สงครามในตะวันออกกลางได้ตัดขาดแหล่งพลังงานและปุ๋ยที่สำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการผลิตธัญพืช ผัก และเนื้อสัตว์ ส่งผลให้เกษตรกรที่ผลผลิตทางการเกษตรลดลงจากปัญหาสภาพอากาศอยู่ก่อนแล้ว ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น และมีแนวโน้มที่จะผลักภาระต้นทุนไปให้ผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่สูงขึ้น

ทางเลือกอื่นของเกษตรกร คือ การลดการใช้ปุ๋ยและปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตลดลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนอาหาร โดยเฉพาะในประเทศยากจนที่พึ่งพาการนำเข้าเป็นอย่างมาก

ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกลายเป็นแหล่งผลิตปุ๋ยไนโตรเจนที่สำคัญ ส่วนช่องแคบฮอร์มุซเป็นศูนย์กลางการค้าประมาณ 1 ใน 3 ของโลก ก่อนสงครามจะปะทุขึ้น ขณะที่ความขัดแย้งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการส่งออก ทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น และเกษตรกรต้องเร่งหาซื้อสินค้าให้เพียงพอ ในขณะที่ยังมีโอกาส

สงครามยังส่งผลกระทบต่อการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนในส่วนอื่น ๆ ของโลก เนื่องจากความขัดแย้งส่งผลกระทบต่ออุปทานของส่วนประกอบสำคัญอย่างก๊าซธรรมชาติ ทำให้ผู้ผลิตปุ๋ยในประเทศต่าง ๆ เช่น อินเดียและบังกลาเทศต้องลดผลผลิตลง

ขณะเดียวกัน ราคาก๊าซที่พุ่งสูงขึ้นกำลังสร้างความกดดันต่อการผลิตในยุโรป เนื่องจากปุ๋ยไนโตรเจนเป็นพื้นฐานของการผลิตอาหารทั่วโลกประมาณครึ่งหนึ่ง โดยให้สารอาหารแก่พืชที่ช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโต ซึ่งหากการหยุดชะงักยังคงดำเนินต่อไป เกษตรกรมีแนวโน้มที่จะลดการใช้ปุ๋ยลง และจะนำไปสู่ผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง

การผลิตอาหารสมัยใหม่ขาดพลังงานไม่ได้ เนื่องจากรถแทรกเตอร์ที่ไถพรวนดินก็ใช้เครื่องยนต์ดีเซล และผลผลิตสดใหม่ก็ถูกปลูกในเรือนกระจกที่ใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนั้น น้ำมันยังเป็นพลังงานขับเคลื่อนเรือ เครื่องบิน และรถบรรทุกที่ขนส่งสินค้าจำเป็นในระยะทางไกล รวมถึงเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตพลาสติกสำหรับห่ออาหาร

สงครามกำลังทำให้ปริมาณเชื้อเพลิงที่จำเป็นสำหรับการใช้งานเครื่องจักรในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวพืชผล ฉีดพ่นสารเคมี และรดน้ำต้นไม้ลดลง เกษตรกรผู้ปลูกธัญพืชในออสเตรเลียกำลังเผชิญกับการลดการส่งมอบเชื้อเพลิงก่อนฤดูเพาะปลูก

ในบังกลาเทศ ชาวนาปลูกข้าวบางรายไม่สามารถหาน้ำมันดีเซล เพื่อนำมาใช้กับปั๊มน้ำสำหรับการชลประทานได้ ขณะที่ชาวประมงในฟิลิปปินส์อาจต้องจอดเรือไว้บนฝั่งในไม่ช้า

การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางการเดินเรือในทะเลแดง ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้น และระยะเวลาการขนส่งนานขึ้นสำหรับธัญพืช เมล็ดพืชน้ำมัน และปุ๋ย ซึ่งรวมไปถึงการเดินทางระยะสั้นที่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น จนทำให้การขนส่งทางบกมีต้นทุนสูงขึ้น

ธนาคารราโบบังก์ของเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นผู้จัดหาน้ำมันแนฟทา ประมาณ 1 ใน 3 ของปริมาณการค้าทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนประกอบในการผลิตโพลิเมอร์ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์พลาสติก ขณะที่การผลิตกระดาษและกระดาษแข็งก็ใช้พลังงานสูงเช่นกัน

ธนาคารเตือนว่า ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ แบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภค และผู้ค้าปลีกและผู้บริโภคอาจได้รับผลกระทบทั้งหมด

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความต้องการไบโอดีเซลและดีเซลหมุนเวียน ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงทางเลือก เช่น ถั่วเหลือง คาโนลา และข้าวโพด มีเหลือน้อยลงสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เตือนว่า อาจทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะในแอฟริกา เอเชีย และภูมิภาคอื่น ๆ ที่พึ่งพาการนำเข้า

ก่อนที่สงครามจะปะทุขึ้น อัตราเงินเฟ้อด้านอาหารทั่วโลกโดยทั่วไป คาดว่าจะลดลงในปีนี้ ส่วนต้นทุนสินค้าโภคภัณฑ์อาหารยังคงต่ำกว่าจุดสูงสุดในเดือนมี.ค. 2565 เมื่อรัสเซียดำเนินการรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบ แต่ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ได้เริ่มส่งผลต่อมาตรวัดราคาอย่างเป็นทางการแล้ว อาทิเช่น ในตุรกี ผู้บริโภคจ่ายเงินสำหรับผักเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับก่อนเริ่มสงคราม

อย่างไรก็ดี ผลกระทบเต็มรูปแบบอาจใช้เวลาสักระยะจึงจะปรากฏให้เห็น เนื่องจากราคาอาหารมักตอบสนองต่อภาวะช็อกด้านพลังงานที่ยืดเยื้อ ซึ่งโดยปกติแล้วมักไม่ใช่การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ผลกระทบต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภค โดยทั่วไปเกิดขึ้นทางอ้อมและล่าช้า ตามคำกล่าวของ ดร. เดวิด ออร์เตกา ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์อาหาร มหาวิทยาลัยมิชิแกนสเตท

สถานการณ์นี้ยังเป็นความท้าทายสำหรับนักการเมือง โดยเฉพาะในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งอาหารมีสัดส่วนการใช้จ่ายในครัวเรือนมากกว่าประเทศอุตสาหกรรม โดยในขณะนี้ รัฐบาลต่าง ๆ เริ่มเข้าแทรกแซงตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าเกษตรกรในประเทศจะได้รับปุ๋ยอย่างเพียงพอ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ อินเดียได้หันไปขอความช่วยเหลือจากจีน เพื่อขอซื้อปุ๋ยยูเรียบางส่วน ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งก็เข้มงวดมาตรการควบคุมปุ๋ย ส่วนในฟิลิปปินส์ รัฐบาลก็กำลังเจรจากับผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ ด้านสหรัฐอเมริกาเองก็ดำเนินการเพื่อหาแหล่งปุ๋ยสำรอง และอนุญาตให้เวเนซุเอลาขายปุ๋ยให้กับบริษัทในสหรัฐ.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : AFP