@เริ่มต้นด้วยเรื่องของ เศรษฐกิจ ปากท้อง ที่เป็นเรื่องสำคัญสำหรับ ประเทศชาติ และ ประชาชน ที่วันนี้ผลของเงินกู้ 200,000 ล้านบาท ที่ใช้ในโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส หรือ ที่เรียกติดปากของ ชาวบ้านว่า “คนละครึ่ง” เริ่มที่จะ ส่งผล ให้เห็นการหมุนของ ตะกร้าเงิน เกิดขึ้นแล้ว จากการที่มี ประชาชน ที่ นำเงินที่ได้รับ ไป จับจ่ายใช้สอยตามวงเงินที่ได้รับ และ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ก็ขายสินค้าได้ มากขึ้น ทำให้ เงินสะพัด ในทุกพื้นที่  เชื่อว่ากว่าโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส จะ ครบใน 4 เดือน เศรษฐกิจของประเทศ ต้อง ดีขึ้น และ โตขึ้น อย่างแน่นอน แต่หลังจากหมด โครงการแล้ว รัฐบาล จะมีแผนอะไรในการ ขับเคลื่อน เศรษฐกิจของประเทศ ตรงนี้ รัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ และ ขุนคลัง มีแผนในการรองรับล่วงหน้า…..แต่ใน มีได้ก็ต้องมีเสีย ในขณะที่ ร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ยิ้มแฉ่ง เพราะยอดขายที่ทะลุเกินเป้า ร้านค้าที่ไม่ได้ร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ก็ เสียหาย เพราะยอดขายตก เพราะ ประชาชน แห่ไปใช้ บริการร้านที่ร่วมโครงการ ดังนั้นใน 4 เดือนนี้ มีร้านค้าจำนวนหนึ่ง ที่ ไส้แห้ง ยอดการขายสินค้าหายไป ผลกระทบอันนี้ รัฐบาล จะแก้ไขอย่างไร หรือให้เขา ชี้ช้ำ ไป สี่เดือน แล้วค่อยฟื้นคืน อย่างนั้นหรือ…..

@ส่วนข่าวดีอีกข่าวหนึ่ง สหรับ ประเทศไทย นั้นคือการที่ สหรัฐอเมริกา กับ อิหร่าน สามารถบรรลุข้อตกลงในการหยุดการ ทำสงครามกันได้ โดยจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ  ให้เรือสินค้าแล่นได้ตามปกติ นั้นหมายถึง เศรษฐกิจ ในภาพรวมจะฟื้นคืนชีพ ผลกระทบในเรื่อง สินค้าแพง ในเรื่องการ นำเข้า -ส่งออก จะได้ คลี่คลายไปในทิศทางที่ดี ห่วงโซ่ ทางเศรษฐกิจ ก็จะกลับมาเป็น ปกติ สถานการณ์ของ เศรษฐกิจการค้าในประเทศ น่าจะ คลี่คลาย ลงไปในระดับหนึ่ง….แต่ที่ยังไม่ ปกติ ก็คือเรื่องของ พลังงาน ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ยังไม่กลับมาเหมือนเดิมก่อนที่จะเกิด สงครามในตะวันออกกลาง เพราะผลพวงจาก สงครามในตะวันออกกลาง ที่เกิดขึ้น ได้สร้างความ เสียหาย ให้กับประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างมหาศาล ดังนั้น ราคา น้ำมัน ในประเทศไทย ที่อยู่ใน กำมือ ของ โรงกลั่น 6 โรง ของประเทศไทย ยังจะมีราคาแพงต่อไปอย่างน้อยก็ 1 ปี หรืออาจจะมากกว่านั้น ที่สำคัญต้องดู ฝีไม้ลายมือ ของ รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ ว่าจะ มีของ แค่ไหน เพราะที่ผ่านมา ถูกมองว่า เป็นราคาคุยมากกว่า ของจริง….ส่วน  มือวางทาง เศรษฐกิจ ที่ เป็นความหวังของ รัฐบาล อย่าง ศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์  ที่ เคย มีของ และ ออกของ ให้ ประชาชนเห็น ฝีไม้ลายมือ ใน รัฐบาล อนุทิน 1 มาถึง รัฐบาล อนุทิน 2 กลายเป็น “แผ่วปลาย” จนมีการตั้ง ฉายาให้เป็น” ศุภเจ๊ง “ ไปแล้ว วันนี้ยังไม่ ท็อปฟร์อม เพราะ ทั้งเรื่อง “มะพร้าวน้ำหอม” ที่เคย ดุดัน จะไล่ ล้งจีน และจะตั้ง ล้งกลาง เพื่อช่วยให้ ราคามะพร้าวน้ำหอม ไม่ถูก กดราคา วันนี้ก็ไม่มีความ คืบหน้า …..

