ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  สะท้อนผ่าน“ทีมข่าวอาชญากรรม”ไว้ได้น่าสนใจถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น   โดยชี้ว่าเป็นเรื่องที่พบมานานแล้ว และหากสังเกตจะพบมีกลุ่มมีคนพวกหนึ่งที่เป็นวัยรุ่นสร้างตัว

ไม่มีอาชีพอะไรเป็นหลักแหล่ง แต่ดูร่องรอย รวยผิดปกติ ขับรถหรู ใช้ของฟุ่มเฟือย มีชื่อมีเสียงขึ้นมาในลักษณะของวัยรุ่นสร้างตัว  จะเห็นภาพชัดเลยว่ามีคนกลุ่มหนึ่ง ที่อยู่ดี ๆ ก็รวยขึ้นมาแบบผิดหูผิดตา  มีทั้งรถหรู  มีบ้านหลังใหญ่ มีการใช้ชีวิตที่มันหรูหราฟุ่มเฟือย ทั้งที่ถ้าไปสืบดูจริง ๆ อาชีพที่ทำมันแทบไม่มีรายได้ที่จะมาซับพอร์ตไลฟ์สไตล์ขนาดนั้นได้เลย

พร้อมเผยร่องรอยความรวยหนีไม่พ้นเรื่องธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเว็บพนันออนไลน์ หรือธุรกิจสีเทาอื่น ๆ หรือการฟอกเงินต่าง ๆ กลุ่มพวกนี้พอเริ่มมีเงิน สิ่งที่ทำต่อไปก็คือการแสวงหา“อำนาจ”  เพื่อจะมาคุ้มครองธุรกิจสีเทาที่ทำอยู่  ซึ่งจะเห็นว่าคนกลุ่มนี้เริ่มเดินสายทำบุญบ้าง  เริ่มเอาเงินไปบริจาคในพื้นที่บ้าง เพื่อสร้างฐานมวลชน  

สุดท้ายเป้าหมายก็คือการลงสมัครรับเลือกตั้ง  ไม่ว่าจะเป็นการเมืองระดับท้องถิ่น อย่าง สจ.  หรือบางทีอาจไต่เต้าขึ้นไปถึงระดับชาติอย่าง สส.

ความต่าง“ทุนเก่า” อิทธิพลเดิม-ทุนใหม่“วัยรุ่นสร้างตัว”  

ดร.สติธร  กล่าวว่า  กลุ่มเดิมที่เรียกว่า “เทาเก่า” เขาอยู่ของเขามานานแล้ว  ไม่ว่าจะการจ่ายส่วย  หรือเรื่องธุรกิจที่มันเทา ๆ ในอดีต หวยใต้ดิน บ่อน หรือใด ๆ  แต่กลุ่มใหม่เข้ามาท้าทายด้วยทุนที่“มหาศาล”กว่า  จากเว็บพนันออนไลน์ จากสแกมเมอร์   สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ  คนกลุ่มนี้มาพร้อม“กระสุนที่มันมหาศาลมาก กระสุนในที่นี้คือ เงินทุนที่มาจากเว็บพนันนั่นแหละ

ที่สำคัญทุนเหล่านี้ยังมา“ปั่นราคา”เรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียงคือ นักการเมืองรุ่นเก่า ๆ หรือกลุ่มเดิม อาจใช้เงินในการเลือกตั้งระดับหนึ่ง จ่ายกัน 500-1,000 บาท แต่กลุ่มใหม่มาถึง  เขาเปย์หนัก เปย์ถึงระดับ 5,000-7,000 บาท จนทำให้ราคามัน“ดีด”ขึ้นไปจนกลุ่มเก่าเขาสู้ไม่ได้ เขาอยู่ไม่ได้”

ทั้งนี้ เมื่ออยู่ไม่ได้สิ่งที่ตามมาก็คือ เกมโจรสู้โจร การจะแฉข้อมูล  มีการเข้าจับกุมกัน  เพื่อกำจัดคู่แข่งออกไปจากวงจรอำนาจ

แล้วการเมืองไร้เทา มีจริงหรือไม่ ?

คำถามการเมืองไร้เทามันมีจริงไหม เรื่องนี้ดร.สติธร  มองไม่มีจริงหรอก เพราะการเมืองปกติก็เทาอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความ“เทาใหม่”เข้าไปรบกวนความ“เทาเดิม”ที่มีอยู่  และสิ่งที่มันน่ากลัวคือ  พอคนพวกนี้เข้าไปอยู่ในสภาฯได้แล้ว  ก็จะใช้ตำแหน่งพรรคการเมืองเข้าไปคุ้มครองธุรกิจ  เข้าไปดีลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปดีลกับตำรวจไซเบอร์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้โดยที่ไม่โดนจับ หรือถ้าโดนจับ  ก็โดนแค่ตัวเล็ก ๆ ตัวปลอม ๆ

“มันเลยกลายเป็นวงจรที่ว่า  เงินพนันถูกเอามาซื้อตำแหน่งทางการเมือง  แล้วตำแหน่งทางการเมืองก็นำมาใช้คุ้มครองธุรกิจพนันอีกทีหนึ่ง  เป็นวงจรฟอกขาวที่สมบูรณ์แบบมาก”

ฉะนั้น  ที่บอกว่าการเมืองไร้เทา  ต้องบอกเลยว่ายาก  ตราบใดที่ระบบการคัดกรองคน  หรือระบบการตรวจสอบที่มาของเงินยังอ่อนแออยู่แบบนี้ ปรากฏการณ์ที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจับสจ. หรืออะไร ก็คือส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดระเบียบของเขา  มันคือผลประโยชน์ขัดกัน  เป็นเรื่องของ“โจรสู้โจร” เพื่อชิงพื้นที่อำนาจกันเท่านั้นเอง.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน