“ความรักต้องการความเข้าใจ…แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องการความชัดเจน”
ปัจจุบันต้องบอกว่าเราเห็น “ตำรวจอินฟลูเอนเซอร์” (Police Influencers) เยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย และกลายเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากในโลกโซเชียลมีเดียของไทย มีตั้งแต่ระดับนายตำรวจสัญญาบัตร ไปจนถึงชั้นประทวนที่ออกมาทำคอนเทนต์ในหลากหลายรูปแบบ แถมตำรวจบางคนยังมียอดผู้ติดตามจำนวนมากอีกด้วย
ซึ่งล่าสุด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ออกหนังสือด่วนที่สุดเรื่อง การประพฤติตนอย่างเหมาะสมของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ ใจความว่า ด้วยปัจจุบัน มีข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่และอาจจะต้องปรากฏตัว ทางสื่อสาธารณะ สื่อสังคมออนไลน์ และกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ ที่ช่วยขับเคลื่อนงานประชาสัมพันธ์ การเสริมสร้างภาพลักษณ์ รวมถึงการสร้างความเข้าใจในงานตำรวจแก่ประชาชน ทำให้เกิดการสื่อสารและประชาชนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตำรวจมากยิ่งขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม การที่ข้าราชการตำรวจได้แสดงให้บุคคลอื่นได้เห็นถึงการ สวมเครื่องแบบ อันมีเกียรติ สง่างาม ที่เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งทรงผมและเครื่องแบบ ถูกต้องตาม ระเบียบ ตร. ว่าด้วยการปฏิบัติตนของข้าราชการตำรวจเมื่อแต่งเครื่องแบบ พ.ศ.2566
ในขณะที่ สื่อสารข้อมูล ข่าวสาร ปฏิบัติหน้าที่ในที่สาธารณะ หรือการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสาธารณะ หรือสื่อสังคมออนไลน์ ย่อมจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับข้าราชการตำรวจ และเป็นการส่งเสริมในการปฏิบัติ ตามระเบียบ แบบธรรมเนียมตำรวจที่ถูกต้อง ตลอดจนมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

จึงให้ผู้บังคับบัญชา ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่หรือประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ที่จะปรากฏต่อสื่อสาธารณะ กำกับ ดูแล การแต่งกาย ทรงผม และหลีกเลี่ยงการแสดง กิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมของข้าราชการตำรวจในสังกัด โดยประพฤติตนให้เป็นไปตามระเบียบ แบบแผน และเป็นต้นแบบที่ดี และให้จเรตำรวจคอยดูแล แนะนำสอดส่อง การปฏิบัติในกรณีนี้ด้วย
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ออกมาขยายความว่า แท้จริงแล้ว ผบ.ตร.เพียงต้องการให้ปฏิบัติตามระเบียบ แสดงออกถึงความเป็นผู้มีวินัยและดำรงไว้ซึ่งเกียรติภูมิของตำรวจ แต่ไม่ได้ห้ามให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งวินัยขั้นพื้นฐานง่ายที่สุดของตำรวจ คือการแต่งกายและทรงผมให้ถูกต้องตามระเบียบคำสั่ง
ในเมื่อถึงขั้นที่ “บิ๊กต่าย” และ “โฆษก ตร.” มีคำสั่งด่วนและออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ฉะนั้นจึงอยากขอวิเคราะห์ให้เห็นเป็นภาพรวมนิดนึงว่า ทำไมตอนนี้ถึงมีตำรวจผันตัวมาเป็นอินฟลูอินเซอร์มากขึ้น

โดยหากถามว่าปัจจุบันมีตำรวจเป็นอินฟลูเอนเซอร์เยอะไหม คำตอบคือ “เยอะมากและเติบโตเรื่อยๆ” ถ้าเราไถฟีด TikTok, Facebook Reels หรือ YouTube เราจะเจอตำรวจดาวรุ่งโซเชียลเพียบ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 สายหลักๆ ได้แก่
สายให้ความรู้-ประชาสัมพันธ์ ซึ่งกลุ่มนี้จะเน้นเตือนภัยเงื่อนไขกลโกง ข่าวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือข้อกฎหมายที่ประชาชนควรรู้ ซึ่งมักจะได้รับการสนับสนุนจากต้นสังกัดเพราะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
สายไลฟ์สไตล์-บันเทิง ซึ่งก็คือโชว์ชีวิตส่วนตัว วันว่าง ออกกำลังกาย ร้องเพลง หรือทำคอนเทนต์ตลกๆ ขำขัน เพื่อให้เข้าถึงง่าย
สายสร้างแรงบันดาลใจ โดยเป็นการรีวิวชีวิตการเป็นตำรวจ วิธีการสอบเข้า การฝึกที่เข้มข้น ซึ่งกลุ่มนี้จะป๊อปปูลาร์มากในหมู่เด็กๆ หรือวัยรุ่นที่อยากรับราชการ

