ถูกสนใจตั้งแต่ธีมของเรื่องที่หยิบเอาโลกของตุ๊กตาที่มีภาพลักษณ์ที่ดูไร้พิษภัย ผสมปนเปไปกับความน่ารักมาสอดแทรกความสยองลงไป ทำให้เรื่องราวสยองๆปนขนลุกเกิดขึ้น โดยล่าสุดตุ๊กตาสยองตัวนี้ปรากฎตัวในภาพยนตร์สุดหลอนสองสัญชาติ ไทย-มาเลเซีย “กัม มะ เว คะ (THE DE4D ECHOES)” ที่ผู้สร้างออกแบบโดยผสมผสานความน่ารัก ความยียวน และความพิลึกพิลั่นเข้าไป เกิดเป็นผลลัพธ์ที่ชวนให้ตั้งคำถาม “จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวัตถุที่ดูไร้พิษภัยผันเปลี่ยนกลายมาเป็นความสยองตามจองเวร?” ซึ่งตุ๊กตาตัวนี้จะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของภาพยนตร์ทั้ง 4 ตอน เชื่อมโยงผู้ครอบครองกับมนต์ดำ พิธีกรรม และไสยศาสตร์ตามความเชื่อของทั้งคนไทยและมาเลเซีย จนนำไปสู่การเอาคืนของแรงกรรมที่ชวนหวีดร้องขอชีวิต

งานนี้ yimyim ทนไม่ไหว จึงขอนัดแนะ 3 นักแสดงนำฝั่งไทยอย่าง แพรวา-ณิชาภัทร ฉัตรชัยพลรัตน์ , นนท์-ศดานนท์ ดุรงคเวโรจน์ , นาว-ทิสานาฏ ศรศึกมาร่วมเผยความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้กันแบบจัดเต็ม ตามมาจ้า

คาแรกเตอร์แต่ละคน รับบทเป็นอะไรยังไงบ้าง?

นาว : สำหรับนาว รับบทเป็นเพลง เป็นพยาบาลสาวที่ดูแลผู้ป่วยสูงวัย มาโฮมแคร์

นนท์ : รับบทเป็นเบิร์ด เป็นแฟนของแจน คือพี่แพรวา และก็เป็นคนที่แบกน้องตุ๊กตาตัวนี้ไปทำอะไรบางอย่าง

แพรวา : รับบทเป็นแจนค่ะ แฟนของเบิร์ด ที่คบกันมานานแล้ว แล้วก็จะมีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่วันนี้ไม่ได้มา เป็นอีกหนึ่งคาแรกเตอร์ในเรื่องของพวกเรา

ในเรื่องมี4ลักษณะ 4เส้นเรื่อง แต่ละตอนไม่เหมือนกัน?

นาว : สำหรับเรื่องของนาวชื่อเรื่องว่า ทวงบาป ก็เป็นพยาบาลสาวที่มาดูแลผู้ป่วยในโฮมแคร์ และมีความหลัง เราจะฝันแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ อยู่เรื่อยๆ จนถึงขนาดต้องพึ่งยา แล้วทีนี้อยู่มาวันหนึ่งก็มีคุณลุงเข้ามาที่โฮมแคร์ เรื่องราวก็เริ่มชัดขึ้น เราก็เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่าอันนี้ฝัน หรือว่าเรื่องจริง เพราะคุณลุงเข้ามาเหมือนมีอะไรบางอย่างเข้ามาด้วย ต้องไปติดตาม

แพรวา : ตอนของเราสองคนนะคะ ก็จะเป็นชื่อตอนว่า สามเรา

นนท์ : สามเราเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสามคน ที่เดินทางเข้าไปในป่า เพื่อที่จะทำอะไรบางอย่าง ให้เพื่อนอีกคนหนึ่งที่ชื่อว่าเมจิ โดยมีตุ๊กตาตัวนี้ไปด้วย เป็นตัวแทนของเขา จะเอาไปทำอะไร เป็นตัวแทนเพราะอะไร เดี๋ยวต้องไปรอดูครับ

ชื่อเรื่องมีความน่าสนใจมาก พอจำกัดความสั้นๆ ได้ไหม?

แพรวา : กัมมะเวคะ จริงๆ แล้วมันแปลว่า แรงของกรรม ไม่ว่าจะกรรมดี กรรมชั่ว แต่สุดท้ายมันจะวนกลับมาเสมอ จริงๆ แล้วมันก็เหมือนกับว่าทำอะไรไว้ก็ระวังตัวไว้แล้วกัน ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดี สุดท้ายจะย้อนกลับหาเรา จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

เรื่องนี้มีการร่วมทุนกับมาเลเซียด้วย ที่มาที่ไปเป็นยังไง?

