ตุรกีเคยพึ่งพาผู้ผลิตอาวุธต่างชาติอย่างหนัก แต่ปัจจุบันเป็นผู้จัดหาอาวุธให้เกือบ 40 ประเทศ โดยส่วนใหญ่อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย แอฟริกา เอเชีย และบางส่วนของยุโรป ซึ่งผู้ซื้อหลายรายมองว่ามีราคาถูกกว่า ส่งมอบรวดเร็วกว่า และปรับใช้ได้หลากหลายกว่าทางเลือกอื่น ๆ

ขณะที่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ประเมินการพึ่งพาด้านความมั่นคงอีกครั้ง หลังจากรัสเซียปฏิบัติการทางทหารในยูเครน และตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการรับประกันจากสหรัฐ ประเทศสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) หลายประเทศ มองว่าตุรกีไม่เป็นเพียงปราการทางทหารที่แข็งแกร่ง ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกลุ่มพันธมิตรเท่านั้น แต่ยังเป็นหุ้นส่วนทางอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพด้วย

รัฐบาลอังการาหวังว่า การเป็นเจ้าภาพต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และผู้นำนาโตคนอื่น ๆ ในการประชุมสุดยอดระหว่างวันที่ 7-8 ก.ค. นี้ จะช่วยขยายยอดขายอาวุธและการผลิตร่วมกันในตลาดตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากบริษัทตุรกีเผชิญกับอุปสรรคเชิงโครงสร้าง รวมถึงโครงการริเริ่มด้านการป้องกันประเทศเฉพาะสมาชิก และการต่อต้านทางการเมืองที่เชื่อมโยงกับข้อพิพาททางการทูตในวงกว้าง

อนึ่ง รายงานการตรวจสอบการค้าเผยให้เห็นว่า การส่งออกด้านกลาโหมของตุรกี รวมถึงโดรนติดอาวุธที่กองกำลังยูเครนใช้ เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่านับตั้งแต่ปี 2564 เป็น 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 328,000 ล้านบาท) เมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นประมาณ 3.7% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ

นักวิเคราะห์หลายคนกล่าวว่า การสนับสนุนจากรัฐอย่างต่อเนื่อง ห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และความเต็มใจที่จะปรับแต่งระบบให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ ทำให้บริษัทเหล่านี้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากซัพพลายเออร์ชาติตะวันตกที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต หรือวงจรการจัดซื้อที่ยาวนาน

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการป้องกันประเทศของตุรกีระบุว่า ตุรกีมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการส่งออกด้านกลาโหมเป็นสองเท่า ภายในเวลา 2 ปี ซึ่งอาจสร้างรายได้ที่สำคัญ เพื่อใช้ในการชำระหนี้และเป็นเงินทุนสนับสนุนการพัฒนาต่อไป

แม้ความมั่นคงของตุรกีก็ตกอยู่ในความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากประเทศตั้งอยู่ระหว่างพื้นที่ความขัดแย้งหลัก 2 แห่ง นั่นคือ ยูเครนทางทิศเหนือ และอิหร่านทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งตุรกีมีจุดอ่อนในด้านระบบป้องกันภัยทางอากาศ และเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินรบและรถถัง แต่ปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ ผ่านข้อตกลงทางการค้าและเทคโนโลยี

ด้านนายคาน คาซาโปกลู นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันฮัดสัน กล่าวว่า อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของตุรกี “ก้าวหน้าอย่างมาก” ด้วยการส่งออกระบบขั้นสูง โดยเฉพาะโดรน และสงครามในยูเครนเน้นย้ำว่า สงครามสมัยใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มที่ล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความลึกทางอุตสาหกรรมและความยั่งยืน ซึ่งเป็นด้านที่ตุรกีได้รับความน่าเชื่อถือ

เจ้าหน้าที่รัฐตุรกีกล่าวว่า ภาคส่วนกลาโหมจะเป็นจุดสนใจหลักในการประชุมของนาโต ที่กำลังจะเกิดขึ้น ณ กรุงอังการา ที่ซึ่งนายมาร์ค รึตเตอ เลขาธิการนาโต กล่าวว่า ฟอรัมอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศที่วางแผนไว้ จะเป็นการประชุมที่ครอบคลุมที่สุดของนาโตเท่าที่เคยมีมา.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES