“มิตรภาพต้องสร้างขึ้นด้วยความจริงใจ ไม่ใช่แค่อ่านตำรา…คำว่าเพื่อนมันสั้น แต่มันก็คงอยู่ได้นานกว่าคำว่าแฟน”
จากการที่ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการถึงผู้ใต้บังคับบัญชาถึงพื้นที่ ในการขับเคลื่อนนโยบายบริหารราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงหัวข้อ “6 เร่งรัด ข้อ 5 กวดขัน เสริมสร้างวินัยจราจร” โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดำเนินการออกใบสั่งโดยระบบบริหารจัดการใบสั่งจราจร (Police Ticket Management หรือ PTM)
ก็เพื่อเป็นการสร้างความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 140 ให้อำนาจเจ้าพนักงานจราจรในการว่ากล่าวตักเตือน หรือเปรียบเทียบปรับผู้กระทำความผิดกฎหมายจราจร

ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน การบังคับใช้กฎหมายจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เกี่ยวกับการว่ากล่าวตักเตือนประชาชนก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ โดยมีการบันทึกประวัติผ่านระบบ PTM เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ทำให้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยสร้างความรู้ความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรผู้ปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกใบสั่งผ่านระบบ PTM และนำไปปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยให้ดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนเป็นอันดับแรก ก่อนออกใบสั่งทุกข้อหาที่เจ้าพนักงานจราจรมีอำนาจปรับ ในห้วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคม 2569 และเมื่อพบว่าเป็นการกระทำความผิดซ้ำ ให้ออกใบสั่งบังคับใช้กฎหมายตามปกติ
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้คณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร (ศจร.ตร.) และกองสารนิเทศ เร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการสร้างเสริมวินัยและการเคารพกฎจราจร เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดการกระทำผิดกฎหมายจราจร รวมทั้งขอให้พี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือในการรักษาวินัยจราจร เพื่อร่วมกันลดอุบัติเหตุและสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน

จึงอยากจะขออธิบายถึง “ระบบ PTM” ว่ามันคืออะไร รวมถึงวิธีเช็กใบสั่ง จ่ายค่าปรับ และถ้าไม่ชำระค่าปรับจะเกิดอะไรขึ้น เพราะบางคนอาจสงสัยว่าถ้าขับรถอยู่ดีๆ ก็มีใบสั่งจราจรส่งมาถึงบ้าน หรือโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนใบสั่งแปะไว้ที่หน้ารถ มาพร้อมคำถามมากมายว่า ต้องจ่ายที่ไหน เช็กออนไลน์ได้ไหม ถ้าเราไม่จ่ายค่าปรับจะเกิดอะไรขึ้น
ซึ่งปัจจุบันใบสั่งจราจรที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่ 3 รูปแบบหลักๆ ตามข้อมูลจากสำนักหอสมุดศาลยุติธรรมและแนวทางปฏิบัติจริง 1.ใบสั่งแบบเขียนด้วยมือ เป็นรูปแบบดั้งเดิมที่เจ้าหน้าที่จะเขียนและยื่นให้ผู้ขับขี่โดยตรง หรือแปะไว้ที่หน้ารถในกรณีที่รถจอดในที่ห้ามจอดและไม่พบตัวผู้ขับขี่
2.ใบสั่งส่งทางไปรษณีย์ เป็นใบสั่งประเภทนี้มาจากการตรวจจับของกล้องวงจรปิด เช่น กล้องจับความเร็วเกินกำหนด หรือกล้องจับการฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร ระบบจะส่งใบสั่งพร้อมหลักฐานภาพถ่ายไปยังที่อยู่ของเจ้าของรถ และ3.ใบสั่งอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เป็นการออกใบสั่งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พกพาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบออนไลน์ทันที ทำให้สามารถตรวจสอบได้รวดเร็ว

ขั้นตอนการตรวจสอบก็แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ ptm.police.go.th/eTicket/ เลือกลงทะเบียนด้วยข้อมูลส่วนตัว เช่น เลขบัตรประชาชน, เลขใบขับขี่ หรือเลขทะเบียนรถ หลังจากเข้าสู่ระบบจะสามารถมองเห็นรายการใบสั่งที่ยังไม่ได้ชำระทั้งหมด พร้อมดูรายละเอียดและหลักฐาน (ในกรณีใบสั่งจากกล้อง) ได้ทันที การหมั่นเข้าไปตรวจสอบเป็นประจำ อย่างทุก 1-2 เดือน เป็นวิธีที่ดีในการป้องกันการลืมจ่ายค่าปรับ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการต่อภาษีรถยนต์ได้
ส่วนถ้าอยากจะเช็กว่ามีใบสั่งค้างชำระหรือไม่ก็ง่ายนิดเดียว นั่นคือเช็กด้วยระบบ PTM หรือ Police Ticket Management ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นช่องทางที่เชื่อถือได้และสะดวกที่สุด

