สำหรับศัพท์ทั้งสองคำ คือ “Strategy” กับ “Tactics” เรื่องนี้ ผศ.ดร.อรรถการ สัตยพาณิชย์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) อธิบายผ่าน FB : arttakarn ว่า ซาวีลลี ตาร์ตาโกเวอร์ (Savielly Tartakower) ปรมาจารย์หมากรุกที่มีชื่อเสียงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 อธิบายความแตกต่างของสองคำนี้ว่า “Strategy is knowing what to do when there is nothing to do” แปลความได้ว่า “ยุทธศาสตร์ คือรู้ว่าต้องทำอะไร ในเวลาที่ไม่มีอะไรให้ทำ” ขณะที่คำที่มีความหมายกลับกัน คือ “Tactics is knowing what to do when there is something to do” แปลได้ว่า “ยุทธวิธี คือการรู้ว่าต้องทำอะไร ในเวลาที่มีอะไรให้ทำ” โดยเป็นหนึ่งในหลายวาทะที่โด่งดังอย่างมาก ที่ใช้อธิบายความแตกต่างระหว่างการวางแผนระยะยาวในเกมหมากรุก (Strategy) กับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือการเดินหมากตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น (Tactics) และต่อมานักบริหารและนักคิดด้านกลยุทธ์หยิบยกประโยคนี้มาใช้เปรียบเทียบกับการทำธุรกิจ เพื่อชี้ให้เห็นว่า Strategy หรือยุทธศาสตร์ คือการคิดล่วงหน้าเพื่อสร้างโอกาสในตอนที่ทุกอย่างยังดูนิ่งสงบ ส่วน Tactics หรือยุทธวิธี คือการรับมือและจัดการกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง ที่เป็นการนำปรัชญาหมากรุกมาประยุกต์ใช้กับโลกของนักบริหาร เพราะเป็นหัวใจของการจัดการ
ผศ.อรรถการ ได้เปรียบเทียบศัพท์สองคำว่า Strategy หรือ “ยุทธศาสตร์” เปรียบได้กับช่วงทะเลสงบ หรืองานไม่ถาโถม แต่เป็นเวลาที่สมองของผู้นำต้องทำงานหนักเพราะคือเวลามองไกล วางทิศทาง สร้างโอกาสใหม่ เตรียมรากฐานให้ได้ชัยชนะระยะยาว เช่น ตั้งเป้าหมายให้ชัด ปรับโครงสร้างงาน ตัดสิ่งไม่จำเป็น หรือวางระบบทีมทำงานให้ลื่นไหลขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาทองของการคิด และเช็กว่าเรากำลังทำอะไรแบบไร้เหตุผลไหม
ในขณะที่ ️ Tactics หรือ “ยุทธวิธี” คือช่วงที่งานไหลมา ปัญหามาเดี๋ยวนั้น และต้องลงมือให้ผ่าน ถือเป็นช่วงเวลาของการจัดคน จัดเวลา จัดทรัพยากร เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ไว และทำให้แผนเกิดผลจริง เช่น ต้องตัดสินใจเร็ว สื่อสารตรงกัน แก้คอขวดให้งาน และคุมความเสียหายไม่ให้ลุกลาม อย่างไรก็ตาม แต่ถ้ามีแต่ Tactics อย่างเดียว งานจะกลายเป็น “วิ่งดับไฟทั้งปี” เพราะวันนี้แก้เรื่องหนึ่ง พรุ่งนี้โผล่อีกเรื่อง เพราะเราไม่ได้ย้อนกลับไปแก้ที่ระบบ หรือต้นเหตุ และไม่ได้วางทางเดินใหม่ให้ทีมทำงานง่ายขึ้นในครั้งถัดไป ดังนั้นผู้นำที่ครบเครื่อง ไม่ได้เก่งด้านใดด้านหนึ่งอย่างเดียว แต่รู้ว่า “เวลานั้นควรใส่หมวกใบไหน” และที่สำคัญคือ “ต้องสลับหมวกได้ทันเวลา” โดยไม่หลงยึดติดอยู่หมวกใบเดิม และนี่เป็นความแตกต่างของศัพท์สองคำนี้ผ่านคำอธิบายโดย ผศ.อรรถการ สัตยพาณิชย์ ซึ่งเอสเอ็มอีสาขาต่าง ๆ น่านำไปศึกษาเพื่อปรับใช้.
ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]



