กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการจำหน่ายรถยนต์นั่ง และรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต และมีการซื้อรถยนต์นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง มาไว้เพื่อขายมีการใช้สิทธิเคลมภาษีซื้อปกติ และต่อมา มีการโอนรถคันดังกล่าวมาเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ วันที่โอนทรัพย์สินมาเป็นมีการโอนรถคันดังกล่าวมาเป็นทรัพย์สินของบริษัท วันที่โอนทรัพย์สินมาเป็นของบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 1) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขการนำสินค้าไปใช้เพื่อการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง ตามมาตรา 77/1 (8) (ง) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ดังนั้น บริษัทฯ จึงต้องนำมูลค่ารถยนต์นั่งดังกล่าว (ตามราคาทุน) มาคำนวณภาษีขาย โดยไม่จำต้องออกใบกำกำกับภาษีตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 ฯและเมื่อบริษัทฯ ขายรถยนต์นั่งที่โอนมาเป็นทรัพย์สินดังกล่าว บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้นิติบุคคลอีก ซึ่งเป็นความซ้ำซ้อนอย่างยิ่ง ดังนี้
สมมุติ ราคาขายรถยนต์นั่ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ที่บริษัทฯ ขายไปในราคา 2.5 ล้านบาท นั้น เป็นไปตามราคาตลาด ณ วันที่บริษัทฯ ขาย เช่นนี้ บริษัทฯ มีสิทธินำมูลค่าต้นทุนในส่วนที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ที่คงเหลือยู่จำนวน 3.5 แสนบาท มาหักออกไป คงเหลือกำไรทางภาษี 2.15 ล้านบาท ในการคำนวณกำไรจากการขายทรัพย์สินรถยนต์ทางภาษีอากร อาจคำนวณได้ดังนี้
ราคาขายรถยนต์นั่ง 2,500,000 บาทหัก มูลค่าต้นทุนทางบัญชี (4,350,000) บาทขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน (1,850,000) บาทหัก มูลค่าต้นทุนรถยนต์ในส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท 4,000,000 บาท คงเหลือกำไรทางภาษี 2,150,000 บาท.



