ทั้งคำแถลงที่สร้างความฮือฮาบนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ “ทรูธ โซเชียล” และการให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลายครั้ง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่มความสับสนเกี่ยวกับแผนการของเขาต่ออิหร่านอย่างต่อเนื่อง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทรัมป์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งแทบจะ “เรียลไทม์” ผ่านการสนทนาที่ดูเหมือนไม่ได้เตรียมล่วงหน้ากับผู้สื่อข่าว ส่งผลให้ทำเนียบขาวต้องออกมาแก้ไขคำแถลงของเขาถึงสองครั้งภายในระยะเวลาใกล้เคียงกัน


เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์เอบีซี โดยระบุว่า รองประธานาธิบดี เจ.ดี. แวนซ์ จะไม่เป็นผู้นำคณะผู้แทนสหรัฐในการเจรจากับอิหร่านรอบที่สองที่ปากีสถาน อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวทางการได้รีบถอนคำแถลงดังกล่าวในเวลาต่อมา


ไม่กี่วันหลังจากนั้น ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ “เดอะ นิวอยร์ก โพสต์” โดยกล่าวว่า คณะผู้เจรจากำลังเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของปากีสถาน ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากแวนซ์ยังคงอยู่ในกรุงวอชิงตัน เพื่อปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุมตามปกติ


ด้านนายโรเบิร์ต โรว์แลนด์ ศาสตราจารย์ด้านการศึกษาการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยแคนซัส ให้ความเห็นว่า การให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลายครั้งในลักษณะดังกล่าว บ่อนทำลายบรรทัดฐานที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า “เวลาของประธานาธิบดีมีคุณค่า” และควรใช้ช่องทางการสื่อสารที่ปลอดภัย


ย้อนกลับไปเมื่อปี 2552 ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐในขณะนั้น เคยมีความขัดแย้งกับหน่วยซีเครตเซอร์วิส เกี่ยวกับการยอมมอบโทรศัพท์แบล็กเบอร์รีส่วนตัว เนื่องจากหน่วยสืบราชการลับกังวลว่า อุปกรณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัย


“ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ มักพยายามใช้ท่าทีที่สร้างความสามัคคีในยามเกิดความขัดแย้ง แต่ทรัมป์กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม โดยทำให้สถานการณ์กลายเป็นการแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรง” โรว์แลนด์กล่าวเพิ่มเติม


ขณะเดียวกัน “เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล” รายงานโดยอ้างเป็นข้อมูลจากแหล่งข่าว ว่าทรัมป์ไม่ได้ปรึกษาหรือแจ้งให้บุคคลใดทราบล่วงหน้า ก่อนโพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล โดยเนื้อหามักใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ผสมเครื่องหมายอัศเจรีย์ และมีทั้งถ้อยคำข่มขู่ ภาษาไม่เป็นทางการ และบางครั้งหยาบคาย


นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า บุคคลใกล้ชิดของทรัมป์ได้ปิดบังข้อมูลบางส่วนจากเขา ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่กองทัพอากาศสหรัฐในอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากกังวลว่า “ความใจร้อน” ของทรัมป์ อาจส่งผลกระทบต่อภารกิจที่มีความเสี่ยงสูง


โรว์แลนด์ยังกล่าวเสริมว่า ความหุนหันพลันแล่นของทรัมป์สะท้อนออกมาในรูปแบบของ “การละเมิด” พิธีการทางการทูตและพิธีการทางทหารที่เคร่งครัดด้วย


นอกเหนือจากประเด็นอิหร่าน ทรัมป์ยังคงโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง โดยเรียกพรรคเดโมแครตว่าเป็น “คนทรยศ” ที่พยายามบ่อนทำลายปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์สื่อหลายสำนักที่รายงานข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม ท่าทีที่ไม่แน่นอนของทรัมป์ต่ออิหร่านกลับเริ่มลดความเข้มข้นลง สวนทางกับการที่เขากลับไปพูดถึงหัวข้อที่ตนชื่นชอบมากขึ้น นั่นคือ การก่อสร้างและการปรับปรุงอาคาร โดยเฉพาะห้องบอลรูมแห่งใหม่ของทำเนียบขาว


อนึ่ง “เดอะ วอชิงตัน โพสต์” รายงานว่า ทรัมป์กล่าวถึงห้องบอลรูมดังกล่าวโดยเฉลี่ย “ทุก ๆ สามวัน” นับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้.

เลนซ์ซูม

เครดิตภาพ : AFP