ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี  ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ  กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) วิเคราะห์ผ่าน “ทีมข่าวอาชญากรรม” ที่ชี้ให้เห็นแนวโน้มสภาพปัญหา เพราะอัตราผลตอบแทนที่ยังทะยานไม่หยุด

ผลตอบแทน แรงกว่า“ทองคำ”            

จากวิวัฒนาการราคาของเหรียญบิตคอยน์  จะพบอัตราการเติบโตเปลี่ยนแปลงอย่าง“สูง”  หากราคา 1 เหรียญ มีค่าเท่ากับ 1 บาทไทย คงไม่มีใครต้องการ แต่ถ้าดูกราฟการเปลี่ยนแปลงราคาบิตคอยน์ ช่วง 1 ปี  5 ปี  หรือ 10 ปีย้อนหลัง  จะเห็นได้ว่าราคาพุ่งขึ้น“ไม่ต่ำกว่าทองคำ” และขึ้นมาเรื่อย ๆ แม้บางวันราคาจะลงมาบ้างก็ตาม

ยกตัวอย่าง ราคา ณ วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ในอัตรา 1 เหรียญบิตคอยน์ เท่ากับ 2.5 ล้านบาท (1 BTC = ฿2,500,000 THB) ซึ่งสอดคล้องกับช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่ไปเปิดปฏิบัติการตรวจค้น ราคาเหรียญถือว่าค่อนข้างสูงมาก  แม้บางช่วงตกลงที่  1 เหรียญบิตคอยน์ มีค่า 2,300,000 บาท แต่ก็ยังถือว่าราคาสูงมาก  เมื่อ 1 เหรียญบิตคอยน์ มีค่า“หลักล้านบาท”

ลงทุนเพิ่ม เพราะหวังผลได้

ลักษณะเครื่องขุดเหมืองจากอดีตถึงปัจจุบันมีความแตกต่างกัน  ยุคแรกเครื่องขุดราคาเครื่องละหลักพันถึงหมื่นบาท  แต่ที่ตรวจค้นในปี 2569 พบราคาเครื่องกว่าแสนบาท  ขณะหน้าตาและระบบใช้งานก็เปลี่ยนไปมาก  

และด้วยราคาเครื่องที่สูงประกอบกับใช้ไฟฟ้าปกติจะไม่คุ้ม เพราะค่อนข้างกินไฟ  จึงทำให้ไปเจอเข้าวิวัฒนาการเครื่องที่ใช้พัดลมเป่า หรือใช้ตัวบุผนัง ป้องกันความร้อนแพร่กระจาย และเสียงดัง ล่าสุดยังพบการใช้“รางหล่อเย็น”เพื่อระบายอากาศดีขึ้น และการลงทุนที่เปลี่ยนสถานที่จากบ้านพัก อาคารพาณิชย์ ไปเป็นโกดังและโรงงานก็เพราะต้องการวางเครื่องได้มากขึ้น

ทั้งหมดนี้คือการลดทุน  ยิ่งการใช้โกดังหรือโรงงาน ทำให้วางเครื่องขุดได้หลักพันเครื่อง  หรือกระทั่งเอาเครื่องขุดไปวางในตู้คอนเทนเนอร์ เพื่อให้ย้ายกับการเคลื่อนย้ายหรือหลบหนีที่ยกขึ้นรถพ่วงได้เลย  

ไขเหตุผล“จับโป๊ะ”ไม่ง่ายเหมือนเดิม

จากสำนวนการสอบสวนที่ผ่านมาจะพบว่าการลักลอบใช้ไฟฟ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐให้การเอื้อประโยชน์เสมอ  เพราะไม่ได้อาศัยแค่ความรู้เรื่องไฟฟ้าธรรมดา  แต่ต้องเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้“ระดับวิศวกร”

ยุคแรกที่เจอลักษณะจะเป็นการโกงมิเตอร์โดยใช้จานหมุน ต่อมาเปลี่ยนใช้มิเตอร์ดิจิทัลโดยวิธีผ่าด้านหลัง เพื่อใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์แปลงข้อมูลมิเตอร์ให้อ่านค่าไฟได้น้อยลง