ส่วนช่องทางการจ่ายค่าปรับใบสั่งจราจร มีที่ไหนบ้าง 1.ผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT ซึ่งสะดวกและรวดเร็วที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการธนาคารกรุงไทย 2.เป๋าตัง สามารถชำระผ่าน Wallet ได้ 3.จุดบริการต่างๆ 4.สถานีตำรวจทุกแห่ง สามารถไปชำระได้โดยตรงกับเจ้าหน้าที่ 5.ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ 6.เคาน์เตอร์ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
แล้วหากไม่จ่ายค่าปรับใบสั่งจราจรจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผลกระทบโดยตรงคือการ “ต่อภาษีรถยนต์ประจำปี” ซึ่งจะมีขั้นตอนดังนี้ 1.เมื่อคุณได้รับใบสั่ง จะมีระยะเวลาที่กำหนดให้ชำระ 2.ออกใบเตือน หากคุณไม่ชำระตามกำหนด ระบบจะออกใบเตือน (หนังสือแจ้งเตือนการไม่ปฏิบัติตามใบสั่ง) และส่งไปยังที่อยู่ของคุณ ให้เวลาชำระอีก 15 วัน

3.ส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบก หากยังเพิกเฉยอีก ข้อมูลของคุณจะถูกส่งเข้าระบบออนไลน์ของกรมการขนส่งทางบก (ขส.)
4.ถูกอายัดเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี เมื่อคุณไปต่อภาษีรถยนต์ประจำปี เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้คุณทราบว่ามีค่าปรับค้างชำระ คุณสามารถเลือกจ่ายค่าปรับพร้อมกับภาษี ณ จุดนั้นได้เลย แต่ถ้าคุณเลือกที่จะจ่ายเฉพาะค่าภาษี คุณจะได้รับหลักฐานการเสียภาษีชั่วคราวที่มีอายุ 30 วันเท่านั้น และจะยังไม่ได้รับป้ายวงกลม (เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี) ตัวจริง
5.ถูกอายัดทะเบียน หากคุณไม่นำใบเสร็จค่าปรับไปยื่นเพื่อรับป้ายวงกลมตัวจริงภายใน 30 วัน ทะเบียนรถของคุณจะถูก “อายัด” ทันที ซึ่งหมายความว่ารถคันนั้นจะไม่สามารถทำธุรกรรมใดๆ ได้ เช่น การโอน, การเปลี่ยนสี, หรือการแจ้งย้าย จนกว่าจะชำระค่าปรับให้เรียบร้อย และการใช้รถที่ไม่มีป้ายวงกลมถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษปรับเพิ่มเติม
เดี๋ยวนี้การจัดการใบสั่งไม่ใช่เรื่องลำบากเหมือนแต่ก่อนเพราะระบบออนไลน์ช่วยให้สะดวกมากขึ้น ฉะนั้นเราไม่ควรอย่าเพิกเฉยต่อใบสั่งที่ได้รับ เพราะหากถูกอายัดทะเบียนจะสร้างความยุ่งยากเสียเวลากว่าเยอะ.
ข่าวสารตำรวจ

สกัดจับแว้น
พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น สั่งการให้ พ.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ ศิริแก้ว สวป.สภ.ชุมแพ นำเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบชุดม้าขาว ลงพื้นที่สกัดดักจับรถจักรยานยนต์แต่งซิ่ง ในพื้นที่ตำบลโนนหัน หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ช่วงกลางดึกมีวัยรุ่นออกมาขับขี่รถเสียงดังแข่งขัน บนถนนหลวง รบกวนชาวบ้าน

ให้การต้อนรับ
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ร่วมให้การต้อนรับ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ รอง จตร. และ พล.ต.ต.คนิชย์ อ่วมสอาด ผบก.กต.7 พร้อมคณะ จเรตำรวจ กต.7 เดินทางมาตรวจราชการ ภ.จว.สุพรรณบุรี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และประชุมสรุปผลการตรวจราชการหน่วยงานในสังกัด ภ.จว.สุพรรณบุรี ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 3 ภ.จว.สุพรรณบุรี
***********************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



