“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามมุมมองเหตุการณ์ลักษณะนี้ ใครควรรับผิดชอบ และกฎหมายเอาผิดเรื่องใดได้บ้าง กับนายนิติศักดิ์ มีขวด ทนายความและนักกฎหมาย ให้ข้อมูลว่าเจ้าของห้องพักสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด แบ่งได้ 2 ส่วน คือการดำเนินคดีอาญา และการใช้สิทธิเรียกร้องในทางแพ่ง
“การดำเนินคดีอาญา” การที่หัวหน้า รปภ.ใช้มาสเตอร์คีย์การ์ด“พยายาม”เปิดประตูแต่ไม่สามารถเข้าได้ เพราะใส่สลักล็อกจากด้านใน การกระทำดังกล่าวเป็นกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ตามป.อาญา มาตรา 362 ซึ่งหากการกระทำเกิดขึ้น“ในเวลาคืน”ต้องรับโทษหนักขึ้น ตามป.อาญา มาตรา 365

ทั้งนี้ แม้ไม่ได้เข้าไปในห้องพักก็ถือเป็นการกระทำความผิดอาญาแล้ว เพราะการที่ใช้มาสเตอร์คีย์การ์ดเปิดห้องแล้วแต่เข้าห้องไม่ได้เพราะประตูล็อกจากด้านใน เป็นการกระทำที่“ใกล้ชิดผลสำเร็จ”แม้จะยังไม่ได้เข้าไปในห้อง หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายรุกล้ำเข้าไปในห้องก็ตาม โดยการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานพยายามบุกรุกหรือบุกรุกในเวลากลางคืน ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ส่วนของโทษที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
อย่างไรก็ตาม จากเหตุดังกล่าวหากมีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายหัวหน้า รปภ.รุกล้ำเข้าไปในห้องพัก ถือเป็นกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข เป็นการกระทำความสำเร็จในฐานบุกรุก หรือบุกรุกในเวลากลางคืน

ตัวอย่างคำพิพากษาใกล้เคียงคือ ฎีกาที่ 10854/2553 สรุปว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกเข้าไปในห้องของโรงแรมที่เกิดภัยพิบัติเพื่อลักทรัพย์สินของโรงแรมและนักท่องเที่ยวที่เก็บรักษาไว้ จำเลยทั้งสองลงมือกระทำความผิดแล้วแต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะมีผู้พบเห็นและเข้าขัดขวาง ถือได้ว่าฟ้องโจทก์ได้บรรยายครบถ้วน ตาม ป.วิอาญา มาตรา 158 (5) แล้ว เพียงแต่ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์ที่จำเลยทั้งสองพยายามลักเท่านั้น เพราะลักษณะของความผิดย่อมยังไม่อาจทราบได้ว่าเป็นทรัพย์อะไรมีมูลค่าเท่าใด
แต่เมื่ออ่านคำฟ้องโดยตลอดแล้ว ย่อมเป็นที่เข้าใจได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามลักทรัพย์ของผู้อื่น ฟ้องโจทก์จึงระบุข้อเท็จจริงรายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลและสิ่งของพอสมควรเท่าที่จะทำให้จำเลยทั้งสองเข้าใจข้อหาได้ดีและต่อสู้คดีได้ หาจำต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จำเลยทั้งสองพยายามลักดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยไม่ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
“การดำเนินคดีทางแพ่ง” หากในกรณีดังกล่าวมีทรัพย์สินเสียหาย หรือสูญหาย หรือผู้เข้าพักได้รับความเสียหายใด ๆ จากการกระทำของผู้ที่พยายามบุกรุก ผู้เข้าพักก็มีสิทธิฟ้องผู้กระทำความผิด โรงแรมหรือเจ้าของโรงแรมให้รับผิดในทางแพ่งตามมาตรา 678 หรือละเมิด ตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้

ตัวอย่างคำพิพากษาใกล้เคียง ฎีกาที่ 115/2560 ระหว่าง บริษัทประกันภัย โจทก์ และ นาง ศ.จำเลย เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับการที่รถกระบะของผู้เอาประกันสูญหายขณะเข้าพักในโรงแรมของจำเลย ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏว่าลูกค้าได้นำรถเข้าจอดและเข้าพักเพียงลำพัง โดยล็อกกุญแจรถและประตูห้องพักเรียบร้อยก่อนเข้านอน ทว่าในคืนเกิดเหตุมีคนร้ายเข้ามาในห้องพักและขโมยทรัพย์สินรวมถึงกุญแจรถ เพื่อขับรถออกไปจากโรงแรมช่วงเช้ามืด โดยที่พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นรถขับออกไป แต่เข้าใจว่าเป็นลูกค้า
ศาลฎีกาได้วินิจฉัยประเด็นความรับผิดของเจ้าสำนักโรงแรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 674 โดยระบุว่าโรงแรมมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของแขก เมื่อปรากฏว่าไม่มีระบบการตรวจตราความปลอดภัยที่เข้มงวดในการตรวจสอบรถที่เข้าออก และการที่แขกผู้พักอาศัยเพียงแต่ล็อกลูกบิดประตูโดยไม่ได้ลงกลอนหรือใส่โซ่คล้องนั้น ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนเข้าพักทั่วไป ไม่ถือว่าเป็นความประมาทเลินเล่อที่จะทำให้โรงแรมหลุดพ้นจากความรับผิด
นอกจากนี้ การที่จำเลยอ้างการติดป้ายประกาศแจ้งขอบเขตความรับผิดของโรงแรมตามภาพถ่ายนั้น ศาลเห็นว่าเนื้อหาดังกล่าวมิได้มีผลเป็นการยกเว้นความรับผิดตามที่กฎหมายกำหนดแต่อย่างใด

นายนิติศักดิ์ ยังให้คำแนะนำหากประสบเหตุการณ์เช่นนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติและพยายามเก็บรวบรวมหลักฐานให้ได้มากที่สุด
1.ขณะพักอยู่ในห้องได้ยินเสียงผิดปกติภายนอก หรือมีเสียงการงัดแงะ ต้องบันทึกวิดีโอไว้เป็นหลักฐาน
2.ขอดูและบันทึกวิดีโอจากกล้องวงจรปิดภายในโรงแรมในทันทีที่ทราบเหตุ
3.จดจำหรือบันทึกรายละเอียด หรือรูปพรรณของคนร้ายให้ได้มากที่สุด
4.แจ้งความหรือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้ผู้เช่าห้องพัก โรงแรม หรือรีสอร์ท เมื่อเข้าพักต้องคำนึงถึงระบบความปลอดภัย ด้วยการสำรวจห้องเมื่อเข้าพัก ล็อกประตู 2 ชั้น แต่เมื่อเกิดเหตุต้องมีสติ เก็บรวบพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด
สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาในเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของตำรวจต้องพิสูจน์ให้ได้ เจตนาแท้จริงที่เข้ามาในห้อง มีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือไม่ เช่น หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาที่จะกระทำทรัพย์ก็เป็นความผิดฐานพยายาม ในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ หรือหากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาที่จะเข้าไปกระทำความผิดเกี่ยวกับชีวิตร่างกายหรือความผิดเกี่ยวกับเพศ ก็เป็นความผิดฐานพยายามกระทำความผิดในฐานด้วย.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



