อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ก็ถูกนำยึดโยงกับกรณี “ถนนสามเสนยุบตัว” ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเมื่อเดือน ก.ย. 2568 ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ แม้ในรายละเอียดเชิงเทคนิคจะแตกต่างกัน แต่ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่นและกังวลใจกันไม่น้อย จนทำให้มีการตั้งคำถามถึง “ลักษณะทางกายภาพชั้นดินพื้นที่กรุงเทพฯ” ว่า…จะเกี่ยวข้องด้วยไหม?
เกี่ยวกับปุจฉาคาใจของ “ชั้นดินใต้พื้นที่กรุงเทพ” ซึ่งมี “ลักษณะเฉพาะ” จนถูกนักธรณีวิทยา “ตั้งชื่อเรียกเป็นพิเศษ” ให้นั้น กรณีนี้ก็มีนักธรณีวิทยาได้ให้ความสนใจและได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับดินชนิดนี้มานานแล้ว ก่อนที่ชื่อของชิ้นดินชนิดนี้จะค่อย ๆ หายไป จนมีการนำกลับมาพูดถึงอีกครั้งในช่วงหลังมานี้ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์ “ดินทรุด–ดินยุบ” ในเขตพื้นที่กรุงเทพ โดย “ลักษณะดิน” ดังกล่าวเคยมีนักธรณีวิทยาอธิบายถึง “ดินที่มีลักษณะเฉพาะ” และ “มีชื่อเรียกทางธรณีวิทยา” ว่า… “ดินเหนียวกรุงเทพ” (Bangkok Clay) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของดินที่พบส่วนใหญ่ด้านใต้พื้นที่กรุงเทพ…
ที่มีนักธรณีวิทยาได้มีการศึกษาวิจัยมานาน
จนทำให้ค้นพบว่า “ดินเหนียวกรุงเทพ” นั้น
“มีลักษณะเด่นเฉพาะตัว” ไม่เหมือนดินที่อื่น

ทั้งนี้ กับ “ดินในพื้นที่กรุงเทพฯ” ที่ทาง “ทีมสกู๊ปเดลินิวส์” มีข้อมูลมาสะท้อนต่อให้พิจารณานั้น เป็นข้อมูลจากเอกสารที่จัดทำขึ้นโดย กลุ่มงานธรณีวิทยาพื้นที่ราบ กองธรณีวิทยา กรมทรัพยากรธรณี ที่นำเสนอในเวทีประชุมวิชาการไว้เมื่อปี 2538 ในชื่อหัวข้อ “ดินเหนียวกรุงเทพ : สภาพธรณีวิทยาและการประยุกต์ใช้” ที่อธิบาย “ลักษณะเฉพาะของดินในพื้นที่กรุงเทพฯ” โดยจากการที่พื้นที่นี้มีดินลักษณะเฉพาะ
นำสู่ “ชื่อเฉพาะ” อย่าง “ดินเหนียวกรุงเทพ”
สำหรับชุดข้อมูลดังกล่าว ที่มีคณะผู้จัดทำประกอบด้วย… สุวัฒน์ ติยะไพรัช, นิรันดร์ ชัยมณี, พิสิทธิ์ ธีรดิลก ซึ่งได้นำเสนอถึง “ดินในบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ” ไว้ว่า… มีการเรียก “ดินที่พบมากในพื้นที่นี้” ในชื่อ… “ดินเหนียวกรุงเทพ” โดยเป็นชื่อเรียกที่ถูกตั้งไว้โดย ศ.ดร.ชัย มุกตพันธุ์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น บิดาปฐพีกลศาสตร์ของประเทศไทย โดยใช้เป็นชื่อดินที่ตั้งขึ้นเพื่อใช้เรียก ชั้นดินเหนียวเนื้อนิ่ม มีสีเทาที่อยู่บริเวณชั้นบนสุดของตะกอนที่ปิดคลุมที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ที่มักจะเรียกพื้นที่นี้ว่า… “ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา” นั่นเอง
โดยสำหรับอาณาบริเวณที่ราบลุ่มดังกล่าวนี้
มีพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมอยู่ด้วย
และสำหรับคำอธิบายของ “ดินเหนียวกรุงเทพ” นั้น จากเอกสารรายงานชุดเดิมมีการระบุเอาไว้ประมาณว่า… นอกจากเป็น “ชื่อเฉพาะ” แล้ว จากการสำรวจและศึกษายัง มีการแบ่ง “ดินเหนียวกรุงเทพ” เป็น “3 หน่วยย่อย” ซึ่งในเอกสารของกลุ่มงานธรณีวิทยาพื้นที่ราบ กองธรณีวิทยา ระบุไว้ว่า… หลังมีการศึกษาดินในบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเติมก็ค้นพบว่า… “ดินเหนียวกรุงเทพ” สามารถที่จะแบ่งออกเป็นหน่วยย่อย ๆ ได้…
