คดี “หมอเกศ” น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง พิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปี กรณีทุจริตใช้ตำแหน่ง “ศาสตราจารย์” มาสมัครเลือก สว. เมื่อปี 67
คดีนี้ไม่ได้มีกระบวนการอะไรที่สลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เหมือนคดี “ฮั้วสว.” ที่มีคนถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว 229 คน และมีผู้เกี่ยวข้องในฐานะผู้ร่วมขบวนการอีกกว่าพันคน
“หมอเกศ” ลงสมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 19 กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน โดยระบุประวัติการศึกษาว่าศาสตราจารย์การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ว่า “ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิง เกศกมล เปลี่ยนสมัย” สถาบันแคลิฟอร์เนีย ยูนิเวอร์ซิตี้ เอฟซีอี ตั้งอยู่ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
แต่ “หมอเกศ” ไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลผู้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และคณะกรรมการการอุดมศึกษา กำหนด และไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีสถาบันอุดมศึกษาใดเคยขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาดำเนินการเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้คัดค้านให้ดำรงตำแหน่ง “ศาสตราจารย์”
เมื่อระบุว่าเป็น “ศาสตราจารย์” ต้องมีประสบการณ์การสอนหนังสือ ประวัติการทำงาน สอนหนังสือมาก่อน หากไม่เคยสอนหนังสือมาก่อน ก็ไม่อาจระบุว่าเป็นศาสตราจารย์ ซึ่งทำให้ผู้สมัครอื่น ๆ เข้าใจผิดในสาระสำคัญของประวัติการทำงาน จึงเป็นการกระทำอันเป็นการทุจริตด้วยการให้ข้อมูลแนะนำตัวในส่วนประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัครไม่ตรงต่อความจริง
“พยัคฆ์น้อย” หยิบยกกรณี “หมอเกศ” มากระตุ้นเตือนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ว่ากกต. และเลขาฯ กกต. กำลังเจอ “วิกฤติศรัทธา” จากประชาชน จากปัญหาการเลือกตั้งสส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่ถูกมองว่าจัดการเลือกตั้งได้แย่ที่สุดตั้งแต่มี กกต. เข้ามาจัดการเลือกตั้งแทนกระทรวงมหาดไทย
ไหนจะคดีฮั้ว สว. ซึ่งล่าช้ามากแล้ว! และมีแนวโน้มสูงว่า กกต.ส่วนใหญ่ อาจจะมีมติ “ปล่อยผี” ขบวนการฮั้วสว. โดยไม่ส่งฟ้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เหมือนกับคดี “หมอเกศ”
ทั้งที่คดีฮั้ว สว. ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ขัดต่อหลักการ “ถ่วงดุลอำนาจ” ระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติด้วยกันเอง (สส.-สว.) และฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหาร (สว.-รัฐบาล)
ปัจจุบัน กกต. 4 คน (รวมทั้งประธานกกต.) มาจากการโหวตผ่านโดยสว.ชุดนี้ และมีกกต.อีก 1 คน ถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต หลังจากถูกผู้ว่าการ สตง. ไปแจ้งความไว้ที่ สน.บางซื่อ เมื่อเดือน มี.ค. 67 เกี่ยวกับการจ่ายเงินวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่งใน สตง. จนป่านนี้เรื่องยังคาอยู่ใน ป.ป.ช. แต่ กกต.คนดังกล่าวยังนั่งทำงานอยู่ และมีสิทธิออกเสียงในเรื่องสำคัญ ๆ ตามปกติ
วันนี้กกต. 4 คน ถูกสังคมเพ่งเล็งว่ามีผลประโยชน์ “ทับซ้อน” หรือ “ขัดกันแห่งผลประโยชน์” กับ สว. 138 คน ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฮั้ว สว. โดยสำนวนคดีนี้กำลังอยู่ในการพิจารณาของอนุฯ กกต. และต้องถูกส่งขึ้นไปยัง กกต.ในลำดับต่อไป
คดี “ฮั้วสว.” ต้องไปสู่ศาล ควรให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัยถูก–ผิด! เหมือนกับคดี “หมอเกศ” จะปัดเป่า “ปล่อยผี” กันที่กกต. ไม่ได้!!.
พยัคฆ์น้อย