แพรวา : มันเกิดจากว่าที่มาเลเซียเขาเล็งเห็นแล้วว่าประเทศเราทำหนังผีได้น่ากลัวเหมือนเขา เขาก็เลยเหมือนมีอยู่ในใจสองเรื่อง เขาก็เลยมาชวนฝั่งเราอีกสองเรื่อง ก็เป็นการร่วมทุนกัน

ทุกเรื่องคือสนุกมากเลย?

นาว : ใช่ จะได้ดูทีเซอร์ก็ค่อนข้างน่ากลัวอยู่เหมือนกันนะคะ จริงๆ มาเลเซียก็ไม่ได้ห่างจากบ้านเราเท่าไหร่ เรื่องของวัฒนธรรมมันก็จะมีความคล้ายกัน หนูคิดว่าคนที่ได้ดูก็น่าจะเข้าใจและอินไปกับของเขาด้วย อย่างเรื่องของนาวเอง ถามว่ากดดันไหม ก็กดดันมากค่ะ อย่างที่หลายคนอาจจะทราบแล้ว คือหนูบินไปเรียนต่อ และค่อนข้างที่จะห่างจากวงการบันเทิงไปสักพักใหญ่ๆ และนี่ก็กลับมา นี่แทบจะเป็นเรื่องแรกๆ เลยมั้งที่หนูได้กลับมารับงานในไทย ก่อนหน้านี้ก็มีบ้างนิดหน่อย แต่อันนี้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่กลับมาทำงาน ก็ค่อนข้างกดดันนิดหนึ่ง แต่โชคดีที่เรื่องราวมันไม่ได้ยาวมาก มันก็แค่สี่ตอน ของเราก็พาร์ทหนึ่ง มันก็เลยเหมือนมารื้อฟื้นเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็สนุกค่ะที่ถ่ายทำ

เรากลัวผีไหม?

นาว : กลัวสิจ๊ะ (หัวเราะ) แต่ตอนที่เราถ่ายทำมันไม่ได้น่ากลัว เพราะคนมันเยอะมาก แล้วก็กรี๊ดไปตามอารมณ์ที่เราอยากกรี๊ด แต่ความเป็นจริงหนูกลัวนะ แล้วตอนที่หนูอ่านบทหนูก็จะฝันอยู่เรื่อยๆ ในเรื่องนะ ก็เลยคุยกันกับผู้กำกับและแอ็กติ้งโค้ชว่า หนูฝันแบบนี้มากี่ปีแล้ว เราจะได้วางระดับเลเวลความกลัว ความเบื่อฝันนี้ ที่เราฝันบ่อยๆ ก็เลยมาคุยกันว่าหนูต้องรู้สึกยังไง แล้วต้องกลัวในเวย์ไหน ระดับไหน พอมันมากขึ้นเราได้เล่นมากขึ้น

แล้วคู่แพรวานนท์ล่ะ ต้องไปเวิร์กชอปเดินป่าไหม?

นนท์ : เวิร์คช้อปเดินป่าอะไรต่างๆ ไม่มีนะครับ เพราะจริงๆ คือขับรถบ้านเข้าไป แต่เวิร์กชอปที่ทำกันส่วนใหญ่ก็เป็นการเข้าคู่กัน เพราะมันเล่นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนสามคนเยอะมากๆ ความยากและความสนุกของเรื่องนี้ ก็คือเลเยอร์ของความจริงว่า ตัวละครจริงๆ แล้วหมายความว่ายังไง หมายความแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่าในแต่ละคำพูด คือเราต้องค่อยๆ หาว่าแต่ละคำเราพูดกับเขายังไง

แพรวา : เพราะความสัมพันธ์เราจริงๆ ตัวเบิร์ดกับแจนคบกันมานานมาก เหมือนเราต้องมาถามกันว่านานกี่ปีคือแบ็กกราวด์ของตัวละครในเรื่องสามเรา ทุกตัวมีความลับที่ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ ไม่ว่าจะฝ่ายไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นก็เลยมีการพูดประโยคบางอย่างที่มีข้างในซ้อนไปอีก คือมันมีหลายเลเยอร์เหมือนกันในไดอะล็อก สมมติว่าอย่างเช่นตัวนี้จะโกหกอะไรสักอย่าง แล้วหนูจับได้ว่าถือว่าโกหกไม่เนียน น้องก็ต้องหาคำใหม่ หนูก็ต้องหาคำใหม่ ให้มันดูแนบเนียนที่สุด ถึงแม้เราจะโกหกก็ตาม ในตอนเวิร์กชอปนะ ความจริงก็พูดกันเยอะเลยเพราะในเรื่องโกหกกันเยอะเกิน

เรื่องนี้คาดหวังไหม?

