“ไม่ต้องบอกรักชั่วฟ้าดินสลาย แค่อยู่กันอย่างเข้าใจ จนลมหายใจสุดท้ายก็พอ”
อย่างที่ทราบกันดีว่างานของ “เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำห้องวิทยุ” หรือที่มักเรียกกันว่า ศูนย์วิทยุสื่อสาร/ศูนย์รับแจ้งเหตุ ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่สำคัญที่สุดในงานพิทักษ์สันติราษฎร์ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นตำแหน่งที่แบกรับความกดดันสูงมากจนน่าเห็นใจและมีปัญหาที่ต้องเจอทั้งวัน ทั้งๆที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นตำแหน่ง “ปิดทองหลังพระ” ก็ตาม
ปัญหาหลักที่เจ้าหน้าที่ตำรวจห้องวิทยุต้องเผชิญ
รับแรงกระแทกทางอารมณ์ด่านแรก เพราะเวลาคนโทรหาตำรวจ ไม่มีใครโทรมาเพื่อทักทายหรือแสดงความยินดี ทุกสายที่เข้ามาคือความเดือดร้อน วิกฤติ สายไหม้ คลุ้มคลั่ง หรือนาทีชีวิต เจ้าหน้าที่ต้องรองรับอารมณ์ ทั้งความตื่นตระหนก ด่าทอ หรือเสียงกรีดร้อง ตลอดทั้งวัน
สายก่อกวนและสายลวง ซึ่งเป็นปัญหาคลาสสิกที่แก้ไม่ตก คือการเจอคนโทรมาแกล้ง เด็กเล่นโทรศัพท์ หรือผู้ป่วยจิตเวชที่โทรมาพูดจาไม่รู้เรื่อง ซึ่งทำให้ระบบโหลด และบั่นทอนพลังงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องคอยคัดกรองสายวิกฤตจริงๆ

ความกดดันเรื่องเวลาและความถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลที่วิทยุสื่อสารออกไปให้สายตรวจหรือชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ต้องชัดเจน แม่นยำ และรวดเร็ว หากฟังพิกัดผิด ฟังลักษณะคนร้ายพลาด หรือประสานงานช้าไปเพียงไม่กี่วินาที อาจหมายถึงชีวิตของประชาชนหรือเพื่อนข้าราชการตำรวจด้วยกัน
ข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและกำลังพล อย่างที่รู้กันดีว่าในหลายพื้นที่ ระบบระบุพิกัด (GPS) หรือระบบคัดกรองสายยังไม่เสถียรเท่าที่ควร เจ้าหน้าที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะตัวในการซักถามเส้นทางจากประชาชนที่กำลังตื่นตระหนก ซึ่งทำได้ยากมาก นี่ยังไม่นับรวมปัญหาคนไม่พอกับปริมาณสายที่กระหน่ำเข้ามา
มุมมองความน่าเห็นใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจห้องวิทยุ
เป็น “ฮีโร่ไร้หน้า” ที่ไม่มีใครเห็นผลงาน เพราะเมื่อคดีสำเร็จ จับคนร้ายได้ หรือช่วยชีวิตคนทัน สปอตไลต์มักจะส่องไปที่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ตำรวจชุดจับกุมหรือสายตรวจหน้างาน แต่น้อยคนนักจะนึกถึงเจ้าหน้าที่ห้องวิทยุที่เป็นคนประสานสิบทิศ คอยสืบค้นข้อมูล และควบคุมสติของทุกฝ่ายอยู่เบื้องหลัง
ภาวะหมดไฟและบาดแผลทางใจสะสม ซึ่งการต้องฟังเรื่องราวหดหู่ใจ อุบัติเหตุรุนแรง หรือเหตุฆาตกรรมซ้ำๆ วันละหลายสิบหลายร้อยสาย โดยที่ตัวเองทำได้เพียง “ฟังและประสานงาน” แต่ไม่สามารถพุ่งตัวไปช่วย ณ จุดเกิดเหตุได้ทันที ความรู้สึกอึดอัดและเห็นใจนี้สะสมกลายเป็นความเครียดเรื้อรังได้ง่ายมาก