แต่ล่าสุดปี 2569  ไม่ได้เป็นการผ่ามิเตอร์แล้ว แต่ใช้ “การดึงจากสายไฟขนาดใหญ่แรงสูง” และใช้หม้อแปลงของตัวเองขนาดใหญ่เพื่อกระจายไฟ  ซึ่งเป็นหม้อแปลงที่เอกชนสามารถซื้อเองได้ ไม่ต้องขออนุญาต และยังมีอุโมงค์ขนาดใหญ่เพื่อกันเสียง กันลม และระบายอากาศในโกดัง  

เรียกได้ว่าเป็นการดัดแปลงโครงสร้างอาคารภายในโกดัง เพื่อให้สามารถประกอบกิจการนี้ได้  ดังนั้น การตรวจจับของเจ้าหน้าที่ในอดีตจะตรวจจับได้ง่ายกว่าสิ่งที่เจอในปัจจุบัน

ค่าไฟใหม่  รัฐเสียหายหนักกว่าเดิม ?

การดำเนินกิจการเหมืองขุดเงินดิจิทัลมี“ต้นทุน”สำคัญที่สุดคือ “ค่าไฟฟ้า”  หากต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้น ผลตอบแทนสุทธิของผู้ลงทุนขุดเงินจะลดลงทันที  ทำให้ผู้กระทำผิดอาจหันมาลักใช้กระแสไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายของการไฟฟ้าก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

“แต่จากประสบการณ์สืบสวนสอบสวนที่ผ่านมา หากพบว่าต้นทุนค่าไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการบางส่วนจะหันไปใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย เพื่อรักษาระดับผลกำไรย่อมมีมากขึ้น”

ดังนั้น การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าควรควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังเชิงรุก การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ที่ผิดปกติ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

อย่างไรแล้ว  ตั้งข้อสังเกตว่าหากย้อนพฤติกรรมอดีตถึงปัจจุบัน ไม่ว่าโครงสร้างค่าไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร ขบวนการเหล่านี้ก็ยังคงลักลอบหาวิธีใช้ไฟฟรีจากรัฐ เพราะการลงทุนต่อเครื่องค่อนข้างสูง  ดังนั้น ต้องอาศัยเรื่องการข่าวและการพัฒนาระบบข่าวกรอง  โดยเฉพาะกรณีมีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้อง ที่ผ่านมาเวิร์คช็อปกับการไฟฟ้าฯ เพื่อถอดบทเรียนทุกเคสมาเพิ่มความร่วมมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ติดตามรูปแบบกระทำความผิดที่อาจซับซ้อนมากขึ้น

ทั้งนี้ ระยะสั้นจะเน้นการเร่งตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย และดำเนินคดีเฉียบขาด  ระยะกลางจะขยายผลเครือข่ายผู้สนับสนุน นายทุน และเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์  และระยะยาวจะผลักดันปรับปรุงมาตรการและระบบควบคุมภายในของหน่วยงาน เพื่อลดช่องโหว่ที่เอื้อต่อการกระทำความผิด

นอกจากนี้ ชี้เป้าหมายกลุ่มนายทุนคนจีน คนเมียนมาร์ ที่มีบทบาทรับผิดชอบการเช่าและดูแลสถานที่ หรือกลุ่มคนที่รับจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท  กลุ่มคนที่ไปจดมิเตอร์ไฟฟ้า  กลุ่มคนรับประสานงาน  พร้อมย้ำคนให้เช่าสถานที่ควรรู้ว่าผู้เช่าใช้สถานที่ประกอบกิจการใด และเช่าไปแล้วมีการดัดแปลงโครงสร้างใดที่ผิดปกติหรือไม่

“การลักลอบใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล ไม่ใช่เพียงความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ยังเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างความเสียหายต่อรัฐและประชาชนเป็นมูลค่ามหาศาล  กระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า และมักเชื่อมโยงกับความผิดอื่น เช่น การฟอกเงิน การพนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ด้วย” ร.ต.อ.เขมชาติ สะท้อนทิ้งท้าย.

ทีมข่าวอาชญากรรม  รายงาน