สำหรับแบรนด์สินค้าสมุนไพรที่วันนี้เราจะมาถอดรหัสกันนั้นมีชื่อว่า “สมุนไพรบ้านย่าสา” โดย แคท-แคทรียา ไฉยากุล ทายารุ่นที่ 4 ของแบรนด์เล่าว่า  เข้ามาสืบทอดกิจการของครอบครัวด้วยการนำเอาความรู้สมัยใหม่เข้ามาต่อยอด  โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานการผลิต เพื่อช่วยให้แบรนด์สามารถยืนหยัดในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้ โดยแคทเล่าว่า แบรนดืฯมีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี โดยธุรกิจนี้เริ่มต้นตั้งแต่รุ่นคุณทวด ที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน มีความรู้ด้านสมุนไพรและตำรับยาโบราณ ซึ่งได้ถ่ายทอดส่งต่อมาที่รุ่นคุณยาย-สาคร จนมาถึงรุ่นคุณแม่-นภัค และมาถึงตัวเองในที่สุด สำหรับจุดเด่นของสินค้านั้น นอกจากเป็นสูตรที่ตกทอดจากบรรพบุรุษซึ่งมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว  ทุกขั้นตอนมาจากรากฐานของชุมชนเกาะเกร็ด ไม่ว่าจะวัตถุดิบสมุนไพรที่เพาะปลูกในพื้นที่ ซึ่งปลอดสารเคมี 100% นอกจากนั้นยังใช้แรงงานในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชน

อย่างไรก็ตาม แต่ธุรกิจก็เกือบต้องหยุดลงในช่วงที่เกิดโควิด-19  แพร่ระบาด ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลง จนกระทบรายได้อย่างรุนแรง  จนเกิดคำถามว่า   ธุรกิจจะเดินต่อไปได้อย่างไรในวันที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ แต่ท่ามกลางช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะตีบตัน ความนิยมสมุนไพรก็กลับดีขึ้น จากกระแสที่เด็กรุ่นใหม่ หันมาใช้ตามบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งสินค้าสมุนไพรบ้านย่าสามักถูกบอกปากต่อปาก   ส่งผลให้ฐานลูกค้าขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจค่อย ๆ ฟื้นขึ้นจนกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง  

ทั้งนี้ หลังจากธุรกิจเริ่มกลับมายืนได้แข็งแรงขึ้นแล้ว แคทบอกว่า เธอคิดจะยกระดับธุรกิจให้โตขึ้นอีกก้าว โดยตั้งเป้าไว้ว่า ต้องสร้างมาตรฐานให้แบรนด์ เพื่อลบภาพจำสินค้า OTOP ที่คนรู้สึกว่าเป็นการผลิตครัวเรือน ที่มาตรฐานอาจไม่สม่ำเสมอ จึงอยากลงทุนปรับปรุงโรงงานให้ถูกต้องตามหลักมาตรฐาน โดยได้รับการช่วยเหลือจาก SME D Bank ด้วย โดยแคทเล่าว่า ก่อนหน้านี้ผชิญปัญหาคล้ายกับผู้ประกอบการรายย่อย ที่มักจะขาดความพร้อม ทำให้ยากจะเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้ส่วนบุคคล อัตราดอกเบี้ยสูง เพื่อนำมาใช้ในธุรกิจ กระทั่งได้พบกับ  SME D Bank   ที่ให้คำปรึกษาและช่วยเตรียมพร้อม จนเข้าถึงแหล่งทุนสำเร็จ ภายใต้โครงการสินเชื่อปลุกพลังSME ทำให้ลดต้นทุนการเงินลงไป ทั้งมีเงินทุนเหลือพอจะนำไปซื้อบรรจุภัณฑ์ได้มากขึ้น จนลดต้นทุนบรรจุภัณฑ์ต่อหน่วยได้ด้วย

ผู้ประกอบการคนเดิมเล่าไว้อีกว่า    ถึงแม้วันนี้สมุนไพรบ้านย่าสาจะเป็นกิจการขนาดเล็ก แต่แนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ  ทำให้เริ่มเห็นอนาคตธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น จึงเปลี่ยนมุมมองทำธุรกิจใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการทำระบบบัญชี  และยกระดับเป็นนิติบุคคล  เพื่อวางรากฐานธุรกิจให้เติบโตในระยะยาว และนี่เป็นกรณีศึกษาของ “ธุรกิจสมุนไพร” ที่ต่อยอดจากสินค้าท้องถิ่นเติบโตเป็นแบรนด์ธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ และน่าที่เอสเอ็มอีอื่น ๆ นำไปพิจารณาปรับใช้.

ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]