“หีบแห่งพันธสัญญา” คือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทั้งศาสนายิวและศาสนาคริสต์ เดิมเก็บรักษาไว้ในมหาวิหารของโซโลมอน กรุงเยรูซาเล็ม จนกระทั่งเมื่อประมาณ 587 ปีก่อนคริสตกาล เมื่อกองทัพบาบิโลนเข้าทำลายเมือง หีบใบนี้ก็หายสาบสูญไปอย่างลึกลับ
รองศาสตราจารย์ คริส แมคคินนี ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีคัมภีร์ไบเบิลจากมหาวิทยาลัยลิปส์คอบ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา เชื่อว่าหีบที่สาบสูญอาจถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ “นครแห่งเดวิด” ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีที่อยู่ทางใต้ของโดมแห่งศิลา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงเยรูซาเล็ม

รศ. แมคคินนี อาศัยข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลและเอกสารทางประวัติศาสตร์เพื่อตีกรอบสมมติฐานของเขา และหวังที่จะใช้เครื่องมือไฮเทคที่เรียกว่า “เครื่องตรวจจับมิวออน” (Muon detector) เพื่อสแกนลงไปใต้ดินลึกจากนครแห่งเดวิดไปจนถึงโดมแห่งศิลาเพื่อพิสูจน์ว่าทฤษฎีของเขาเป็นไปได้จริงหรือไม่

เครื่องตรวจจับมิวออนใช้หลักการตรวจจับอนุภาคย่อยของอะตอมที่เกิดจากรังสีคอสมิกพุ่งชนชั้นบรรยากาศ อนุภาคเหล่านี้สามารถทะลุทะลวงลงไปใต้ดินลึกๆ ช่วยให้สร้างแผนที่โครงสร้างที่ซ่อนอยู่ได้โดยไม่ต้องขุดเจาะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ผลจากการสแกนนครแห่งเดวิดก่อนหน้านี้ได้เผยให้เห็นช่องว่างลึกลับที่ยังไม่มีการสำรวจภายใต้พื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจเป็นที่ซ่อนของหีบใบนี้ แมคคินนีเชื่อว่า หากมีหีบซ่อนอยู่จริงและใช้เครื่องตรวจวัดมิวออนสแกนพื้นที่ดังกล่าว ก็น่าจะตรวจเจอหีบแห่งพันธสัญญาได้ไม่ยาก เนื่องจากวัสดุห่อหุ้มภายนอกของมันที่เป็นทองคำ ทำให้ตรวจจับง่าย
ตำนานกล่าวว่า หีบแห่งพันธสัญญาทำด้วยไม้อะคาเซีย แต่หุ้มไว้ด้วยทองคำ ภายในบรรจุแผ่นศิลาจารึกบัญญัติสิบประการที่พระเจ้าประทานแก่โมเสส ชาวอิสราเอลใช้หีบนี้เป็นทั้งเครื่องมือนำทางและอาวุธที่ทรงพลัง โดยในตำนานระบุว่า หีบนี้มีพลังอำนาจที่สามารถทลายกำแพงเมืองศัตรูได้และช่วยคุ้มครองชาวอิสราเอล

แมคคินนี ให้ความสนใจทฤษฎีระบุที่ซ่อนของหีบแห่งพันธสัญญาอยู่สามแนวคิด ทฤษฎีแรกคือ หีบใบนี้ถูกนำไปซ่อนไว้ใต้นครแห่งเดวิดและเนินพระวิหาร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโดมแห่งศิลา
ทฤษฎีนี้เป็นหนึ่งในทฤษฎีหลักในตำนานของหีบแห่งพันธสัญญา เขาให้ความสำคัญกับแนวคิดนี้เนื่องจากไม่ค่อยมีการขุดค้นทางโบราณคดีใต้บริเวณพื้นที่ดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่า เป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางศาสนา
อีกทฤษฎีหนึ่งมาจากบันทึกในคัมภีร์ไบเบิลที่ว่า หีบถูกซ่อนอยู่ในหุบเขาหินระหว่างภูเขาสองลูกใกล้กรุงเยรูซาเล็ม ส่วนทฤษฎีที่สามสันนิษฐานว่า หีบถูกซ่อนอยู่ในถ้ำบนภูเขาเนโบ ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสถานที่ที่โมเสสเสียชีวิต
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีอื่นๆ เช่น มีการส่งหีบไปเก็บซ่อนไว้ในเอธิโอเปีย รวมทั้งกองทัพที่รุกรานเข้ามาในพื้นที่ได้ยึดเอาหีบศักดิ์สิทธิ์นี้ไปและจัดการหลอมเอาทองคำที่หุ้มไว้ภายนอกออกมา
แมคคินนียอมรับว่า ณ เวลานี้ เขายังไม่รู้แน่ชัดว่าหีบอยู่ที่ไหน แต่เขา “ตื่นเต้นและมีความหวังต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น” โดยอาศัยเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้นักวิจัยสามารถสำรวจใต้พื้นดินได้โดยไม่รบกวนพื้นที่ด้านบนที่มีความสำคัญทางศาสนา เพื่อตามหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่หายไปกว่า 2,600 ปีแล้ว
ที่มา : nypost.com
เครดิตภาพ : AFP, GETTY IMAGES



