– ทีมจอมถล่มประตู –

นี่ถือเป็นเกมที่ทำให้คนดูได้กำไรมากถึงมากที่สุดกับการได้เห็นยอดทีมที่มีการรุกสุดสะเด่าเร้าใจที่สุดในโลกตอนนี้ ห่ำหั่นกันชนิดไม่มีใครยอมใคร ฝั่งหนึ่งเป็นถึงแชมป์เก่าที่ยิงเยอะสุดในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ที่ 43 ลูก พร้อมแข้งที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมที่สุดของทีมอย่าง ควิชา ควารัตสเคเลีย ที่กดไปแล้ว 10 ลูก ขนาบด้วย อุสมาน เดมเบเล แข้งระดับบัลลงดอร์ และ เดเซเร ดูเอ แนวรุกดาวรุ่งของทีม ซึ่งเมื่อนับแค่ตัวรุกอย่างเดียวพวกเขายิงรวมกันไปแล้ว 25 ลูก ครึ่งหนึ่งจากที่ทีมยิงได้

ขณะเดียวกัน “เสือใต้” ที่เพิ่งคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ไปหมาดๆ ก็ไม่น้อยหน้า จากเกมเมื่อคืนทำให้ ทีมของ แวงซองต์ กอมปานี เองก็ระเบิดประตูไปแล้วรวมทุกรายการเกิน 160 ลูก หากนับแค่ในแชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาเป็นรอง “เปแอสเช” แค่ 1 ลูก ที่ 42 ประตู ส่วนแนวรุกก็ไม่ต้องห่วงเพราะกองหน้าที่ฮอตที่สุดอย่าง แฮร์รี เคน ซึ่งยิงไป 13 ประตูอยู่ที่นี่แล้วพ่วงด้วย ปีกสุดพลิ้วอย่าง หลุยส์ ดิอาซ และไมเคิล โอลิเซ ไปอีก ไม่แปลกใจที่จะยิงระเบิดขนาดนี้

– รูปเกมส์สุดมัน –

รูปเกมที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ตื่นตาแฟนบอลมากๆ แบบที่ไม่ต้องสนเรื่องชั้นเชิงใดๆ เปิดหน้าแลกกันตั้งแต่นาทีแรกจนถึงผู้ตัดสินเป่านกหวีดยาว พวกเขาแทบไม่พักหายใจจากการบุกใส่กันเลย ตลอดเวลาที่อยู่ในสนามเกมรับ และเกมรุกของทั้งสองทีมทำงานอยู่ตลอด สลับกันขึ้นนำสลับกันตาม แม้ตอนที่ “เปแอสเช” ออกนำไปถึง 5-2 ทัพ “เสือใต้” ก็ยังยิงไล่มาจน 5-4 ได้ ก่อนจบเกมไปแบบมีลุ้นทั้งคู่ในนัดที่ 2 ที่เมืองมิวนิค ที่จะเป็นศึกตัดสินว่าใคระเข้าไปชิงชนะเลิศ

– นัด 2 สนุกกว่าเดิม..? –

จากคำกล่าวของ หลุยส์ เอ็นริเก ที่บอกว่านัดหน้าต้องมีอย่างน้อย 3 ลูกที่ลูกทีมของเขาจะต้องบุกไปยิงได้เพื่อเข้ารอบชิงฯ ที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีนา ขณะเดียว กอมปานี นายใหญ่ของ “พี่เสือ” กระตุ้นลูกทีมว่าด้วยรังเหย้าของพวกเขา จะทำให้ทีมผ่านเข้ารอบไปได้ พร้อมเชื่อมั่นจะเดินหน้าลุยลูกเดียวในเกมที่ 2 นี่เป็นการการันตีว่า นัดที่ 2 เดือดกว่าเดิมแน่ๆ ส่วนจะเปิดหน้าแลกกันแบบนัดนี้หรือไม่ คำตอบเดียวคือ ต้องตั้งตารอดูให้ดี

-ถ้าเป็นในชิงฯ จะซัดกันแหลกแบบนี้ไหม? –

สิ่งที่น่าคิดคือ หากทั้ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค ไปเจอกันในรอบชิงชนะเลิศแทน ไมใช่ในรอบรองฯ พวกเขาจะบุกแหลกใส่กันแบบนี้ไหม เพราะด้วยความกดดันที่พลาดไม่ได้อาจส่งผลให้รูปเกมส์เปลี่ยนไปได้ เมื่อนักเตะเกิดอาการเกร็ง อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน แต่สุดท้ายความเป็นจริง มันก็ตัดสินกันในรอบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ใช่แฟนบอลของทั้งสองทีม (ที่การบุกแต่ละครั้งทำหัวใจแทบหล่นไปตาตุ่ม) สามารถนั่งดูความตื่นตาตื่นใจของนัดนี้ได้แบบสบายใจได้เลย ในวันพุธที่ 6 พฤษภาคม เวลา 02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย