เรียน คุณหมอ ดร.โอ สุขุมวิท 51 ที่นับถือ

ผมอายุ 66 ปี ยังชอบเล่นกีฬาหลายประเภทโดยเฉพาะตีกอล์ฟ ทุกวันนี้กล้ามเนื้อยังแข็งแรงดีอยู่ แม้ว่าจะป่วยเป็นเบาหวานมาเกือบ 15 ปีแล้ว พยายามคุมอาหารพวกแป้ง ของอาหารมีรสหวานมาโดยตลอด เจาะเลือดล่าสุดระดับน้ำตาลน้อยกว่า 100 แพทย์บอกว่าคุมน้ำตาลได้ดี สำหรับความดัน ตรวจวัดเป็นประจำ ค่าออกมาเป็นปกติ ผลการตรวจวัดความแข็งแรงของหัวใจปกติ สุขภาพร่างกายไม่มีอะไรที่ต้องเป็นกังวลหนักใจ แต่สุขภาพทางเพศเริ่มมีปัญหาคือมีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเต็มที่มาประมาณ 2 ปีแล้ว อาการไม่หนักมากคือบางครั้งแข็งตัวได้เอง บางครั้งแข็งตัวแล้วอ่อนตัวลงเร็ว แต่เมื่อได้รับการกระตุ้นเล้าโลมจะกลับมาแข็งตัวได้อีก เป็นอย่างนี้เรื่อยมาต้องใช้ยาเฉพาะกิจมากินเสริมร่วมด้วยเป็นบางครั้ง เริ่มใช้ยาเฉพาะกิจมาได้ปีกว่าแล้ว ช่วงแรก 1 เม็ดแบ่งเป็น 4 ส่วน กินทีละส่วนต่อการมีความสุขแต่ละครั้งได้ผลดี มาถึงวันนี้กินทั้งเม็ดก็ยังไม่แข็งตัว แม้ว่าจะเล้าโลมกระตุ้นช่วย ลองกินยาตัวใหม่ที่ใคร ๆ แนะนำก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม จึงอยากเรียนปรึกษาคุณหมอโอ ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้บ้างไหมครับ

ด้วยความนับถือ
ชิษณุ 66

ตอบ ชิษณุ 66
ชายวัย 66 ปี ป่วยเป็นเบาหวาน แล้วเกิดอาการอีดี อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่แก้ปัญหาด้วยการกินยาเฉพาะกิจช่วงแรกได้ผลดี อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่หลังจากนั้นแม้จะกินยาทั้งเม็ดหรือเปลี่ยนชนิดของยาอวัยวะเพศก็ไม่แข็งตัว อาการแบบนี้เรียกว่าดื้อต่อยาเฉพาะกิจ ซึ่งประสิทธิภาพของเฉพาะกิจ มักจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของอาการอีดี รายงานของสหรัฐอเมริกากี่ยวกับการศึกษาประสิทธิภาพของเฉพาะกิจในคนไข้อีดี แบ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนต่ำ ความดันเลือดสูง ภาวะโปรแลคตินสูงผิดปกติ เบาหวาน โรคซึมเศร้า ผ่าตัดต่อมลูกหมาก ฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก รักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีลดฮอร์โมนแอนโดรเจน ผ่าตัดมะเร็งทวารหนัก หรือกระเพาะปัสสาวะ บาดเจ็บที่ไขสันหลัง และหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท พบว่า ประสิทธิภาพของยา คิดเป็น 86.2% ของคนไข้ที่เป็นความดันเลือดสูง 68.7% คนไข้เบาหวาน 85.7% คนไข้ซึมเศร้า 16.6% คนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก และ 87.5% คนไข้ที่ได้รับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าคนไข้ที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำ 15 คน ไม่ตอบสนองต่อยาเฉพาะกิจ จึงได้ให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนพบว่า 11 คน หรือ 73.3% ในกลุ่มนี้ตอบสนองต่อยา

จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษาผู้ป่วยอีดีที่เป็นโรคดังกล่าวด้วยยากลุ่มพีดีอี5ไอ นั้นการรักษาอาจไม่ได้ผล การรักษาอาการอีดีจึงต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อเพศ ใช้คลื่นเสียงความถี่เพื่อเพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่ในองคชาต เพื่อให้มีการเพิ่มออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อเพศ แต่การที่จะเลือกวิธีไหนนั้นจะต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ดูระดับฮอร์โมนเพศชายควบคู่กับดูค่าพีเอสเอ นอกจากนี้ประวัติการรักษาโรคประจำตัวของคนไข้ก็สำคั

ฉะนั้นการฟื้นฟูอาการอีดีที่มีประสิทธิ ภาพและลดอาการดื้อยานั้นจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากแพทย์โดยตรงเท่านั้น เมื่อการรักษาที่ตรงกับปัญหาของร่างกายจะสามารถเสริมส่วนอ่อนแอและเปลี่ยนความอ่อนแอให้ฟื้นเป็นความแข็งแรงได้อีกครั้ง ชายวัย 60-70 ปี หากได้ฟื้นฟูตามระบบก็จะมีเสน่ห์และความแข็งแรงชนะวัย 30 ปีอย่างกินขาด ฉะนั้นต้องเข้ารับการรักษาเพื่อฟื้นฟูเท่านั้นจึงจะได้ผลตามที่ต้องการ.

……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51