นาว : ไม่ได้คาดหวัง เพราะเราจะเต็มที่กับทุกๆ เรื่อง ถ้าเราเต็มที่เรื่องไหน มันก็ต้องออกมาอย่างสมบูรณ์แบบมากที่สุด

จุดไหนที่พิเศษที่สุดและทุกคนห้ามพลาด?

นาว : น่าจะเป็นในเรื่องของเอฟเฟกต์ เพราะในเรื่องเราต้องขึ้นสลิงด้วย มีเอฟเฟกต์ด้วย มีบู๊ ดราม่า คือมีหลากหลายครบรส

แล้วจุดเด่นของตอนแพรวานนท์ล่ะ?

นนท์ : มีสลิงเหมือนกันครับ จริงๆ สลิงก็ไม่ใช่ประเด็นหลักหรอก (หัวเราะ) พอมันเล่นกับความจริงเยอะๆ สุดท้ายแล้วมันก็เกิดคำถามกับคนดูว่า อันไหนคือเรื่องจริงกันแน่ จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้น มันไม่ได้ลึกแบบต้องใช้สมองคิดขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ได้ลึกอะไรขนาดนั้น มันก็ค่อยๆ เปิดเผยทีละปมอยู่แล้ว

แพรวา : หลายแนว (หัวเราะ) มันก็ 2026 แล้วค่ะ อยากให้ทุกคนได้ดูหนังสนุกๆ ความลึกของบทคือถ้าในพาร์ทของหนู อยากให้ดูในเรื่องของโลเคชัน เพราะโลเคชันของพวกหนูสวยมาก ถ้าอยากจะตามรอย ต้องแข็งแรงก่อน เพราะว่ามันเดินขึ้นถ้ำ แล้วถ้ำสวยมาก ซึ่งเราถ่ายในประเทศไทย ป่าที่เราไปถ่ายก็สวยมากเช่นกัน แต่แนะนำให้ไปหน้าที่ไม่ใช่หน้าฝน

ถ้าสำหรับคนที่กลัว ไม่กล้าดูหนังสยองขวัญ เรื่องนี้ถ้าเขาดูแล้วจะกรี๊ดไหม?

แพรวา : น่าจะเป็นกรี๊ดค่ะ

นาว : ส่วนตัวเป็นคนกลัวผีเราก็จะไม่ดูหนังผีเหมือนกัน นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆ เลยมั้งที่จะได้ดูหนังผี เพราะเป็นเรื่องตัวเองนี่แหละ แต่แนะนำนะคะ

ขอเหตุผลคนละหนึ่งข้อที่ไม่ควรพลาดเรื่องนี้?

นาว : เป็นการรีไมนด์ตัวเองว่า เราไปทำอะไรไว้หรือเปล่า หรือให้เราได้กลับมาย้อนคิดว่า เราทำอะไรไว้กับใครหรือเปล่าวะ อาจจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ได้ รอเลย รอผลเลย

นนท์ : ของผมก็คิดว่าเรื่องความครบรสความสนุก มันมีสี่เรื่องเนาะ คือมันมีสี่เรื่องที่อาจจะไม่ได้เหมือนกันเลยก็ได้ และเป็นคัลเจอร์ของฝั่งมาเลเซียด้วย ที่อาจจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ อาจจะเป็นรสชาติใหม่ของหนังผีผสมผสานไทยกับมาเลเซีย

แพรวา : ถ้าใครชอบหนังสยองขวัญแบบว่าขนหัวลุกแบบน่ากลัวมากก็เชิญเรื่องนี้ ถ้าใครชอบแบบว่าดูหนังสยองขวัญที่คลายเครียดนิดหนึ่งก็เชิญเรื่องนี้ ถ้าใครชอบหนังสยองขวัญที่ติดดราม่าก็เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นฝากไปดูกันเยอะๆนะคะ

แหม..ยิ่งฟังสปอยเบาๆของพวกเขาแล้ว ก็รีบต้องไปจองตั๋วดูสักหน่อยแล้ว เพราะอย่างที่บอกว่าแค่ชื่อนักแสดงก็รู้แล้วว่าน่าสนใจขนาดไหน ยังไงก็อย่าพลาดดูหนังเรื่องนี้กันนะจ๊ะ แล้วมารีวิวกันจ้า


1 Day With ซุปตาร์

yimyim