อย่าปล่อยให้ความเหนื่อยทำลายชีวิต! เตือนอาการอึดอัดเวลานอนราบอาจเป็นสัญญาณ “ลิ้นหัวใจมีปัญหา” ชูนวัตกรรม TAVI เปลี่ยนลิ้นหัวใจผ่านสายสวน แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไวใน 2 วัน พร้อมแนะวัย 35+ ควรตรวจเช็กก่อนสาย
โรคลิ้นหัวใจ (Valvular Heart Disease) คือความผิดปกติของลิ้นหัวใจทั้ง 4 ลิ้นที่ทำหน้าที่ควบคุมทิศทางเลือด โดยในวันนี้ นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และอายุรแพทย์ผู้ชำนาญการโรคหัวใจ ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต อธิบายผ่าน Healthy Clean ว่าโรคนี้แบ่งง่ายๆเป็น 2 ประเภท คือ
1.ลิ้นหัวใจรั่ว เลือดไหลย้อนกลับ
2.ลิ้นหัวใจตีบ เลือดไหลไม่สะดวก

ความน่ากลัวคือ ในระยะแรกหัวใจจะพยายามปรับตัวและชดเชยการทำงาน ทำให้เราแทบไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ จนกระทั่งถึงจุดที่หัวใจรับไม่ไหว อาการจึงจะปรากฏชัดเจน
เช็กสัญญาณเตือน แบบไหนที่เรียกว่า “อันตราย”
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้สะสมเกิน 1-2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์
-เหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้จะทำกิจกรรมเดิมๆ ที่เคยทำได้
-นอนหงายแล้วอึดอัด ต้องหนุนหมอนสูงๆ ถึงจะหายใจสะดวก
-มีอาการขาบวม หรืออ่อนเพลียโดยไม่มีสาเหตุ
-ภาวะแทรกซ้อน หากปล่อยไว้เสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมปอด หัวใจโต หรืออัมพฤกษ์-อัมพาต

ใครบ้างที่เสี่ยง? (ไม่ใช่แค่ผู้สูงอายุ)
แม้ความเสื่อมตามอายุจะเป็นสาเหตุหลัก แต่โรคลิ้นหัวใจ “ไม่เลือกวัย”
-เด็กเล็ก อาจมีความผิดปกติมาแต่กำเนิดหรือเคยติดเชื้อรุนแรง
-วัยทำงาน/ผู้สูงอายุ ลิ้นหัวใจเสื่อม หรือมีแคลเซียม/ไขมันเกาะจนแข็งตัว
-กลุ่มโรคประจำตัว ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน และไขมันในเลือดสูง
TAVI ทางเลือกใหม่ ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องรอพักฟื้นนาน
ในอดีต การรักษาลิ้นหัวใจรั่วหรือตีบที่รุนแรงต้อง “ผ่าตัดเปิดหน้าอก” ซึ่งต้องหยุดการทำงานของหัวใจและใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยี TAVI (Transcatheter Aortic Valve Implantation) ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนโลกการรักษาหัวใจ
-การผ่าตัดเปิดหน้าอก (เดิม)
วิธีการผ่าตัดใหญ่ เปิดหน้าอก หยุดหัวใจ
ขนาดแผลยาว เจ็บแผลมากกว่า
เวลาพักฟื้น ประมาณ 2 สัปดาห์
ความเสี่ยงสูงกว่าในผู้สูงอายุ
-เทคโนโลยี TAVI (ใหม่)
วิธีการใส่ลิ้นหัวใจเทียมผ่านสายสวน
ขนาดแผลเล็กมาก (บริเวณขาหนีบ)
เวลาพักฟื้น 1 – 2 วัน
ความเสี่ยงต่ำกว่า ฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตได้ไว

อายุ 35+ เริ่มตรวจสุขภาพหัวใจได้ทันที
นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย แนะนำว่าเมื่อถึงวัย 35 ปี ควรตรวจเช็กหัวใจโดยไม่ต้องรอให้มีอาการ โดยที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด รพ.วิมุต มีขั้นตอนที่แม่นยำดังนี้
1.เอกซเรย์ปอด ดูขนาดหัวใจ
2.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) ดูจังหวะการเต้น
3.อัลตราซาวด์หัวใจ (Echo) ดูการทำงานของลิ้นหัวใจอย่างละเอียด
4.วิ่งสายพาน (EST) ทดสอบหัวใจขณะออกแรง
“เราสามารถสร้างเกราะป้องกันได้ตั้งแต่วันนี้ เพียงแค่ไม่มองข้ามสัญญาณเตือนเล็กๆ อย่างอาการเหนื่อยง่าย และหมั่นตรวจเช็กสุขภาพสม่ำเสมอ” นพ.สุวาณิช เตรียมชาญชูชัย ทิ้งท้าย…
……………………………………………
คอลัมน์ : Healthy Clean
โดย “พรรณรวี พิศาภาคย์”
อ่านบทความทั้งหมดที่นี่…คลิก…



