เพราะหากย้อนกลับไปแทบทุกรัฐบาลมักจะมีช่วง “ฮันนีมูน” อย่างน้อยในเวลา 3-4 เดือน หรือไม่ก็ในช่วง 6 เดือนแรก ที่สังคมจะใช้เวลาได้บริหารงานไปก่อน แต่สำหรับรัฐบาลชุดนี้กลับโดนตั้งแต่เดือนแรก หรือจะเรียกว่าแต่วันแรกเลยก็ว่าได้
ตำบลกระสุนตกตกใส่ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กำลังกลายเป็นเป้าของ แนวต้านล็อกเป้าไปที่ทายาทการเมืองของ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และผู้นำจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทยอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นลูกชายครูใหญ่ผู้นำทางจิตวิญญาณระบอบสีน้ำเงิน บุตรชายจึงเปรียบเสมือน“กล่องดวงใจ” ที่ผู้เป็นพ่อหมายมั่นปั้นมือจะดันไปให้ไกลที่สุดในสนามการเมืองแห่งนี้
จึงไม่แปลกใจที่ “ไชยชนก ชิดชอบ” ตกเป็นเป้านิ่ง ล่าสุดพรรคประชาชน(ปชน.)ออกมาตรวจสอบโครงการ “ TH-AI Passport”ที่จะให้ประชาชนสามารถนำเอไอไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้ งบประมาณโครงการ 1.6 พันล้านบาท ของกระทรวงดีอี ที่ “ไชยชนก” เป็นเจ้ากระทรวง โดยโครงการดังกล่าวถูก สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็น “ฮั้วประมูล” และ “ล็อกสเปก” ในเรื่องความผิดปกติของทีโออาร์ในประเด็นผู้เข้าร่วมการประมูล
โดย“ภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ”สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน งัดหลักฐานข้อสงสัยออกมาเปิดโปงตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่เข้ามาร่วมประมูลโครงการนี้ จะต้องเป็นบริษัทที่เคยรับงานมีมูลค่า 400 ล้านบาทในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีบริษัทเทคโนโลยีในประเทศไทย มีเพียงไม่เกิน 15 บริษัทในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่ง 15 บริษัทนี้เป็นที่รู้จักกันดี
สำทับด้วย“รักชนก ศรีนอก” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ระบุว่า เรื่องนี้นายไชยชนกต้องออกมายืดอกรับ อย่าไปยืนหลบอยู่หลังปลัดกระทรวง หรือยืนหลบอยู่หลังบริษัท ส่วนท่านอนุทิน เห็นว่าสั่งเบรกมาแล้วหลายอย่าง ตั้งแต่แลนด์บริดจ์ เปลี่ยนหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่เรื่องนี้ท่านเงียบกริบเลย ท่านจะไม่กล้าแตะต้องลูกนายหรือว่าอย่างไร อยากจะให้คนคิดแบบนั้นใช่หรือไม่
งานนี้ “นายกฯอนุทิน” ตอบกลับทันทีว่าเป็น รมว.ดีอี เป็นผู้รับผิดชอบและอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวลเรื่องการทุจริต รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน พวกผมทำงานอยู่ตรงนี้ผมไม่ทนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตพวกผมดีขึ้น มีเงินมีทองเพิ่มขึ้น ขณะที่ “ไชยชนก” ชี้แจงว่า ทีโออาร์มีความเป็นไปได้ที่จะมีการปรับปรุง พร้อมพิจารณาทุกปัจจัยที่สามารถทําให้โครงการดีขึ้นกว่าเดิม ยืนยันว่าจะใช้ดุลยพินิจภายใต้อํานาจหน้าที่ที่กฎหมายกําหนดเพื่อทําในสิ่งที่เกิดประโยชน์ต่อบ้านเมืองและจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่องต่อไป
ในสภาวะภาพจำที่ฝังหัวคนไทยมานาน ไม่ว่าจะเป็น กรณี “ฮั้วสว.” ที่ดิน “เขากระโดง” ที่พุ่งเป้าไปที่ครอบครัว “ชิดชอบ” และล่าสุดโครงการ “ TH-AI Passport” ที่ถูกวิจารณ์และคัดค้านอย่างหนักจากฝ่ายค้าน รัฐบาลคงต้องคิดให้หนักหากเลือกเดินหน้าต่อ หนทางจะลำบาก จนต้องสะดุด ทำให้ชะลอ โครงการหรือไม่ จนต้องถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ ซึ่งสิ่งสำคัญนอกเหนือจากเรื่องฝีมือในการบริหารจัดการแล้ว ยังมีเรื่องของ “ภาพจำ” คดีต่างๆกลายเป็นตัวฉุดรั้งให้ “พ่อเน”ต้องเร่งเครื่องเคลียร์ทุกทาง ไม่ให้วิบากกรรมการเมือง ย้อนมาเล่นงาน “ลูกนก” ให้เร็วที่สุด