@ส่วนเรื่อง ราคากุ้งตกต่ำ จากการที่ รัฐบาลมาเลเซีย ห้ามส่งกุ้งขายในประเทศมาเลเซีย ก็ยังแก้ไขไม่ได้ เกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้ง ยังต้องช่วยตนเอง ขายของออกไปตาม ยถากรรม จะหวังพึ่ง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการ เจรจา กับ รัฐบาลมาเลเซีย ก็ยัง ล่าช้าเป็น เรือเกลือ เข้าทำนอง กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ …..แต่ก็มีข่าวดีสำหรับ เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ราคายางในปี 2569 ขึ้นไปถึง กิโลกรัมละ 90 กว่าบาท โดยที่ รัฐบาล ไม่ได้ มีมาตรการช่วยผลักดันแต่อย่างใด ที่ราคายางพาราสูงขึ้นเกิดจาก กลไก การตลาด เนื่องจาก ผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย เพราะอยู่ในช่วงการปิดกรีด แต่ หลังจากที่ เกษตรกรเปิดกรีดพร้อมกันทั้งประเทศ ตั้งแต่เดือน มิถุนายน เป็นต้นมา การยางแห่งประเทศไทย และกระทรวงเกษตรสหกรณ์ ต้องมีแผนในการที่จะไม่ให้ราคายาง ตกต่ำอีกครั้ง….ที่ สำคัญ ยางเถื่อน จากประเทศเพื่อนบ้าน ที่วันนี้เริ่มจะ มีการ นำเข้า ทางด้าน ชายแดนประเทศเมียนมา ทั้งด้าน จ.กาญจนบุรี จนถึง จ.ระนอง-ชุมพร ชายแดนด้านตะวันตก เริ่มถูก ขบวนการค้าพืชผลทางการเกษตร ลักลอบนำเข้ามาแล้ว ซึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องมีการ กำชับ ให้ เจ้าหน้าที่ใน แนวชายแดน ทั้ง ทหาร และ ตำรวจตระเวนชายแดน เข้มงวดการ ลักลอบนำเข้า…..โดยเฉพาะ ผบก.ตชด.ภาค 4 ที่รับผิดชอบภาคใต้ และ ผบ.กองกำลังเทพสตรี ของ กองทัพภาคที่ 4 ต้อง เอาจริง กับ ขบวนการ นำสินค้าเถื่อนจาก เมียนมา เข้ามาทางด้านชายแดน จ.ชุมพร และ ระนอง ซึ่งเป็นพื้นที่ ผลประโยชน์ ของ เจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติการอยู่ในแนวชายแดน ต้องไม่ รู้เห็นเป็นใจ รับ ส่วย ของผิดกฎหมายจาก นายทุน….

