ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ พยายามแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งทางการเมือง ขณะที่เขามีอายุครบ 80 ปี เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ความล้มเหลวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เผยให้เห็นถึงขีดจำกัดของอำนาจ และผลักดันเขาไปสู่สถานะ “ประธานาธิบดีเป็ดง่อย” ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาบอกกับผู้ช่วยว่าตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยง
ในช่วงเวลาเกือบ 17 เดือน ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง ทรัมป์เผชิญกับการคัดค้านจากศาล ความพยายามยุติสงครามในอิหร่านซึ่งยืดเยื้อเกินไป และคะแนนความนิยมที่ลดลง อีกทั้งสมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนในสภาคองเกรส ก็เริ่มต่อต้านเขา แม้ฐานเสียงสนับสนุนหลักของทรัมป์ยังมั่นคงอยู่ก็ตาม
กระนั้น ทรัมป์แสดงให้เห็นว่าเขายังคงมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การเลิกออกตัวสนับสนุนสมาชิกพรรครีพับลิกันที่ดำรงตำแหน่งอยู่ ในการเลือกตั้งรอบไพรมารี และเดินหน้านโยบายการค้าที่แข็งกร้าวต่อไป รวมถึงดำเนินโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการผลักดันการก่อสร้างที่ทะเยอทะยานที่สุดของประธานาธิบดีสหรัฐ ในรอบหลายปี
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. นี้ ซึ่งพรรครีพับลิกันของทรัมป์พยายามรักษาการควบคุมสภาคองเกรส เช่นเดียวกับทำเนียบขาวที่พยายามป้องกันการสูญเสียเสียงข้างมากให้กับพรรคเดโมแครต ไม่ให้เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร โดยเน้นย้ำอย่างหนักแน่นให้สมาชิกพรรครีพับลิกันรู้ว่า ทรัมป์ยังคงมีอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ที่ปรึกษาประธานาธิบดีคนหนึ่งกล่าวว่า สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนแสดงความเต็มใจที่จะต่อต้านทรัมป์มากขึ้นแล้ว และยอมรับว่า อำนาจของผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันเริ่มลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้านอดีตผู้ช่วยอาวุโสคนหนึ่ง กล่าวว่า ทรัมป์บอกกับเจ้าหน้าที่เป็นการส่วนตัวว่า หนึ่งในเหตุผลที่เขาครุ่นคิดถึงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สาม ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญสหรัฐ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้สาธารณชนมองว่า เขาอาจกลายเป็นเป็ดง่อยและ “หมดความสำคัญ”
ผลการสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ส และศูนย์วิจัยอิปซอส เมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 61 คิดว่าทรัมป์มีพฤติกรรมที่คาดเดาได้ยากขึ้นตามอายุ และผลการสำรวจอีกฉบับในเดือน เม.ย. เผยให้เห็นว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับอารมณ์และความเฉียบแหลมของทรัมป์
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์ต้องการหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบเขากับนายโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเคยถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่ง ก่อนที่เขาจะลาออกเมื่ออายุ 82 ปี
แต่ในบางครั้ง ทรัมป์ก็ถูกบันทึกภาพที่เขาดูเหมือนจะ “สัปหงก” ในงานต่าง ๆ ซึ่งคลิปวิดีโอที่เขาหลับตา แพร่หลายอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้ผู้ช่วยของทรัมป์ออกมาตอบโต้โดยอ้างว่า เขาแค่กะพริบตาหรือตั้งใจฟังอยู่
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์เห็นพ้องตรงกันว่า ทรัมป์ยังคงสามารถใช้คำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อกำหนดนโยบาย และดำเนินการอย่างอิสระมากขึ้นบนเวทีโลก แต่ถึงอย่างนั้น มันมีสัญญาณที่บ่งชี้ว่า อำนาจและอิทธิพลทางการเมืองของเขาเริ่มลดลงแล้ว.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



