แม้ว่าวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันจะก้าวหน้าจนสามารถทำแผนที่จุดประสานของเซลล์ประสาทได้อย่างละเอียด แต่ “จิตสำนึก” ของมนุษย์ยังคงเป็นปริศนาที่ยากจะหาคำตอบ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยได้ค้นพบช่องทางสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจโลกภายในใจได้มากขึ้น นั่นคือ ประสบการณ์เฉียดตาย (Near-Death Experiences หรือ NDEs)

ประสบการณ์เฉียดตายคือสภาวะของจิตที่เปลี่ยนแปลงไป มักเกิดขึ้นกับผู้ที่เผชิญภาวะวิกฤตถึงแก่ชีวิต โดยเกือบ 1 ใน 5 ของคนกลุ่มนี้รายงานว่าได้สัมผัสความรู้สึกสงบอย่างล้นพ้น, ประสบการณ์ถอดจิตออกจากร่าง, การพบเจอญาติที่ล่วงลับ หรือการรับรู้เวลาที่ผิดเพี้ยนไป และความสามารถในการตระหนักรู้ที่สูงขึ้น 

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ประสบการณ์ที่แจ่มชัดเหล่านี้เกิดขึ้นในขณะที่สมองส่วนต่างๆ ทยอยหยุดการทำงานลง ซึ่งขัดแย้งกับหลักการทำงานของสมองตามปกติ

นิโคล ลินด์เซย์ จากมหาวิทยาลัยแมสซีย์ ประเทศนิวซีแลนด์ ได้ทำการศึกษาเรื่อง NDEs อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2561 โดยในผลการศึกษาใหม่สองฉบับ ลินด์เซย์และทีมวิจัยได้เจาะลึกถึงผลกระทบอันลึกซึ้งที่ NDEs มีต่อบุคคลไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะในขอบเขตของการฝัน 

ผลการศึกษาแรกซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Dreaming นักวิจัยได้สัมภาษณ์คน 138 คนที่เคยมีประสบการณ์ NDEs, คน 45 คนที่เกือบตายแต่ไม่มีประสบการณ์ NDEs และอีก 129 คนที่ไม่เคยเผชิญทั้งสองอย่าง โดยใช้แบบสอบถามความฝันแมนไฮม์ ซึ่งเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่เป็นที่รู้จักในการประเมินแง่มุมต่างๆ ของความฝัน เช่น การระลึกถึงความฝัน ระดับความเข้มข้นทางอารมณ์ และความรู้สึกตัวระหว่างฝัน 

ทีมวิจัยค้นพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์ NDEs สามารถจดจำความฝันได้ดีกว่า มีความฝันที่เข้มข้นกว่า และที่น่าสนใจคือ มีความฝันในเชิงบวกหรือฝันถึง “เรื่องดีๆ” มากกว่ากลุ่มที่ไม่เคยมีประสบการณ์ NDEs

ส่วนผลการศึกษาฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Psychology of Consciousness: Theory, Research, and Practice ลินด์เซย์และเพื่อนร่วมงานได้เปิดเผยรายละเอียดว่า ความฝันของแต่ละบุคคลเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากประสบภาวะเฉียดตายมา ตัวอย่างเช่น ผู้เข้าร่วมโครงการรายหนึ่งกล่าวว่าเขาสามารถจำความฝันได้อย่างมั่นใจราวหนึ่งครั้งในทุกๆ 1 – 2 สัปดาห์ แต่หลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตาย เขากลับจำความฝันได้ทุกคืน ด้านคนอื่นๆ ก็รายงานว่า ความฝันของพวกเขามีความชัดเจนแจ่มแจ้งอย่างมากหลังจากผ่านประสบการณ์ NDEs จนบางทีก็แยกความฝันออกจากความจริงได้ลำบาก

บทความดังกล่าวยังสำรวจรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์สุดโต่งของการฝันแบบที่ยังรู้ตัว (Lucid Dreaming) ประสบการณ์ถอดจิต ความฝันเกี่ยวกับอดีตชาติ และแม้แต่ในบางกรณีคือการฝันเห็นอนาคต โดยผู้เขียนวิจัยระบุว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผู้ร่วมโครงการอธิบายออกมานั้น สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของอัตลักษณ์ส่วนบุคคล จิตวิญญาณ และการรับรู้ถึงความเป็นจริง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดูเหมือนจะเริ่มต้นโดยตัว NDEs เอง จากนั้นจึงถูกเก็บไว้และส่งเสริมให้เด่นชัดขึ้นผ่านสภาวะการฝัน ดังนั้น ความฝันจึงอาจทำหน้าที่เป็นส่วนต่อขยายของสภาวะจิตสำนึกที่เข้าถึงได้ในช่วงที่เกิดประสบการณ์เฉียดตาย

อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาเหล่านี้ ผู้เขียนยังไม่สามารถระบุกลไกที่แน่ชัดที่ทำให้ความฝันดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงหลังจากผ่านประสบการณ์เฉียดตาย  หรือกล่าวได้ว่า มันคือความลับของจิตใจอีกเรื่องหนึ่งที่ยังคงไร้คำอธิบายที่ชัดเจน

ที่มา : popularmechanics.com

เครดิตภาพ :  Pixabay / 영훈 박