครือข่ายชุมชนและอดีตผู้ผ่านการบำบัด และหวังว่าผู้เข้ารับการอบรมจะนำองค์ความรู้ที่ได้ไปขับเคลื่อนงานในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

นพ.ชาญชัย ธงพานิช ผอ.รพ.ธัญญรักษ์ขอนแก่น เล่าว่า ที่ขอนแก่นมีมินิธัญญารักษ์ 3-4 แห่ง รับดูแลระยะกึ่งวิกฤติ หรือหลังภาวะฉุกเฉินผ่านการดูแลจากโรงพยาบาลชุมชนที่อาการดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งหน้าที่นี้ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับศูนย์พักคอย ทั้งนี้จากข้อมูลทั้งประเทศ
ผู้ที่เข้ารับการดูแลในมินิธัญญารักษ์อายุน้อยลงเรื่อย ๆ เดิมเป็นวัยทำงานอายุ 30-40 ปี แล้วค่อย ๆ ขยับลงมา ตอนนี้ราว ๆ 22-23 ปี เท่ากับว่า เป็นช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยใกล้จะจบ และกลุ่มเด็กก็เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่น่ากังวลอนาคตจะเป็นแรงงานที่อาจมีปัญหา ดังนั้น สสส.จึงมีกระบวนการการส่งเสริมป้องกัน

ขณะที่ นายภูริภัทร รัตนขันแสง ปลัดอำเภอน้ำพอง เล่าว่า เราได้มีการสร้างเครือข่ายตั้งแต่ระดับตำบล และหมู่บ้านเป็น “ที่พักคอย” ของผู้ป่วยยาเสพติด เพื่อดูแลผู้ติดยาที่พ้นช่วงเวลาการดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพ้นจากการบำบัดรักษาแล้ว แต่ยังไม่สามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวหรือในชุมชนได้ จึงให้มีการดูแลในจุดนี้ก่อนเพื่อป้องกันการกลับไปใช้สารเสพติดซ้ำ โดยมีการอบรมและกำชับผู้ดูแลให้เข้าใจ และรู้วิธีการดูแลคนเหล่านี้ โดยเฉพาะการเข้าร่วมโครงการอบรมของ สสส. ทั้งนี้ ถ้าเราบำบัดไปมีคนเสพใหม่ ภาระงานจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ.

อภิวรรณ เสาเวียง