“อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย” หนึ่งในห้องจัดแสดงที่บอกเล่าเรื่องราวปราสาทพิมายตั้งแต่ที่มาของชื่อ “พิมาย” การก่อสร้างปราสาทพิมาย ไม่ว่าจะเป็น วัสดุ เครื่องมือ วิธีการ รวมถึงความเชื่อและ พิธีกรรมในการก่อสร้างอาคาร ขณะที่อีกส่วนแสดง “หลักฐานคนพิมาย” จัดแสดงหลักฐานที่บอกเล่าวิถีชีวิตของผู้คนในสมัยโบราณ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับและเครื่องแต่งกาย ภาชนะ ดินเผา เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องไทยธรรมและยานพาหนะในการเดินทาง ฯลฯ

หนึ่งในห้องจัดแสดง 9 ห้องที่ปรับโฉมพร้อมให้เข้าชม เพลินความรู้ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมายตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำมูล เชิงสะพานท่าสงกรานต์ ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ประมาณ 600 เมตร เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และความเป็นมาของเมืองพิมายตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน
ที่ผ่านมากรมศิลปากรดำเนินโครงการปรับปรุงอาคารจัดแสดงต่อเนื่องโดยปัจจุบันเสร็จสมบูรณ์เปิดให้เข้าชมเต็มรูปแบบ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิมายมีส่วนจัดแสดงแบ่งเป็น 2 อาคาร ได้แก่ อาคารจัดแสดงหลัก จัดแสดงนิทรรศการถาวรที่เรียงร้อยเรื่องราวของเมืองพิมายผ่านหลักฐานทางโบราณคดี

ขณะที่ อาคารศิลาจำหลัก อาคารคลังเก็บโบราณวัตถุประเภทองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่พบจากการดำเนินงานทางโบราณคดี ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยอาคารจัดแสดงหลักที่ได้รับการปรับปรุงแบ่งเป็น 9 ห้อง ได้แก่ ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน , ความเชื่อและพิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแอ่งโคราช,จากชุมชนสู่รัฐ : ยุคประวัติศาสตร์แรกเริ่มในวัฒนธรรมทวารวดี
ห้องวัฒนธรรมเขมรโบราณในแอ่งโคราชระยะแรกเริ่ม, แอ่งโคราช : ความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมเขมรโบราณ ช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 ,อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย,ศาสนาในเมืองพิมาย , เมืองพิมายในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18-23 และ พิมาย : ศูนย์กลางความยิ่งใหญ่

ส่วนหนึ่งพาชมนิทรรศการโดยนอกจาก“อารยธรรมอันรุ่งเรืองของเมืองพิมาย” พาชมส่วนจัดแสดงชั้น 2 “ภูมิศาสตร์และวิถีชีวิตยุคก่อนประวัติศาสตร์ในภาคอีสาน” ในห้องนี้เล่าถึง แอ่งโคราช ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคอีสานและเป็นพื้นที่ที่พบการตั้งถิ่นฐานประมาณ 4,500 ปีมาแล้ว โดยมีปัจจัยสำคัญเช่น “เกลือ” ที่ดึงดูดให้ผู้คนตั้งแต่ยุคก่อประวัติศาสตร์เลือกเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่แอ่งโคราช และอยู่อาศัยสืบเนื่องมาจวบจนปัจจุบัน
“ความเชื่อและพิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ในแอ่งโคราช” มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์มีความเชื่อในอำนาจเหนือธรรมชาติซึ่งเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตและความตาย นำมาสู่พิธีกรรมของคนในอดีตที่หลงเหลือร่องรอยหลักฐานจากพิธีกรรมและความเชื่อเหล่านั้น

เดินต่อไปยังห้อง “จากชุมชนสู่รัฐ : ยุคประวัติศาสตร์แรกเริ่มในวัฒนธรรมหวารวดี” ขยายภาพเด่นชัดขึ้น เมื่อวัฒนธรรมแบบทวารวดีจากภาคกลางแผ่ขยายมาถึงดินแดนแอ่งโคราชส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนครั้งใหญ่ มีการนับถือศาสนา การใช้อักษรสื่อความหมายและผสมผสานด้านวัฒนธรรมจนเกิดเป็นลักษณะเฉพาะตัว ที่เรียกว่า “วัฒนธรรมกวารวดีภาคอีสาน” ยังไม่หมดเท่านี้ยังมีห้องจัดแสดงที่กล่าวมา พร้อมเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ เป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน.