ทำงานภายใต้สภาวะบีบคั้นต่อร่างกาย เนื่องจากงานห้องวิทยุต้องนั่งอยู่กับที่หน้าจอตลอดทั้งกะ ซึ่งยาวนานตั้งแต่ 8-12 ชั่วโมง ต้องใช้หูฟังตลอดเวลา สายตาต้องจ้องจอ สภาพแวดล้อมมีความกดดันสูง ส่งผลต่อสุขภาพทางกาย เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปัญหาการได้ยิน และความเครียดลงกระเพาะ
เป็น “สนามอารมณ์” ของทั้งสองฝ่าย ลองนึกภาพตามดูว่าฝั่งประชาชนก็รีบและกดดัน ส่วนฝั่งตำรวจหน้างาน (สายตรวจ) บางครั้งก็มีความตึงเครียดจากสถานการณ์จริง เจ้าหน้าที่ห้องวิทยุจึงอยู่ตรงกลาง คอยจัดสรรคิวงานและประสานงาน ซึ่งมักจะโดนตำหนิจากทั้งสองฝั่งหากเกิดความล่าช้าหรือไม่เข้าใจกัน
สรุปคือ ตำรวจห้องวิทยุเปรียบเสมือน “สมองและระบบประสาท” ของสถานีตำรวจ ถ้าพวกเขารวน หน้างานก็รวนตาม ปัญหาของพวกเขาไม่ใช่แค่เรื่องของปริมาณงาน แต่เป็นเรื่องของ “คุณภาพชีวิตและจิตวิทยา” ที่ควรได้รับการดูแลอย่างเครื่องมือที่ทันสมัยเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระ ที่สำคัญที่สุด…ควรต้องสนับสนุนทางด้านจิตใจ
ข่าวสารตำรวจ


ถวายพระราชกุศล
พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมกิจกรรมเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569 โดยมีนายอำเภออรัญประเทศเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล พิธีถวายเครื่องราชสักการะและวางพานพุ่ม ตลอดจนพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

เยี่ยมครอบครัว
พ.ต.อ.รัฐพล เหลาพรม ผกก.สภ.ชุมแพ จว.ขอนแก่น พ.ต.ท.หญิง นงค์คราญ หาญเชิงชัย สว.อก.สภ.ชุมแพ พร้อมคณะแม่บ้านตำรวจ สภ.ชุมแพ ออกตรวจเยี่ยมบุตรข้าราชการตำรวจที่เป็นเด็กพิเศษ ตามโครงการ “ครอบครัวตำรวจ เราไม่ทิ้งกัน” ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ และตำรวจภูธรภาค 4 ชมรมแม่บ้านตำรวจภูธรภาค 4 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569

แสดงความยินดี
พล.ต.ต.ปรีดา อิ่มเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี(รอง ผบช.กมค.) เนื่องในโอกาสได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พลตำรวจโท” “ตำรวจ” ระดับ “นายพล” ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษนับเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าแห่งชีวิตราชการ และเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของครอบครัว ผู้ร่วมงาน ตลอดจนผู้ใต้บังคับบัญชา อันสะท้อนถึงความวิริยะอุตสาหะ ความเสียสละ และการอุทิศตนปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด

เปิดการฝึกอบรม
พ.ต.อ.พีระ อัศวพิบูลย์ผล รอง ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้าร่วมพิธีเปิดการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัด ( นปพ.ภ.จว.) พร้อมพูดคุยให้กำลังใจแก่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ของ ภ.จว.สุพรรณบุรี โดยมี พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐผบช.ภ.7 เป็นประธานในการฝึกอบรมฯ ที่ กก.3 บก.สอ.บช.ตชด (ค่ายนเรศวร ) อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี

ถวายพระพร
พล.ต.ต.วัชรินทร์ ประสพดี ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้าร่วมพิธีถวายเครื่องราชสักการะ วางพานพุ่ม และจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
ณ หอประชุมอาชาสีหมอก ศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี

ถวายมุฑิตาสักการะ
ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ มีแสง รอง สว.สืบสวน ภ.จว.สุพรรณบุรี เข้าถวายมุฑิตาสักการะพระสุพรรณวชิรโมลี รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดพระลอย ในการรับพระราชทานสัญญาบัตร ตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะพระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ (ทวี รตนเมธี ป.ธ.6 รป.ด.) เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ มีราชทินนามที่ ” พระสุพรรณวชิรโมลี
********************************
คอลัมน์ : สน.รอตรวจ
โดย : บิ๊กสลีป



