บริษัทสตาร์ตอัปขนาดเล็กได้รับความนิยมอย่างมากในซิลิคอนวัลเลย์ และที่อื่น ๆ โดยเครื่องมือเอไอที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วถูกมองว่าเป็น “เพื่อนร่วมงานที่น่ายินดี” แม้มันทำให้เกิดความเสี่ยงของการเลิกจ้างในบริษัทที่มีอยู่ก็ตาม
ชาวจีนรุ่นใหม่จำนวนมากขึ้นกำลังหันมาใช้โมเดลนี้ เนื่องจากเมืองต่าง ๆ ให้คำมั่นว่าจะมอบเงินทุนและเงินอุดหนุนค่าเช่ามูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับกิจการเหล่านี้ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลปักกิ่ง ในเรื่อง “การพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยี”
“บริษัทตัวคนเดียวเป็นผลผลิตของยุคเอไอ” น.ส.คาเรน ไต้ ผู้ก่อตั้งบริษัท โซโลเนสต์ ในนครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจัดงานสุดสัปดาห์สำหรับผู้ประกอบการเดี่ยว กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีต การดำเนินธุรกิจด้วยตนเองยากลำบากมาก แต่ขอบเขตของงานที่เอไอสามารถช่วยได้นั้น “ลดอุปสรรคในช่วงเริ่มต้นลง”
วันอาทิตย์หนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ คนหนุ่มสาวในช่วงอายุ 20-30 ปี ประมาณ 20 คน รวมตัวกันในห้องประชุมเพื่อเข้าร่วมการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำธุรกิจคนเดียว ครั้งที่ 134 ของไต้ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง
นายหวัง เทียนอี้ ผู้เข้าร่วมคนหนึ่ง วัย 26 ปี ซึ่งลาออกจากตำแหน่งงานผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่บริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว และปัจจุบันมีรายได้สูงถึง 40,000 หยวนต่อเดือน (ราว 189,000 บาท) จากการทำโฆษณาที่สร้างโดยเอไอ ให้กับธุรกิจต่าง ๆ คาดการณ์ว่า การทำธุรกิจคนเดียวจะกลายเป็น “เทรนด์สำคัญ”
“เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่เกิดจากเอไอ บริษัทที่มีพนักงานเพียงคนเดียว จึงมีความได้เปรียบด้านประสิทธิภาพ” หวัง กล่าว
ด้านน.ส.เว่ย ซิน อายุ 34 ปี ชาวจีนในนครเซี่ยงไฮ้ รู้ว่างานของเธอในตำแหน่งผู้ตรวจสอบเอกสารที่บริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ จะถูกแทนที่ด้วยเอไอก่อนที่มันจะเกิดขึ้นจริง ดังนั้น เธอจึงลงทะเบียนหลักสูตรเจมิไน (Gemini) ของกูเกิล และทดลองสร้างเวอร์ชันดิจิทัลของตัวเองที่สร้างโดยเอไอ ก่อนที่จะหันมาสร้างคอนเทนต์บนสื่อสังคมออนไลน์
ทั้งนี้ เมืองหลายแห่งของจีน ต่างออกนโยบายสนับสนุนบริษัทตัวคนเดียวที่ขับเคลื่อนด้วยเอไอ ซึ่งใช้ตัวย่อว่า “โอพีซี” (OPC) เช่น ในเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว เมืองซูโจว ทางตะวันออกของประเทศ ให้คำมั่นว่าจะบ่มเพาะ “บุคลากรโอพีซี” มากกว่า 10,000 คน ภายในปี 2571 และจัดสรรเงินประมาณ 700 ล้านหยวน (ราว 3,300 ล้านบาท) ให้กับภาคส่วนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์เอไอ การดูแลสุขภาพ และการขนส่งอัจฉริยะ
ขณะที่ นายไคล์ ชาน นักวิจัยจากสถาบันบรูคกิงส์ และผู้สันทัดกรณีด้านการพัฒนาเทคโนโลยีของจีน กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้เป็นสิ่งจูงใจที่จะช่วยให้บริษัทสตาร์ตอัปเหล่านี้เริ่มต้นธุรกิจ และประสบความสำเร็จ
“การสนับสนุนโอพีซี เป็นวิธีใหม่และใช้งบประมาณน้อย ในการแก้ปัญหาการว่างงานของเยาวชนในจีน อีกทั้งต้นทุนในการดำเนินการเช่นนี้จากรัฐบาลท้องถิ่น ก็ถือว่าต่ำมาก” ชาน กล่าวทิ้งท้าย.
เลนซ์ซูม
เครดิตภาพ : AFP



