การคาดการณ์บางส่วนชี้ให้เห็นว่า ทัวร์คอนเสิร์ตของบีทีเอส จำนวน 82 รอบ ใน 23 ประเทศ อาจเหนือกว่าทัวร์คอนเสิร์ต “ดิ เอราส์ ทัวร์” (The Eras Tour) ของสวิฟต์ นาน 21 เดือน ซึ่งทำรายได้จากการขายบัตรเพียงอย่างเดียวประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 65,580 ล้านบาท)
ทว่าทัวร์คอนเสิร์ตของบีทีเอส ไม่ได้ทำเงินจากการขายบัตรเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากเหล่าแฟนคลับที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และใช้เวลาต่าง ๆ ในเมืองที่บีทีเอสจัดคอนเสิร์ต ซึ่งปรากฏการณ์นี้ถูกเรียกว่า “บีทีเอสโนมิกส์” (BTSnomics)
ทั้งนี้ บีทีเอสจะเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตในเมืองโกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ในวันที่ 9 เม.ย. 2569 และสิ้นสุดที่ฟิลิปปินส์ในอีก 11 เดือน โดยประกอบด้วยคอนเสิร์ต 82 รอบ ใน 34 เมือง ของ 23 ประเทศ ซึ่งรวมถึงคอนเสิร์ตประมาณ 30 รอบในอเมริกาเหนือ
“ผมคาดการณ์ว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจเหล่านี้จะกระจายไปทั่วทุกประเทศและเมืองที่จัดคอนเสิร์ต” นายจาง ซู-ชอง ศาสตราจารย์ด้านการท่องเที่ยว จากมหาวิทยาลัยเพอร์ดู กล่าว
ขณะที่ นายคิม ยู-ฮยอก นักวิเคราะห์จากบริษัท ไอบีเค อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ ในกรุงโซล ระบุว่า การประมาณการยอดขายบัตรและสินค้าที่ระลึกจากทัวร์คอนเสิร์ต 82 รอบของบีทีเอส อยู่ที่ 2.9 ล้านล้านวอน (ราว 63,383 ล้านบาท) “เป็นอย่างน้อยที่สุด” และอาจมีผู้เข้าชมคอนเสิร์ตมากถึง 6 ล้านคน
นอกจากนี้ สินค้าต่าง ๆ ตั้งแต่ปลาทูน่ากระป๋องและเครื่องสำอาง ไปจนถึงแท่งไฟ ผ้าห่ม เสื้อผ้า และตุ๊กตา ก็เป็นแหล่งรายได้หลักเช่นกัน โดยยอดขายสินค้าของบีทีเอสเพียงอย่างเดียว เพิ่มขึ้นประมาณ 430% ในช่วงสัปดาห์ของวันที่ 13-19 มี.ค. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
“พวงกุญแจขายหมดเร็วที่สุด ส่วนชุดยาสีฟันและแปรงสีฟัน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และผ้าพันแผลแบบใช้แล้วทิ้ง ก็หมดสต๊อกเหมือนกัน” นางคิม จี-มิน โฆษกบริษัท ชินเซเก ดิวตี ฟรี กล่าว
ด้านนายจิน ดัล-ยอง ศาสตราจารย์ด้านวัฒนธรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล จากมหาวิทยาลัยไซมอน เฟรเซอร์ กล่าวว่า บีทีเอสพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจแบบใหม่ สำหรับทรัพย์สินทางปัญญาทางวัฒนธรรมหลายอย่าง เช่น ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า และการออกแบบ พร้อมกับเสริมว่า ลิขสิทธิ์ของบีทีเอสยังครอบคลุมถึงเกม การ์ตูน และมิวสิกวิดีโอ ส่วนในแง่ของเครื่องหมายการค้า ยอดขายสินค้าต่าง ๆ รวมถึงตุ๊กตา อยู่ระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญ
อนึ่ง นายชิน กี-วุก ศาสตราจารย์ด้านสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าวว่า ในทางเศรษฐกิจ ผลกระทบของบีทีเอสสามารถวัดได้จริง ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นในเกาหลีใต้ การขยายตัวของเค-ป๊อปทั่วโลก และผลกระทบต่อเนื่องไปยังอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ละครเกาหลี ความงาน อาหาร และแฟชั่น
“บีทีเอสช่วยกระตุ้นกระแส ‘K-everything’ หรือ ‘ทุกสิ่งเป็นจริงที่เกาหลี’ อย่างกว้างขวางในหลายด้าน รวมถึงสร้างผลกระทบแบบทวีคูณ ทั้งทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ” ชิน กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