@ฟังจากหลายหน่วยงาน ที่เกี่ยวกับการทำการเกษตร ทุกหน่วยต่างยืนยันว่า ปรากฏการณ์ เอลนีโญ่ จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน นั่นหมายถึง ภาวะของความแห้งแล้ง ที่จะเกิดขึ้น และจะเป็นปัญหากับ เกษตรกรทุกชนิด เพราะการ เพาะปลูก ต้องอาศัยน้ำเป็น ปัจจัยหลัก ก็ต้องถามไปยัง สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ เสนาบดี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าเมื่อรู้ล่วงหน้าว่าต้องเกิดภัยแล้ง วันนี้ ท่านมีแผนในการรับมือกับ เอลนีโญ่ หรือ ภัยแล้งอย่างไร เพื่อที่จะให้ เกษตรกรเดือดร้อนน้อยที่สุด หวังว่าคงจะไม่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตาม ยะถากรรม….วันนี้วิธีการช่วยเหลือ เกษตรกรของ รัฐบาล ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือการ แจกเงิน ซึ่งล่าสุด  กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่าเป็น ข่าวดี กับ ชาวนา เพราะมีการ แจกเงิน หรือ ให้เงินช่วยเหลือ ชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท โดยจำกัดสิทธิ์ในการช่วยเหลือคนละ 10 ไร่  หรือได้รับเงิน ครอบครัวละ 10,000 บาท ก็เพราะ กรมส่งเสริมการเกษตรคิดได้เพียงนี้ ชาวนาไทย จึงยัง จนดักดาน ถ้า กรมส่งเสริมการเกษตร คิดหาวิธีอื่น เช่น ส่งเสริมให้มีพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตที่มากขึ้น ทำอย่างไรให้ชาวนาใช้ปุ๋ยในราคาถูก และทำอย่างไรราคาข้าวเปลือก จึงจะแพงขึ้น เหมือนกับราคาข้าวสาร หรือให้ชาวนามี วิชาการ มี เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อที่จะไม่ต้อง”แจกเงิน” ทุกปี หรือการ “แจกเงิน” เป็น กุสโลบาย ของ นักการเมือง ที่เป็นเหมือนการ ซื้อเสียง ล่วงหน้า จึงทำให้ไม่คิดถึง วิธีอื่นๆ ในการช่วยให้ ชาวนา หายจากความยากจน….

@จำได้ว่า หลายปีก่อน มีการ ลดบุคลากรของ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยอ้างว่า คนมากกว่างาน และเป็นเหตุให้ การรถไฟไทย ขาดทุกต่อเนื่องแบบ บักโกรก แต่ล่าสุด ฟังจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม บอกกว่า การรถไฟขาดแคลน บุคลากร โดยปัจจุบัน มีเส้นทาง 4,100 กิโลเมตร มีบุคลากร 8,000 คน ส่งผลในการแบกภาระและกระทบกับประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน….มาดูเรื่องของ กระทรวงมหาดไทย กันบ้าง เรื่องของ เกาะภูเก็ต ไข่มุกอันดามัน ที่ เต็มไปด้วย นักลงทุน และ นักท่องเที่ยวต่างชาติ และเรื่อง ผลประโยชน์ อันมิชอบ จาก มาเฟีย และ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ก่อนหน้านี้ มีการ สั่งย้าย ปลัดจังหวัด ป้องกันจังหวัด และ สามนายอำเภอ ออกจากพื้นที่ และตามมาด้วยเรื่องที่ รุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัด ที่อ้างว่า เป็นการย้ายที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ออกมาแฉเรื่อง การที่ ปลัดกระทรวง สั่งการให้ ช่วยเหลือ สนับสนุนผู้สมัคร สส.