“เสื้อบอล” ไม่ใช่แค่ “เสื้อบอล” ยิ่ง “เสื้อบอล” ในฟุตบอลโลก มันเป็นอะไรมากกว่านั้นเยอะ

“เสื้อบอล” ตัวไหนมี “สตอรี” ที่เกี่ยวข้องกับร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ยิ่งจะทำให้มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

“เวิลด์คัพ 2026” ที่กำลังจะมาถึง หลายคนคงเห็นเสื้อแข่งของแต่ละชาติไปแล้ว แต่วันนี้ เราจะพาไปดูเสื้อแข่งฟุตบอลโลกในอดีต ซึ่งแฟนบอล ดีไซน์เนอร์ ผู้สันทัดกรณี และอีกหลายต่อหลายคน ลงความเห็นว่า “คลาสสิก” ที่สุดตลอดกาล

ป.ล. ศิลปะ ความงดงาม และรสชาติอาหาร อยู่ที่ชอบความชื่นชอบ และรสนิยมส่วนบุคคล โปรดอย่าเอาความชอบของตัวเองไปตัดสินความชอบของคนอื่น

  1. แคเมอรูน (เหย้า), 2002

นี่คือเสื้อที่กลายเป็นประเด็นถกเถียง เพราะไม่เคยได้ลงสนามในฟุตบอลโลก

เดิมที Puma ออกแบบมาเป็น “เสื้อแขนกุด” ซึ่งได้รับความนิยมถล่มทลายในแอฟริกา

แม้แต่อดีตสุดยอดนักเทนนิสสาวระดับโลกชาวอเมริกันอย่าง เซเรนา วิลเลียมส์ ก็ยังใส่ชุดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสื้อตัวนี้ลงแข่งขันในรายการแกรนด์สแลม “เฟรนช์ โอเพน”

สุดท้าย ฟีฟ่า ใช้เหตุผลขัดใจแฟนบอล สั่งแบนเสื้อตัวนี้ และบังคับให้เย็บแขนเสื้อเพิ่ม

ทั้งนี้ แคเมอรูน ยังพยายามเปิดตัวชุดแบบ “ชิ้นเดียว” ที่เสื้อถูกเย็บติดกับกางเกง ในอีก 2 ปีต่อมา แต่ก็โดน ฟีฟ่า สั่งแบนอีกเช่นกัน

  1. อังกฤษ (เยือน), 1966

เสื้อสีแดงล้วน ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะเพียงครั้งเดียวของ “สิงโตคำราม” ในฟุตบอลโลก

มันคือภาพจำของ บ็อบบี มัวร์ ยอดกัปตันทีม ชูถ้วย “จูลส์ริเมต์” ขณะกำลังถูกเพื่อนร่วมทีมแบกขึ้นไหล่

แม้เสื้อของอังกฤษ ในปี 1982 และ 1990 จะได้รับการยอมรับว่าสวยงามมากเช่นกัน แต่เสื้อแดงตัวนี้คือ”ประวัติศาสตร์” ที่แฟนบอลยังคงสวมใส่กันจนถึงทุกวันนี้

8.ฝรั่งเศส (เหย้า), 1982

มิเชล พลาตินี อดีตกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส นิยามเกมรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 1982 กับทีมชาติเยอรมันตะวันตก ที่รามอน ซานเชซ ปิซฆวน ว่าเป็น “เกมที่สวยงามที่สุด” และเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก

ท่ามกลางความร้อนของเซบียา ชุดเหย้าสีน้ำเงินของ ฝรั่งเศส “เท่แบบไม่ต้องพยายาม” แม้ว่าสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะแพ้ในการดวลจุดโทษแบบแสนน่าเสียดาย 4-5 หลังเสมอในเวลา 3-3 ก็ตาม

7.เนเธอร์แลนด์ (เหย้า), 1974

นี่คือชุดที่เป็นสัญลักษณ์ของ “โททัลฟุตบอล” และความขบถของ โยฮัน ครัฟฟ์

และความคลาสสิก ก็คือตอนนั้น ครัฟฟ์ มีสัญญาส่วนตัวกับ Puma เขาจึงปฏิเสธที่จะใส่เสื้อที่มี 3 แถบของ Adidas เหมือนเพื่อนร่วมทีม

เขาถึงขั้นบอกกับสมาคมฟุตบอล ว่า “พวกคุณเซ็นสัญญากับ Adidas แต่หัวที่โผล่ออกมาจากเสื้อมันคือหัวของผม”

เสื้อของ ครัฟฟ์ จึงถูกเลาะ 3 แถบ อันเป็นสัญลักษณ์ของ อาดิดาส ออกให้เหลือเพียง 2 แถบ เท่านั้น มันจึงกลายเป็นเสื้อระดับตำนานมาจนถึงทุกวันนี้

  1. โครเอเชีย (เหย้า), 1998

ลายตารางหมากรุกสีแดงขาวที่พาดยาวบนหัวไหล่ของ ดาวอร์ ซูเคอร์ คือการประกาศศักดาของโครเอเชีย ในฐานะประเทศอิสระเป็นครั้งแรก

