ซิมบ้า แมวตัวใหญ่มีขนสีส้มสีขาวที่หนาฟู เป็นหนึ่งในแมวหลายพันตัวที่อาศัยอยู่ในร้านขายของชำหรือร้านโชห่วย ตามมุมถนนในนครนิวยอร์ก หรือที่เรียกเป็นภาษาสเปนว่า “โบเดกา” (bodega) แม้การมีอยู่ของพวกมันถือว่า “ผิดกฎหมาย” ก็ตาม
แมวโบเดกา ได้รับการชื่นชมว่าช่วยไล่สัตว์รบกวน และเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในนครนิวยอร์ก ซึ่งบางคนผลักดันให้มีการกำหนดสิทธิทางกฎหมาย สำหรับผู้ช่วยตัวน้อยประจำร้านค้าเหล่านี้
???????? ???? Bodega cats are a #NewYork institution as beloved as yellow cabs or pizza by the slice, but they are not technically legal.
— FRANCE 24 English (@France24_en) February 10, 2026
Elected representatives now want to legalise shop #cats but there are disagreements over what a new law should look like.
Watch to learn more ⤵️ pic.twitter.com/Tu1cyEK7ls
“ซิมบ้ามีความสำคัญกับเรามาก เพราะมันช่วยกำจัดหนูออกจากร้าน และดึงดูดลูกค้าด้วย” นายออสติน โมเรโน เจ้าของร้านในแมนฮัตตัน กล่าว

อนึ่ง นายแดน ริมาดา ผู้ก่อตั้งกลุ่ม “แมวโบเดกาแห่งนิวยอร์ก” ระบุว่า ประมาณหนึ่งในสามของร้านโบเดการาว 10,000 แห่งทั่วนครนิวยอร์ก มีแมวประจำร้านอยู่ แม้เจ้าของร้านต้องเสียค่าปรับ 200-350 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6,200 – 10,860 บาท) จากการเลี้ยงสัตว์ในร้านขายอาหารก็ตาม
ริมาดาถ่ายรูปแมวเหล่านี้ และโพสต์ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว เขาเริ่มรณรงค์เพื่อทำให้แมวโบเดกาถูกกฎหมาย และได้รับลายเซ็นเกือบ 14,000 ชื่อ โดยเขาให้เหตุผลว่า แมวเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนครนิวยอร์ก และมันเป็นเรื่องสำคัญที่ควรบอกเล่า

ด้านนายคีธ พาวเวอร์ส สมาชิกสภานครนิวยอร์ก ได้รับแรงบันดาลใจจากคำร้องของริมาดา และเสนอมาตรการคุ้มครองเจ้าของแมวโบเดกา จากการถูกปรับเงิน อีกทั้งกฎหมายของเขายังเสนอการฉีดวัคซีนฟรี และให้บริการทำหมันแมวเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม ศูนย์พักพิงสัตว์และกลุ่มสิทธิสัตว์ ระบุว่า มาตรการนี้ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากกรณีของซิมบ้า มันสามารถงีบหลับในมุมร้าน โดยมีอาหารเม็ดอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ในทางตรงกันข้าม แมวจำนวนมากถูกขังอยู่ในห้องใต้ดิน ขาดแคลนอาหาร ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม และถูกทิ้งเมื่อพวกมันแก่หรือเจ็บป่วย
นางเบ็กกี วิสดอม ผู้ช่วยเหลือแมวในนครนิวยอร์ก เตือนว่า การยกเลิกบทลงโทษปรับเงิน อาจทำให้ทางการไม่มี “อำนาจต่อรอง” เพื่อส่งเสริมให้เจ้าของร้านโบเดกาดูแลสัตว์ให้ดีขึ้น
ขณะที่ นางอัลลี เทย์เลอร์ ประธานกลุ่ม “โวเตอร์ส ฟอร์ แอนิมอล ไรท์ส” (วีเอฟเออาร์) กล่าวว่า ไม่ว่านครนิวยอร์กจะตัดสินใจอย่างไร รัฐนิวยอร์กต่างหากที่มีอำนาจในการกำหนดกฎระเบียบทางธุรกิจ
นอกจากนี้ เทย์เลอร์ยังสนับสนุนข้อเสนอที่อนุญาตให้แมวอยู่ในร้านโบเดกาได้ ภายใต้เงื่อนไขบางประการ ไม่ว่าจะเป็น การพาไปพบสัตวแพทย์ การบังคับทำหมัน และการดูแลให้แมวมีอาหาร น้ำ และที่นอนที่ปลอดภัยเพียงพอ รวมถึงผลักดันให้มีการปฏิรูปการคุ้มครองสัตว์ในนครนิวยอร์กอย่างครอบคลุมมากขึ้น
“แทนที่จะมุ่งเน้นไปยังแมวกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เราต้องการให้นครนิวยอร์กลงทุนอย่างจริงจัง ซึ่งหมายถึงการลงทุนมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี สำหรับการทำหมัน และการดูแลรักษาโดยสัตวแพทย์แบบฟรี หรือเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง” เทย์เลอร์ กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



