แอนโธนี ฮัดสัน ปิดจ๊อบแรก จ๊อบแห่งชีวิตของวงการฟุตบอลไทยได้

“แมตช์แห่งปี” ช้างศึก เอาตัวรอดสำเร็จ เฉือนชนะ เติร์กเมนิสถาน 2-1 จากประตูชัยของ มานูเอล ทอม เบียร์ห นาทีที่ 89

จบเกมนักข่าว ถาม “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ว่า เมื่อผลออกมาแบบนี้ การที่ฝ่ายเทคนิคเปลี่ยนโค้ช(ปลด มาซาทาดะ อิชิอิ ก่อนตั้ง ฮัดสัน) เป็นการตัดสินใจที่ถูกใช่หรือไม่

มาดามแป้ง ตอบอย่างไร คงทราบไปแล้ว แต่ถ้าจะตอบแบบไม่กลัวคนหมั่นไส้ก็คือ…ใช่..ตัดสินใจถูก

อ้าว…ก็ จากที่ อิชิอิ พาทีมบุกแพ้ เติร์กเมนิสถาน ทำให้สถานการณ์เป็นรองตั้งแต่เกมที่ 2 ของรอบคัดเลือก

ในเมื่อ โค้ชใหม่ทำทีมเข้ารอบเอเชียนคัพได้ นั่นก็หมายถึง “ตัดสินใจถูก”

ถ้า อิชิอิ อยู่จะเข้ารอบไหม, ถ้าไม่เรียก ทอม เบียร์ห, ถ้าบอลไม่ตกเข้าหัว ทอม, ถ้าไม่มีลูกเซตพีซ ธีราทร บุญมาทัน ฯลฯ จะ “ถ้า” อะไรก็แล้วแต่ แต่ตอนนี้เส้นทางที่เลือกคือ ทำได้สำเร็จตามเป้าหมาย

เป้าหมายที่เป็นเหมือนเกมชี้ชะตา วงการบอลไทย, ฮัดสัน รวมทั้ง “มาดามแป้ง” ด้วย เพราะถ้าไม่มีประตูเส้นยาแดงผ่าแปด อาจมีรายการ “ตามหาคนหาย” เหมือนตอนเปลี่ยนโค้ช, เหมือนตอนจบซีเกมส์ อีก

ฮัดสัน ปลดเปลื้องก้อนหินหนักอึ้งออกจากเป้สะพายหลัง จากชัยชนะ 2 เกมสุดท้ายคัดเอเชียนคัพที่ต้องชนะ แล้วก็ชนะได้

เขาจัดทีมแบบชัดเจนว่า “เน้นผล” แบบสุดๆ ไม่มีลองทีม ไม่มีลองนักเตะ เอาคนที่มั่นใจที่สุด ดีที่สุดลงไป

นั่นทำให้นักเตะประสบการณ์สูงถูกเรียกมาช่วยทีมชาติไทยมากมาย จากนัดล่าสุด ซึ่งก็เมกเซนส์ เพราะเกมกดดันแบบนี้ ต้องการ “ความเก๋า”

วางเอเชียนคัพ 2027 เป็นจุดหมายใหญ่ เส้นทางจากนี้ของทีมชาติไทย จะมีเกมฟีฟ่าเดย์เดือนมิ.ย., อาเซียนฮุนไดคัพ เดือน ส.ค., ฟีฟ่าอาเซียนคัพ เดือน ก.ย.-ต.ค., คิงส์คัพ พ.ย.

ฟีฟ่าเดย์ เดือน มิ.ย. มีข่าวว่า สมาคมฟุตบอลจีน เชิญ ไทย ไปแข่ง 1 แมตช์(ไม่ใช่ 4 เส้ากับ เกาหลีเหนือ และ อิหร่าน…อิหร่านเค้าจะไปเตะบอลโลก) และอีก 1 แมตช์ เรากำลังหา

อาเซียนฮุนไดคัพ ที่หนก่อนเราโดน เวียดนาม มาคว้าแชมป์ถึงบ้าน รอบแรกอยู่กับ มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เมียนมา, ลาว ซึ่งหากเข้ารอบชิงฯ ก็ต้องเตะ 8 นัด

ฟีฟ่าอาเซียนคัพ จะเตะยังไงยังไม่รู้ ฟีฟ่าแค่บอกจะจัด…เอ้า จัดก็จัด รอชมกัน

และเดือน พ.ย.ฟุตบอลคิงส์คัพ อีก 2 แมตช์

โปรแกรมเหล่านี้ อาเซียนคัพเป็นรายการเดียวที่ไม่ได้อยู่ช่วงฟีฟ่าเดย์ ทีนี้เราจะเอายังไง จะจัดเต็มหรือดาวรุ่ง แต่ถ้าให้เดาใจ “มาดามแป้ง” คงอยากใช้ชุดใหญ่ เพราะระดับอาเซียน เป็นแชมป์เดียวที่เรามีลุ้นเต็มๆ

