กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ
ผมอายุ 75 ปี ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงมา 10 กว่าปีแล้ว ไปพบแพทย์ตรวจและรับยามากิน แต่กินยาไม่ค่อยสม่ำเสมอ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย บางครั้งก็เป็นลม เดินขึ้นบันไดไม่ถึง 10 ขั้นจะมีอาการเหนื่อยมาก ใจสั่น หอบ และบางครั้งแน่นหน้าอกด้วย ส่วนการมีเพศสัมพันธ์ผมกับภรรยานาน ๆ ครั้งถึงจะร่วมเพศกัน แต่ก็จะสำเร็จด้วยกันทุกครั้ง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งขณะมีเพศสัมพันธ์ มีอาการหน้ามืด เหนื่อยมากแทบจะเป็นลม จึงรีบไปพบแพทย์ ผลการตรวจแพทย์บอกว่าเป็นโรคหัวใจ และกำลังอยู่ในภาวะหัวใจล้มเหลว ต้องเข้ารับการรักษานานหลายเดือน ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก สามารถเดินขึ้นบันไดได้หลายชั้นโดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบและเจ็บหน้าอกเลย แต่สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือ ไม่กล้ามีกิจกรรมทางเพศอีกเพราะกลัวจะเกิดอันตรายถึงตายได้ ทำให้งดการร่วมเพศมาเกือบ 1 ปีแล้วไม่กล้าเสี่ยง อยากได้คำแนะนำจากคุณหมอ ดร.โอ ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ว่า ควรจะทำอย่างไรดี
ด้วยความนับถือ
ธเนศ 75
ตอบ ธเนศ 75
ตามปกติผู้ป่วยโรคหัวใจส่วนใหญ่จะสามารถร่วมเพศได้ใหม่ภายใน 4-6 สัปดาห์หลังจากหายจากอาการเจ็บป่วยถ้าไม่มีอาการเจ็บหน้าอกขณะออกกำลังกาย มีรายงานวิจัยในคนไข้กลุ่มที่เป็นโรคหัวใจจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ และกลุ่มที่ยังไม่เป็นโรคหัวใจแต่มีแนวโน้มที่จะเป็น การร่วมเพศไม่ได้ทำให้ร่างกายทำงานหนักมากเกินไป ทั้งการใช้ออกซิเจนของร่างกายระหว่างการร่วมเพศ ซึ่งน้อยกว่าการเดินขึ้นบันได 2 ขั้นเสียอีก ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะให้คนที่เป็นโรคหัวใจหยุดร่วมเพศหลังจากการพักรักษาตัวแล้ว 4-6 สัปดาห์ ถ้าสามารถออกกำลังกายได้ในระดับพลังงาน 6-8 แคลอรีต่อนาทีได้โดยไม่มีอาการผิดปกติของความดันโลหิตและชีพจร
สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่มีอาการในขณะร่วมเพศควรกินยา และออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะจะทำให้สมรรถภาพทางเพศและการทำงานของร่างกายดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามความถี่ในการร่วมเพศของคนที่เป็นโรคหัวใจไม่ควรมากกว่าที่เคยปฏิบัติอยู่ นอกจากนั้นเวลาที่เหมาะสมในการร่วมเพศของคนที่เป็นโรคนี้ควรจะเป็นตอนเช้าหลังจากได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอแล้ว แต่ถ้ามีอาการเจ็บหน้าอก แน่นอึดอัดหรือเหนื่อยหอบ ก็ควรหยุดและรีบไปปรึกษาแพทย์ที่ดูแล แต่หากมีความจำเป็นต้องการงดร่วมเพศจริง ๆ การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองก็ต้องงดด้วย เพราะมีผลต่อร่างกายและหัวใจด้วยเช่นกัน ในกรณีที่สามารถร่วมเพศได้แต่เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ไม่สามารถใช้งานได้เหมือนเดิมซึ่งเกิดได้บ่อยมากกับผู้ป่วยโรคหัวใจ
สิ่งที่อยากแนะนำ คือห้ามกินยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์พีดีอี-5 เพื่อให้อวัยวะเพศเกิดการแข็งตัวเต็มที่ ควบคู่กับการใช้ยาขยายหลอดเลือดกลุ่มไนเตรตที่ส่วนใหญ่ใช้รักษาโรคหัวใจเพราะจะเกิดอันตรายมากจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ถ้าต้องการให้ปลอดภัย ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจแล้วมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศควรจะทราบชื่อยาที่หมอใช้ในการรักษา คือกลุ่มไนเตรตใช้ในกรณีเส้นเลือดหัวใจตีบจึงห้ามกินยาเฉพาะกิจทำให้ร่วมเพศไม่ได้ต้องเลี่ยงไปใช้วิธีอื่น ให้ขอคำแนะนำจากแพทย์ที่ดูแลให้ละเอียด และควรเข้ารับการฟื้นฟูอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศจากแพทย์โดยตรง เพื่อเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



