หากตีความตามคำสั่งจะเห็นว่ามี “หมุดหมาย” เพื่อระงับเหตุรุนแรง ลดอาชญากรรม และควบคุมสถานการณ์ให้บ้านเมืองสงบสุขก็จริง แต่ในอีกมุมต้องยอมรับว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ใช่ “สูตรสำเร็จ” โดยเฉพาะเหตุร้ายที่ไม่ได้ก่อขึ้นด้วยปืนถูกกฎหมายเพียงเท่านั้น      

หนึ่งใน “เจ้าของร้านปืน” สะท้อนผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่าประกาศห้ามออกใบอนุญาต แบบ ป.12 เป็นการแก้ปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนที่ไม่ตรงจุด เหตุเพราะผู้ครอบครองใบ ป.12 ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการ-พนักงานปกครอง “บุคคลธรรมดา” ไม่มีสิทธิครอบครองใบนี้ ด้วยมีข้อกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติค่อนข้างสูงและขอค่อนข้างยาก

โดยต้องมีหนังสือรับรองความประพฤติ จากหน่วยงานต้นสังกัด, ต้องผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากเจ้าหน้าที่ ไม่มีประวัติอาชญากรรม และต้องแจ้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน  มีไว้เพื่อป้องกันตัวหรืออื่น ๆ ดังนั้น จากขั้นตอนการขออนุญาตที่กล่าวถึง ทำให้กว่าจะได้ครอบครองปืน จึงมีขั้นตอนการตรวจสอบอย่างละเอียด แถมใช้เวลานาน

นอกจากขั้นตอนตรวจสอบ ยังกำหนดการครอบครองได้เพียงคนละ 2 กระบอกเท่านั้น คือ ปืนสั้น และปืนยาว อย่างละกระบอก และหากถือครองใบ ป.12 ได้ ต้องมีเส้นสายพอสมควร  

ในทางกลับกันการปราบปราม “ปืนเถื่อน” ดูจะตรงจุดมากกว่า เนื่องจากปัจจุบันพบการก่อเหตุในแต่ละครั้งมีการนำ “ปืนเถื่อน” มาใช้ อีกทั้งยังหาง่ายตามโลกออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันมีคลิปวิดีโอสอนการประกอบปืน ที่วิธีทำไม่ได้สลับซับซ้อน  มีเพียงแค่ลำกล้อง และชุดลั่นไก โดยลำกล้องสามารถทำขึ้นมาได้ง่าย ๆ โดยการนำเหล็กไปกลึงตามโรงกลึง ซึ่งมีราคาถูก ส่วนชุดลั่นไกก็เป็นเพียงแค่ตัวตอกท้ายกระสุน ซึ่งอาจทำให้คนที่ต้องการครอบครองอาวุธปืนถูกกฎหมายหรือต้องการมีอาวุธปืน หันไปครอบครองปืนเถื่อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมมองที่เห็นประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ซึ่ง ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตที่ปรึกษาคณะทำงานสนับสนุนการป้องกันอาชญากรรม มองมาตรการดังกล่าวอาจทำให้เกิดข้อกังวล แต่ในภาพรวมนี่คือมาตรการที่หลายประเทศใช้เมื่อความเสี่ยงเพิ่มสูง เหตุรุนแรงส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการวางแผน แต่เกิดจาก “อารมณ์ชั่ววูบ” หรือความขัดแย้งเฉพาะหน้า การมีอาวุธพร้อมใช้ในที่สาธารณะ เปลี่ยนเหตุการณ์เล็กๆ ให้กลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ทันที

ทั้งนี้ ในประเทศที่จำกัดการพกปืนในพื้นที่สาธารณะอย่างออสเตรเลีย อังกฤษ และญี่ปุ่น พบว่าความสูญเสียลดลง และประชาชนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น อีกด้านมาตรการนี้ยังช่วยตัดวงจรวิ่งเต้นและการเรียกรับประโยชน์ในกระบวนการอนุญาต ทำให้ระบบโปร่งใสขึ้น สร้างความเชื่อมั่นต่อรัฐ และไม่ใช่สัญญาณของการจำกัดเสรีภาพ แต่คือสัญญาณว่า ชีวิตของประชาชนมีค่ามากพอ ที่จะได้รับการปกป้องอย่างจริงจัง

ขณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยยกระดับปราบอาชญากรรม โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนและอาวุธสงครามให้สอดรับการก่อเหตุสะเทือนขวัญที่เพิ่มขึ้น รวมถึงคำสั่งออกใบอนุญาต ป.12 ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปี

หลักๆ คือการเน้นไปที่การชุดรากถอนโคน วงจรผลิตและจำหน่ายปืนเถื่อนทั้งในพื้นที่และระบบออนไลน์ โดยใช้มาตรการตั้งจุดตรวจแบบเครือข่ายใยแมงมุม ครอบคลุมจุดเสี่ยงและสถานบริการ พร้อมยกระดับความปลอดภัยสถานที่สาธารณะผ่านโครงการ Stop Walk and Talk และการตรวจเช็กระบบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน