ผู้สันทัดกรณีชั้นนำกล่าวว่า กรณีต้องสงสัยเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) อย่างแพร่หลาย ในการเลือกเป้าหมายและเปิดฉากโจมตีอิหร่านนั้น ทำให้เกิดคำถามมากมาย รวมถึงความกังวลว่า การควบคุมเครื่องจักรสงครามของมนุษย์อาจเสื่อมถอย
สหรัฐและอิสราเอล โจมตีทั่วอิหร่านหลายพันครั้ง นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหาร รวมถึงการโจมตีที่สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันแรกของสงคราม
นายปีเตอร์ อาซาโร ผู้เชี่ยวชาญด้านเอไอและหุ่นยนต์ กล่าวว่า สหรัฐและอิสราเอลดูเหมือนจะใช้เอไอเพื่อระบุเป้าหมายในอิหร่าน โดยชี้ให้เห็นถึงช่วงการวางแผนที่สั้นมาก และการระบุเป้าหมายจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ทำให้เกิดคำถามทางศีลธรรมและทางกฎหมายเช่นกัน
“คุณสามารถสร้างรายการเป้าหมายจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วกว่าที่มนุษย์ทำได้ โดยทำให้กระบวนการเป็นไปโดยอัตโนมัติ แต่ถึงอย่างนั้น คำถามทางจริยธรรมและกฎหมายคือ ก่อนการอนุมัติการโจมตี มนุษย์เป็นผู้ตรวจสอบเป้าหมายเฉพาะที่ระบุไว้ ตลอดจนตรวจสอบความถูกต้องตามกฎหมาย และคุณค่าทางทหารของเป้าหมายเหล่านั้นในระดับไหน” อาซาโร กล่าวเพิ่มเติม
อนึ่ง มีการหารือมานานกว่าสิบปี เกี่ยวกับสนธิสัญญาในอนาคตที่เป็นไปได้ ซึ่งจะกำกับดูแลการใช้อาวุธอัตโนมัติ โดยประเทศต่าง ๆ มีกำหนดการตัดสินใจในช่วงปลายปีนี้ว่า พวกเขาจะเปิดการเจรจาสนธิสัญญาอย่างเต็มรูปแบบหรือไม่
แม้ปัจจุบันไม่มีสนธิสัญญาเฉพาะสำหรับเอไอและอาวุธอัตโนมัติ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ระบบเหล่านี้ทำงานอยู่ใน “สุญญากาศทางกฎหมาย” เนื่องจากกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่ยังคงมีผลบังคับใช้
ด้านอาซาโร กล่าวนอกรอบการประชุมหารือที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ในเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าส่วนสำคัญของการถกเถียง เกี่ยวข้องกับการเลือกเป้าหมาย และความกังวลว่าการควบคุมโดยมนุษย์ที่มีความหมาย อาจสูญหายไป พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า เอไอทำงานบนระบบลับที่ไม่โปร่งใส ส่งผลให้เกิดความเข้าใจเพียงเล็กน้อย เกี่ยวกับวิธีการทำงานและการสรุป
“มันไม่มีวิธีง่าย ๆ ในการประเมินผลลัพธ์ของระบบเหล่านั้น หรือการระบุถึงข้อผิดพลาด อีกทั้งหากเกิดความผิดพลาด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ และเราจะนิยามสิ่งนี้ในทางกฎหมายได้อย่างไร และเส้นแบ่งทางศีลธรรมอยู่ตรงไหน” อาซาโร กล่าวเสริม
ทั้งนี้ อาซาโรชี้ให้เห็นถึงกรณีการโจมตีโรงเรียนประถมศึกษา แห่งหนึ่งในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน รัฐบาลเตหะรานกล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของสหรัฐและอิสราเอล แต่ทั้งสองประเทศกลับไม่ยืนยันการโจมตีครั้งนี้
ขณะที่สำนักข่าวเอเอฟพียืนยันว่า โรงเรียนดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับฐานทัพ 2 แห่งที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ซึ่งอาซาโรเน้นย้ำถึงรายงานเกี่ยวกับการโจมตีที่บ่งชี้ว่า โรงเรียนแห่งนี้แยกออกจากฐานทัพทหารที่อยู่ติดกันอย่างชัดเจน มาอย่างน้อย 10 ปีแล้ว
“หากเกิดความผิดพลาด มันก็ไม่ชัดเจนว่าสาเหตุคืออะไร ใครเป็นคนแยกแยะโรงเรียนออกจากฐานทัพ มนุษย์หรือเครื่องจักร หากมีการใช้เอไอเพื่อการโจมตี คำถามคือ ข้อมูลนั้นเก่าแค่ไหน และนี่เป็นข้อผิดพลาดของฐานข้อมูลหรือไม่ หรืออีกความเป็นไปได้หนึ่งน่ากลัวกว่านั้นคือ ระบบอาจสรุปว่าโรงเรียนเป็นภัยคุกคาม นั่นจึงทำให้เกิดคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ระบบการให้เหตุผลเบื้องหลังข้อสรุปนั้นคืออะไร และมันตัดสินใจอย่างไร” อาซาโร กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : REUTERS



