สำหรับจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ ตุ้มปฤษณา วิมลศิริ เจ้าของแบรนด์และช่องปลาสลิดพอดีคำ จ.ฉะเชิงเทรา เล่าว่า บุกเบิกธุรกิจเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ 100% จนส่งผลิตภัณฑ์ปลาสลิดไร้ก้างขึ้นแท่นเป็นสินค้าขายดีติดท็อป 10 สินค้าภาคกลาง ด้วยการใช้ Storytelling ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าพื้นบ้านให้เป็นของฝากทัระดับพรีเมียม โดยใช้ช่องทางดิจิทัลอย่างติ๊กต็อกช็อปช่วยสร้างยอดขายให้กับแบนด์ และเป็นเครื่องมือสื่อสารความเป็น Owner Branding ให้ลูกค้าเห็น เพื่อโชว์ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต ผ่านการสอดแทรกเกี่ยวกับ “ความพิถีพิถันความจริงใจ” ของผู้ผลิต ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็น “จุดแข็งธุรกิจ” เนื่องจาก คอนเทนต์ที่ “จริงใจให้ความรู้” เป็นกุญแจสร้างความเชื่อมั่น จนเกิดยอดขายที่ยั่งยืน

เจ้าของแบรนด์คนเดิมบอกว่า ธุรกิจนี้มีจุดเริ่มต้นเกิดจากความรักของแม่ต่อลูก ที่อยากให้ลูกกินปลาสลิดได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องก้าง และอยากส่งเสริมของดีเมืองฉะเชิงเทรา คือ ปลาสลิด อ.บางปะกง โดยไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะกลายนวัตกรรมอาหารที่เปลี่ยนวิธีรกินปลาสลิดรูปแบบเดิม ๆ ไปเลย โดยเธอเล่าว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2560 โดยไม่มีหน้าร้าน แต่เน้นขายออนไลน์ 100% ตั้งแต่วันแรก ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากหลายคนที่มองว่าเป็นไปไม่ได้ ที่จะขาปลาสลิกโดยไม่มีหน้าร้าน แต่เธอเชื่อว่าถ้าสินค้ามีคุณภาพ ผู้บริโภคมั่นใจสินค้า ยังไงก็ขายได้

สำหรับสิ่งที่ทำให้สินค้าแตกต่างนั้น ไม่ได้อยู่ที่การแล่เป็นชิ้นพอดีคำ และไม่มีก้าง แต่คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านกลยุทธ์ Ready-to-Eat อีกทั้งการ ใช้กลยุทธ์เล่าเรื่องเพื่อสื่อถึงคุณค่าสินค้า ก็เป็นอีกจุดดึงดูดที่ทำให้คนสนใจสินค้า โดยเธอบอกว่า พนักงานที่นี่ไม่ใช่แรงงานธรรมดา แต่คือผู้เชี่ยวชาญการแล่เนื้อปลาสลิดในแบบที่เครื่องจักรก็ไม่สามารถทำแทนได้

ทั้งนี้ ปัจจุบันแบรนด์ได้ขยับจากออนไลน์ 100% ก้าวสู่ Multi-Channel Success เต็มตัวแล้ว ซึ่งตลอด 9 ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่า Storytelling คือหัวใจการทำธุรกิจออนไลน์ ยุคนี้ เจ้าของแบรนด์กล่าว และนี่เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาน่าสนใจจาก “ธุรกิจปลาสลิด” ที่เพียงแค่ “พลิกวิธีคิด” ก็สร้างโอกาสทางธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ และน่าที่เอสเอ็มอีอื่น ๆ ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้.




ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]