กราบเรียนคุณหมอ ดร.โอ ที่นับถือ
ผมอายุ 70 ปี ยังชอบเล่นกีฬาหลายอย่าง โดยเฉพาะตีกอล์ฟ ทุกวันนี้กล้ามเนื้อก็ยังแข็งแรงดีอยู่ แม้ว่าผมจะป่วยเป็นเบาหวานมาเกือบ 20 ปีก็ตาม พยายามคุมอาหารพวกแป้ง และของที่มีรสหวานมาโดยตลอด เจาะเลือดล่าสุดระดับน้ำตาลน้อย 100 กว่า แพทย์บอกว่าคุมน้ำตาลได้ดี สำหรับความดัน ตรวจวัดเป็นประจำ รวมทั้งการตรวจวัดความแข็งแรงของหัวใจก็ปกติ แต่ในเรื่องสุขภาพทางเพศ เริ่มมีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเต็มที่ อาการไม่หนักมาก คือบางครั้งก็แข็งตัวได้เอง บางครั้งแข็งตัวแล้วก็อ่อนตัวลงเร็ว แต่พอได้รับการกระตุ้นเล้าโลมก็กลับมาแข็งตัวได้อีก เป็นอย่างนี้เรื่อยมาต้องใช้ยาเฉพาะกิจมากินเสริมร่วมด้วยเป็นบางครั้ง เริ่มใช้ยาเฉพาะกิจมาได้ปีกว่าแล้ว ช่วงแรก 1 เม็ดแบ่งเป็น 4 ส่วน กินทีละส่วนต่อการมีความสุขแต่ละครั้งได้ผลดี มาถึงวันนี้กินทั้งเม็ดก็ยังไม่แข็งตัว แม้ว่าจะเล้าโลมกระตุ้นช่วยก็ตาม ลองกินยาตัวใหม่ที่ใคร ๆ แนะนำก็ไม่ได้ผลเหมือนเดิม จึงอยากเรียนปรึกษาคุณหมอว่าสาเหตุเกิดจากอะไร และจะแก้ไขได้บ้างไหม
ด้วยความนับถือ
เชาวลิต 70
ตอบ เชาวลิต 70
ชายวัย 70 ปี ป่วยเป็นเบาหวาน แล้วเกิดอาการอีดี อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่แก้ปัญหาด้วยการกินยาเฉพาะกิจช่วงแรกได้ผลดี อวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่หลังจากนั้นแม้จะกินยาทั้งเม็ดหรือเปลี่ยนชนิดของยาอวัยวะเพศก็ไม่ยอมแข็งตัว อาการแบบนี้เรียกว่าดื้อต่อยาเฉพาะกิจ ซึ่งประสิทธิภาพของยาเฉพาะกิจ มักจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุของอาการอีดี จากสหรัฐ รายงานการศึกษาประสิทธิภาพของยาเฉพาะกิจในคนไข้อีดี แบ่งเป็นกลุ่มฮอร์โมนเพศชายเทสโตสเตอโรนต่ำ 77 คน, ความดันเลือดสูง 61 คน, ภาวะโปรแลคตินสูงผิดปกติ 4 คน, เบาหวาน 48 คน, โรคซึมเศร้า 21 คน, ผ่าตัดต่อมลูกหมาก 12 คน, ฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก 8 คน, รักษามะเร็งต่อมลูกหมากด้วยวิธีลดฮอร์โมนแอนโดรเจน 3 คน, ผ่าตัดมะเร็งทวารหนัก หรือกระเพาะปัสสาวะ 7 คน, บาดเจ็บที่ไขสันหลัง 2 คน และหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท 6 คน
พบว่าประสิทธิภาพของยา คิดเป็น 86.2% ของคนไข้ที่เป็นความดันเลือดสูง 68.7% ในคนไข้เบาหวาน 85.7% ในคนไข้ซึมเศร้า 16.6% ในคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดต่อมลูกหมาก และ 87.5% ในคนไข้ที่ได้รับการฉายรังสีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่าคนไข้ที่มีระดับฮอร์โมนเพศชายต่ำ 15 คน ไม่ตอบสนองต่อยาเฉพาะกิจ จึงได้ให้ฮอร์โมนเพศชายทดแทนพบว่า 11 คน หรือ 73.3% ในกลุ่มนี้ตอบสนองต่อยา จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษาผู้ป่วยอีดีที่เป็นโรคดังกล่าวด้วยยากลุ่มพีดีอี5ไอ นั้นการรักษาอาจไม่ได้ผล การรักษาอาการอีดีจึงต้องอาศัยหลายวิธีร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อเพศ ใช้คลื่นเสียงความถี่เพื่อเพิ่มการสร้างเส้นเลือดใหม่ในองคชาต เพื่อให้มีการเพิ่มออกซิเจนแก่กล้ามเนื้อเพศ แต่การที่จะเลือกวิธีไหนนั้นจะต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อนเสมอ ดูระดับฮอร์โมนเพศชายควบคู่กับดูค่าพีเอสเอ
นอกจากนี้ประวัติการรักษาโรคประจำตัวของคนไข้ก็สำคัญ ฉะนั้นการฟื้นฟูอาการอีดีที่มีประสิทธิภาพและลดอาการดื้อยานั้นคุณจำเป็นต้องขอคำแนะนำจากแพทย์โดยตรงเท่านั้น เมื่อรักษาอิงกับการอ่อนแอของปัญหาแต่ละท่านก็สามารถเสริมส่วนอ่อนแอตามข้อเท็จจริงแล้วเปลี่ยนความอ่อนแอให้ฟื้นเป็นความแข็งแรงได้อีกครั้ง ทั่วไปวัย 60-70 ปีชายทั่วไปจะบอกกับตัวเองและอวดเพื่อน ๆ ว่าแข็งแรงดีแต่ความเป็นจริงตามธรรมชาติก็คือแข็งแรงตามอายุเท่านั้นยังห่างไกลจากความแข็งแรงของวัย 30 ปีอย่างแน่นอน.
……………………………….
ดร.โอ สุขุมวิท 51