ทว่าก็คงไปขอตัวสโมสรเขายากอีกแหละ

ไม่รู้ว่านโยบาย มาดามแป้ง ส่งผลถึงแนวทางการทำทีมของ ฮัดสัน ขนาดไหน แต่กับช่วงเว้นยาว 8-9 เดือนก่อนเอเชียนคัพ แบบนี้ ในมุมของโค้ช คงอยากเปิดให้นักเตะดาวรุ่งมีโอกาสมากขึ้น

ไม่มีเกมคอขาดบาดตายอีกแล้ว อาจจะลดสัดส่วนรุ่นเก๋าลง และเพิ่มดาวรุ่งมากขึ้น นักเตะสำคัญๆ ที่รู้ฟอร์มกันอยู่แล้ว อย่าง ธีราทร บุญมาทัน ก็พักบ้างก็ได้ รอเอเชียนคัพ ค่อยเอามา

การสร้างดาวรุ่งเป็นสิ่งสำคัญ ฟุตบอลไม่ได้เตะกันแค่ 1-2 ปี ยังมีอีกยาว โดยเฉพาะฟุตบอลโลก 2030 อย่าคิดว่าไม่มีโอกาส โควตาเพิ่ม โอกาสจาก “ริบหรี่” ก็เพิ่มเป็นพอมีแสงสว่าง “รำไร” ถ้าเตรียมกันจริงๆ จังๆ

จากนี้ไป แฟนบอลอาจต้องใจเย็นลงสักนิด เพราะหาก ฮัดสัน จะใช้นักเตะใหม่ ทดลองทีมกันบ้าง แมตช์จากนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม

ยุค อิชิอิ หลังตกรอบคัดบอลโลก เขาใช้ช่องว่างนี้ ในการสร้างทีม แต่ไปพลาดที่การบุกแพ้ เติร์กเมนิสถาน ทำให้สถานการณ์เอเชียนคัพไม่ดี เปิดช่องให้ใส่เป็น “สาเหตุปลด” ได้ หากจะบอกว่า พาทีมไทยมาอยู่ปากเหว จะเสี่ยงต่อไปไม่ได้

แต่กับ ฮัดสัน เกมจากนี้ไป จะบอกว่าเป็นแมตช์ทดสอบก็ได้ ขอแค่อย่าไปตกรอบแรกอาเซียนฮุนไดคัพ ให้แฟนบอลเริ่มตั้งแง่ก็แล้วกัน

อาจจะไม่ค่อยดี กระท่อนกระแท่นบ้าง แต่ก็ต้องให้โอกาสกันไป เปิดให้ทำงานเต็มที่ แล้วไปวัดผลกันที่เอเชียนคัพ ถ้ายังไหว ก็ไปต่อที่คัดบอลโลก

จะว่าไป แม้พาทีมไทยเข้ารอบ แต่แฟนบอลก็ยังไม่มั่นใจในฝีมือ ฮัดสัน เท่าไหร่ กับการชนะ เติร์กเมนิสถาน แบบกระเสือกกระสน

แต่นัดนั้นก็อย่างที่บอก โจทย์คือ “ต้องชนะเท่านั้น” ไม่ว่าด้วยวิธีการแบบใด ตอนนี้ก็ผ่านมาได้แล้ว จะยิงกี่ลูก ยิงตอนไหน ผลลัพธ์คือ “ชนะ”

จากนี้จะเปลี่ยนไป

เราน่าจะเห็นไอเดีย เห็นแนวทางของ แอนโธนี ฮัดสัน อย่างแท้จริง ว่าพา “ช้างศึก” ไปได้ไกลแค่ไหน และไปได้นานเพียงใด

ประคับประคองผลงาน ไปพร้อมๆ กับการสร้างทีมใหม่ ที่ต้องใช้เวลา ที่ต้องมาพร้อม “ความอดทน” จากรอบด้าน

ก็อยากให้โอกาส พิสูจน์ผลงานคุมไปนานพอจะเห็นผลจริงๆ

เรื่อง “ความสัมพันธ์” ไม่น่ามีปัญหา ดูเขาก็เป็นคน “เข้าใจวัฒนธรรม” ดี จึงไม่น่ามี “คลื่นใต้น้ำ”

ทีนี้ก็วัดกันที่ผลงานในสนามกันล้วนๆ หล่ะ

“ฮัดสัน” จะมีฝีมือขนาดไหน และจะเป็น “คนที่ใช่” สำหรับ “ช้างศึก” หรือไม่.

วุฒินล บุญวานิช