ส่วนที่ว่าทำไมตำรวจถึงอยากเป็นอินฟลูเอนเซอร์ มันมีทั้งเหตุผลส่วนตัวและเหตุผลด้านสายงานที่เป็นแรงจูงใจที่ให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หันมาจับไมค์ หันเข้าหน้ากล้อง
รายได้เสริมและความมั่นคงทางการเงิน เพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่ารายรับจากเงินเดือนข้าราชการตำรวจ (โดยเฉพาะชั้นประทวนหรือผู้เริ่มต้น) อาจจะไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพในปัจจุบัน การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามเยอะ นำมาซึ่งโอกาสในการรับงานรีวิวสินค้า, สปอนเซอร์, หรือได้รายได้จากยอดวิว (AdSense) ซึ่งบางครั้งรายได้ส่วนนี้แซงเงินเดือนประจำไปหลายเท่าตัวเลย
การปรับภาพลักษณ์ (PR) และเข้าถึงประชาชน โดยภาพจำของตำรวจในสายตาประชาชนบางส่วนอาจดูเข้าถึงยาก เข้มงวด หรือมีข่าวด้านลบอยู่บ่อยๆ การออกมาทำคอนเทนต์สนุกสนาน เป็นกันเอง หรือให้ความรู้แบบย่อยง่าย ช่วย ทลายกำแพงระหว่างตำรวจกับประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ดูซอฟต์ลง น่าเชื่อถือ และเข้าถึงง่ายขึ้น

ต่อยอดโอกาสในหน้าที่การงาน เนื่องจากตำรวจที่มีทักษะการสื่อสารดีและมีฐานแฟนคลับ มักจะได้รับเลือกให้เป็นโฆษกหน่วยงาน, พิธีกรงานสำคัญ หรือย้ายไปอยู่กองประชาสัมพันธ์ ซึ่งช่วยให้เติบโตในสายงานได้เร็วกว่าการทำงานเบื้องหลังเพียงอย่างเดียว รวมถึงสร้างคอนเนกชั่นกับคนนอกวงการได้กว้างขวางขึ้น
จิตวิทยาของแพลตฟอร์ม ซึ่งต้องยอมรับว่า “เครื่องแบบ” มีพลังในโซเชียลมีเดียสูงมาก อัลกอริทึมของ TikTok หรือ Reels มักจะดันคลิปของคนในเครื่องแบบเพราะสร้างความสะดุดตาได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นความหล่อ ความสวย ความเท่ หรือความย้อนแย้งแบบตลกๆ เช่น ตำรวจเต้น สิ่งนี้ทำให้สร้างผู้ติดตามได้เร็วกว่าคนทั่วไป ส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการทำคอนเทนต์ต่อ

แต่ข้อควรระวังก็มีเพราะเหรียญมีสองด้าน โดยภาพรวมแม้ว่าจะมีข้อดีเยอะ แต่ช่วงหลังมานี้ สตช.เริ่มมีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น เช่น ห้ามใช้เวลาราชการมาทำคอนเทนต์, ห้ามแต่งเครื่องแบบทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หรือห้ามนำข้อมูลราชการลับมาเปิดเผย เพราะฉะนั้น ตำรวจอินฟลูฯยุคนี้จึงต้องรักษาสมดุลระหว่าง “ความเป็นดาวโซเชียล” กับ “วินัยข้าราชการ” ให้ดี
คำถามคือแล้วคุณผู้อ่านคิดว่าการที่ตำรวจมาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ช่วยให้ภาพลักษณ์ของตำรวจไทยดูดีขึ้นในสายตาของเรา…จริงหรือไม่ !!
ข่าวสารตำรวจ

บำรุงขวัญกำลังใจ
พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย นางมัณฑนา ตันประเสริฐ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 7 ตรวจเยี่ยม บำรุงขวัญกำลังใจ ข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อม ร่วมดำเนินงานตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” (ด้านเด็กพิเศษ) ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อดูแลสวัสดิการและสร้างขวัญกำลังใจแก่ครอบครัวข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.สุพรรณบุรี โดยมี พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี , รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี และข้าราชการตำรวจในสังกัด ภ.จว.สุพรรณบุรี ให้การต้อนรับและเข้าร่วมพิธี ที่ห้องประชุม 1 ภ.จว.สุพรรณบุรี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

เด็กสวมหมวกมีรางวัล
พ.ต.ท.กวินท์ อดุลยาศักดิ์ รอง ผกก.จร.สภ.เมืองสุพรรณบุรี จัดกิจกรรม “เด็กสวมหมวกมีรางวัล” โดยแจกพวงกุญแจตุ๊กตา ให้กับเด็กนักเรียนโรงเรียนอนุบาลสุพรรณบุรี ที่นั่งรถจักรยานยนต์แล้วสวมหมวกนิรภัย มาโรงเรียน เพื่อเป็นแรงจูงใจ และสร้างความรับรู้ให้เด็กๆ อยากที่จะสวมหมวกนิรภัยต่อไป

ยาเสพติดลอตใหญ่
ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย นายนพฤทธิ์ ศิริโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการแถลงข่าวผลการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ จับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ ของกลางยาบ้า 213,400 เม็ด ยาไอซ์ 39.05 กรัม และตรวจยึดยาบ้า 40,000 เม็ด ตรวจยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 2.55 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.สถาพร ศรีภิรมย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุโขทัย ร่วมการแถลงข่าว พร้อมด้วย น.อ.วุฒิพงศ์ นิยมกูล หัวหน้าฝ่ายการข่าว กอ.รมน.จว.ส.ท. แทน รอง ผอ.รมน.จังหวัด ส.ท.(ท.) นางเบญจภัทร หมวกทอง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุโขทัย ว่าที่ร้อยตรีสุชาติ พระเพชร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอเมืองสุโขทัย ข้าราชการตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

มอบนโยบาย
พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ สุนทะโรจน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น ประชุมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ แก่พนักงานสอบสวน ชี้แจงข้อราชการเกี่ยวกับงานสอบสวน กำชับเรื่องความประพฤติและระเบียบวินัยในการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากมีหน้าที่ที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน ที่มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี การปฏิบัติตนที่ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ณ ห้องปฏิบัติการงานสอบสวน สภ.ชุมแพ
**********************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