มันไม่ใช่แค่ชุดแข่ง แต่คือตราแผ่นดินที่พาพวกเขาทะลุไปถึงอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกครั้งแรกของประเทศ นอกจากจะสวยแล้ว เสื้อตัวนี้ จึงเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และผลงานที่จับต้องได้

จึงกลายเป็นตำนานมาจนถึงปัจจุบัน

  1. ไนจีเรีย (เหย้า), 2018

เสื้อที่กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม และไม่ใช่แค่เสื้อบอลธรรมดา จนทำให้มียอดสั่งจองล่วงหน้าถึง 3 ล้านตัว และผู้คนเข้าแถวรอหน้าช็อป Nike ในลอนดอน

แมทธิว โวฟฟ์ ผู้ออกแบบชุดนี้ เผยถึงที่มาว่า เขาดึงสีเขียวจากชุดปี 2002 มาใช้ และผสมผสานกลิ่นอายจากยุค 1994 เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ฟุตบอลของไนจีเรีย ในช่วงที่วัฒนธรรมของไนจีเรียกำลังเบ่งบานทั่วโลก ทั้งด้านดนตรี, แฟชั่น และ ศิลปะ

  1. บราซิล (เหย้า), 1970

ไม่มีประเทศไหนจะผูกพันกับสีเสื้อ เท่ากับ ทีมชาติบราซิล ที่ผูกพันกับสีเหลืองอีกแล้ว

ในฟุตบอลโลกปี 1970 ที่เม็กซิโก เสื้อสีเหลืองที่ดูเรียบง่าย แต่กลายเป็นตำนานตัวนี้ ถูกสวมใส่โดยสุดยอดดาวเตะอย่าง เปเล่, คาร์ลอส อัลแบร์โต และริเวลลิโน จึงยิ่งเพิ่มคุณค่ามากขึ้น

มันคือผลงานศิลปะชิ้นเอกที่กลายเป็นรากเหง้าของฟุตบอลโลกในเวลาต่อมา

  1. สหรัฐอเมริกา (เยือน), 1994

เมื่อเสื้อลาย “ยีนส์ฟอกประดับดาว” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ นักเตะชื่อดังของอเมริกาตอนนั้นอย่าง อเล็กซี ลาลาส ถึงกับคิดว่าตนเองโดนทีมงานแกล้งเอาซะแล้ว

แต่เขาหารู้ไหมว่า ความจริงแล้ว เสื้อตัวนี้เกือบจะเป็นลายมัดย้อมด้วยซ้ำไป แต่โครงการโดนพับไปก่อน

แม้จะดูแปลก แต่ก็เห็นชัดเจนว่า “อเมริกันจ๋า” สุดๆ จนคนทั่วโลกพากันสงสัยว่าออกแบบมาได้ยังไง แต่สุดท้าย มันกลับกลายเป็นเสื้อที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในเวลาต่อไปและเป็นที่ต้องการของนักสะสม

  1. อาร์เจนตินา (เยือน), 1986

เบื้องหลังเสื้อตัวที่ ดีเอโก มาราโดนา ใส่ทำประตู “หัตถ์พระเจ้า” ถือว่าเหลือเชื่อมากๆ เพราะสตอรีคือเสื้อเยือนตัวเดิมของ Le Coq Sportif ที่จะใช้นั้น หนักเกินไปสำหรับอากาศที่ร้อนระอุของเม็กซิโก

กุนซือจอมละเอียดอย่าง คาร์ลอส บิลาร์โด จึงสั่งให้ทีมงาน ไปกว้านซื้อเสื้อเลียนแบบจากตลาดท้องถิ่นในเม็กซิโก มาใส่แทน และ มาราโดนา ก็เป็นคนเลือกแบบด้วยตัวเอง

ทีมสตาฟฟ์จึงต้องเร่งปักตราสัญลักษณ์ และหมายเลขลงบนเสื้อให้ทันภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง ก่อนเกมกับอังกฤษ

ล่าสุดเสื้อตัวนี้ถูกประมูลไปด้วยเงินถึง 7.1 ล้านปอนด์

  1. เยอรมนีตะวันตก (เหย้า), 1990

นี่คือที่สุดของงานดีไซน์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าเสื้อฟุตบอลจากความเรียบง่ายสู่กราฟิกที่ล้ำสมัย

อินา ฟรานซ์มันน์ ดีไซเนอร์สาว ที่ไม่ได้เป็นแฟนบอล แต่ถนัดออกแบบชุดเทนนิส ถูกสั่งให้สร้าง “การปฏิวัติ” โดยใช้สีธงชาติเยอรมันตะวันตก พาดผ่านหน้าอกตามคำแนะนำของ ฮอร์สต์ ดาสเลอร์ ลูกชายของผู้ก่อตั้ง Adidas

แม้ดีไซน์นี้เกือบจะถูกยกเลิกหลังจากตกรอบยูโร 88 แต่ ฟรานซ์ เบคเคนบาวเออร์ ยืนกรานให้ใช้ต่อ จนกลายเป็นชุดที่เยอรมนีชูถ้วยแชมป์โลกในอิตาลีปี 90 ในที่สุด.

เครดิตภาพจาก: gettyimages