“หน่วยล่าง–หน่วยกลาง–หน่วยบนสุด”
นี่คือ “3 หน่วยย่อย” ของดินในพื้นที่นี้
กับ “หน่วยล่าง” นั้น ข้อมูลระบุไว้ว่าประกอบด้วย… ตะกอนดินเหนียวปนทรายละเอียด มีสีเทาอ่อน มีจุดประสีเหลืองประมาณ 5% เนื้อดินค่อนข้างเหนียว ส่วนทรายละเอียดที่ปนอยู่ด้วยมีขนาดราว 100 ไมครอน เม็ดกลมมนดี ไม่มีเศษพืชหรือเปลือกหอยปนอยู่ อย่างไรก็ตามได้มีการศึกษาเพิ่ม โดยพบเรณูและสปอร์ของพืชที่ขึ้นในป่าโปร่งวางตัวบนชั้นทรายละเอียดของชั้นดินหน่วยนี้แบบไม่ต่อเนื่อง จึงอนุมานว่า… น่าจะเป็นตะกอนที่สะสมตัวในสภาพแวดล้อมแบบชะวากทะเล ที่เรียกว่า “ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากน้ำจืดมากกว่าน้ำทะเล …นี่คือ “ดินหน่วยล่าง”
ต่อมา “หน่วยกลาง” ประกอบด้วย… ดินเหนียวปนทรายแป้ง มีสีเทาเข้มปนน้ำตาล เนื้ออ่อนนิ่ม แต่ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวตลอดทั้งชั้น และมีทรายละเอียดเป็นชั้นบาง ๆ แทรกอยู่ในส่วนล่างของดินหน่วยกลางนี้ กับมีชั้นพีท (วัสดุอินทรียวัตถุที่เกิดจากการทับถมและย่อยสลายของซากพืช) แทรกในส่วนบน ขณะที่ส่วนล่างจะพบรูของสัตว์น้ำเล็ก ๆ จำพวกกุ้งหรือปู โดยเมื่อนำชั้นพีทที่แทรกอยู่ไปหาอายุโดยวิธีคาร์บอน 14 พบว่า… ดินส่วนนี้น่าจะมีอายุราว 6,300 ปี ก่อนยุคปัจจุบัน
และอีกหน่วยคือ “หน่วยบนสุด” โดยดินหน่วยนี้จะประกอบด้วย… ดินเหนียวปนทรายแป้ง มีสีเทาเข้มหรือเทาปนเขียว เนื้ออ่อนนิ่ม มีเปลือกหอยปนอยู่ทั่วไป โดยมีทั้งกระจายและปะปนเป็นชั้นบาง ซึ่งเมื่อนำเปลือกหอยไปหาอายุ ด้วยวิธีคาร์บอน 14 พบว่า… ดินส่วนนี้น่าจะมีอายุประมาณ 5,400 ปี ก่อนยุคปัจจุบัน …นี่เป็นข้อมูลโดยสังเขป
จากที่มีการระบุเอาไว้ในเอกสารทางวิชาการ
ว่าด้วย “ดินเหนียวกรุงเทพ” ที่มีลักษณะเฉพาะ
และในเอกสารนี้ยังให้ข้อมูล “ส่วนประกอบสำคัญดินเหนียวกรุงเทพ” ว่า… เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแร่เคลย์ อาทิ แร่มอนโมริลโลไนต์ แร่เคโอลิไนต์ แร่อิลไลต์ มีน้ำปนในเนื้อดิน 24-30% กับ มีค่าความเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าสูงมาก ส่วน “คุณสมบัติทางวิศวกรรม” พบว่า… มีเนื้อนิ่มจึงมีความแกร่งต่ำ แต่มีความยืดหยุ่นสูงมากจึงหดตัว–ขยายตัวได้มาก และเนื่องจาก “ดินเหนียวกรุงเทพ” นั้น “เกี่ยวพันกับการดำรงชีวิตของคนจำนวนมาก” ในที่ราบภาคกลางตอนล่าง ในกรุงเทพฯ การก่อสร้างใด ๆ บริเวณที่เป็นดินเหนียวกรุงเทพจึง “ต้องระมัดระวังมาก”
ที่ในอดีตนั้นก็เคยพบกรณีปัญหาบ้างเช่นกัน
“ปัญหาการสร้างถนนบนดินเหนียวกรุงเทพ มักพบว่าถนนทรุดตัวหรือเป็นแอ่งได้ง่าย ทั้งที่ปรับพื้นไว้ค่อนข้างหนา ซึ่งจากการศึกษาพบว่า…แรงกดที่เกิดจากรถที่วิ่งผ่านก็สามารถถูกส่งไปจนถึงดินเหนียวที่รองรับอยู่ใต้ล่าง ทำให้ดินเหนียวถูกบีบอัดออกไปทางข้างมากขึ้น จึงมักจะเกิดเป็นแอ่งหรือร่องตรงกลางถนน กับมักจะดันด้านข้างให้โก่งตัวขึ้น” …นี่เป็นข้อมูลน่าสนใจผ่านเอกสารธรณีวิทยา ว่าด้วย “ดินเหนียวกรุงเทพ”
“ลักษณะชนิดดินหลัก” ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ
ที่มิใช่ว่าจะชี้ถึงต้นเหตุเกี่ยวกับปัญหาล่าสุดนี้
แต่แค่จะสะท้อนข้อมูลของ “ดินใต้เมืองกรุงฯ”
ที่ “คนกรุงเทพ” ทุกคนควรรู้ไว้ใช่ว่าเป็นข้อมูล.
ทีมสกู๊ปเดลินิวส์