ของพรรค สีน้ำเงิน ที่ เป็น ประเด็นทางการเมืองให้ ฝ้ายค้าน นำไปเปิด บาดแผล ของ รัฐบาล อยู่ในขณะนี้ แต่เรื่องยังไม่จบ ล่าสุด มีการ สั่งย้าย รอง ผวจ.ภูเก็ต นั่นคือ  ธีรพงษ์ ช่วยชู รอง ผวจ.คนดัง ซึ่งมี นายทหารอดีตแม่ทัพภาคที่ 4 เป็น แบ็ค ไปเป็นรอง ผวจ.นครศรีธรรมราช และย้ายอดุลย์ ชูทอง รองผวจ.อีกคนไปเป็นรอง ผวจ.สงขลา และวันรุ่งขึ้นมีการ สั่งย้ายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต ไปเป็นรองปลัดกระทรวงฯ และให้ โชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงฯ ไปเป็น ผวจ.ภูเก็ต นี่เป็นการ”ล้างบาง” ซึ่งก็หวังว่า การล้างบาง ครั้งนี้ จะทำให้เกาะภูเก็ต สะอาดสะอ้านขึ้น และจะทำให้ ฝ่ายปกครอง ในจังหวัดอื่นๆ ที่ เป็นเมือง เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว ที่มี เรื่อง ผลประโยชน์ ที่ คล้ายคลึง กับที่ ภูเก็ต มีการ เสียวสันหลัง และ ทำตัวให้อยู่ในร่องในรอย…..แต่การโยกย้ายครั้งนี้ก็ทำให้ ชาวจังหวัดสงขลา ต้องนั่งเสียดาย คนดีมีฝีมืออย่าง รอมดอน หะยีอาแว รอง ผวจ.สงขลา ที่ถูกย้ายให้มาเป็น รอง ผวจ.ภูเก็ต  ทั้งที่งานในความรับผิดชอบที่ จังหวัดสงขลา โดยเพาะการ แก้ปัญหา น้ำท่วม กำลังไปด้วยดี การย้าย รอมดอน หะยีอาแว จาก รอง ผวจ.สงขลา การแก้ปัญหา น้ำท่วม ที่ อ.หาดใหญ่ คงต้อง สะดุด ไม่มากก็น้อย กว่าจะมี รอง ผวจ.คนใหม่มารับผิดชอบแทน…..

@กล่าวถึงปัญหาของ “เกาะภูเก็ต” อีกครั้ง เมืองนี้ถูก ทางการ ปล่อยให้เป็น เมืองที่มี ผลประโยชน์ จากการกระทำที่เรียกว่า สิ่งผิดกฎหมาย มา เนิ่นนาน จนถึงวันที่ ฝีแตก และ กระทรวงมหาดไทย จะเข้ามา ปัดกวาดสิ่งปฏิกูล จึงเป็นเรื่อง ไม่ง่าย เพราะ ภูเก็ต เต็มไปด้วย มาเฟีย ที่เข้าไป สูบเลือดสูบเนื้อ ของ ผู้ที่มีธุรกิจ ของนักท่องเที่ยว มี มาเฟีย ทั้งที่เป็น คนไทย เป็น นักการเมือง ท้องถิ่น เป็น เจ้าพ่อ และ มาเฟีย ที่เป็นคน ต่างด้าวท้าวต่างแดน ทุกตารางเมตรของ พื้นที่ชายหาด คือ ทำเลทอง ทุกพื้นที่ ที่เหมาะแก่ การท่องเที่ยว คือการ ครอบครองที่ ผิดกฎหมาย  เป็นเมืองที่เต็มไปด้วย คนเถื่อน ที่เข้าเมืองเกินกำหนด หรือ โอเวอร์สะเตย์ และทำงานที่ไม่มีใบอนุญาต  มี อาชญากรรมข้ามชาติ ทุกชาติ กระจายตัวอยู่บนเกาะ การ ทำมาหากิน กับของ ผิดกฎหมาย ทั้ง บุหรี่หนีภาษี บุหรี่ไฟฟ้า  ขาใหญ่ แบ่ง พื้นที่ เดินขายแบบ ลูกอม และผลประโยชน์ ทั้งหมดทั้งมวล ถูก จัดสรรปันส่วนให้ เจ้าหน้าที่รัฐ ที่เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และแม้แต่ มาเฟียรถโดยสาร หรือ แท็กซี่ ใน เกาะภูเก็ต ที่เป็นปัญหาในการ ขุดรีด ข่มขู่ นักท่องเที่ยว ยังไม่เคยเห็น นายอำเภอ ผู้กำกับ หรือผู้ว่า ผู้บังคับการตำรวจ คนไหน แก้ปัญหานี้ได้ ที่ผ่านมา มาเฟีย กับ หน่วยงานราชการ อยู่กัน “เกี๊ยเซี๊ย” แบ่งปันผลประโยชน์ โดยที่ไม่ทะเลาะกัน นี้ถ้าไม่เกิด กรณีของ รุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัด ป่านนี้ มาเฟีย กับ ข้าราชการ ยังแบ่งปันผลประโยชน์ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น การ ปรับเปลี่ยน เฉพาะหน่วยงานของฝ่ายปกครองโดยที่ หน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง การทำผิดกฎหมาย ที่เกาะภูเก็ต จึงไม่ใช่ทางออก ของการแก้ปัญหา และเกินกว่า ความรู้ความสามารถของ โชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ที่ถูกส่งมา ขึ้นเขียง สิ่งที่ต้องรู้คือ หน่วยงานสำคัญๆ ใน เกาะภูเก็ต ผู้ที่มาเป็น หัวหน้าหน่วย ล้วนแต่ “จ่ายเงิน” ในการ ซื้อ ตำแหน่งมา ดังนั้น จึงต้อง เก็บกวาดทุกเม็ดทุกสตางค์ เพื่อให้ คุ้มค้า เพราะมาแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะถูกเด้ง วันไหน เมื่อ วัฏจักร เป็นแบบนี้ ถ้าจะแก้ต้องแก้ทั้งระบบ โดย อาศัยอำนาจของ นายกรัฐมนตรี ของ อนุทิน ชาญวีรกูล เท่านั้น ที่ผ่านมาการแก้ปัญหา ภูเก็ต แต่ละครั้ง เป็นการแก้ปัญหาแบบ “แก้ผ้าเอาหน้ารอด” เท่านั้น….

@มาดูเรื่อง ซ้ำซาก ที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ วันนี้ เป้าหมายการทำลายล้าง ของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น คือ กลุ่มทุนพลังงาน ล่าสุด คือการ วางเพลิง วางระเบิด โรงไฟฟ้าชีวะมวล ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อ 9 มิถุนายน และ 13 มิถุนายน คือการ วางเพลิงวางระเบิด โครงการ โซล่าฟาร์ม ของ บริษัษัท กันกุล พาวเวอร์ ฯ ซึ่งเป็น บริษัทลูกของ กัลฟ์ เอ็นเนอยี่ กลุ่มทุนใหญ่พลังงานของประเทศไทย ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี  เป็นการ ก่อการร้าย เพื่อทำลาย การลงทุน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ซึ่งมี พล.ท. นรธิป โพยนอก เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 ไม่สามารถให้ความ คุ้มครอง หรือ ป้องกันเหตุ ให้กับ กลุ่มทุนได้เลย ทั้งที่ กลุ่มทุน ที่เข้ามาลงทุนใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีอยู่ มีเพียง น้อยนิด แล้วอย่างนี้  พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. จะบอกว่า สถานการณ์ของ ไฟใต้ จะ ยุติ ในปี 2570 จะเป็นความจริง หรือเป็นเรื่อง “ลิงหลอกเจ้า”ซึ่ง บอกตรงๆว่า ชาวบ้านในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ฟังแล้วได้แต่ หัวเราะไม่ได้ร้องให้ไม่ออก  ในขณะที่ในพื้นที่ มีคำถามหนึ่งที่ถามถึง รัฐบาลของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีว่า ณ วันนี้ มี โรงงานไฟฟ้า เอกชน เกิดขึ้นมากมายบนแผ่นดินไทย ทั้ง ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และโรงไฟฟ้าชีวะมวล และโรงไฟฟ้าที่ใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง แต่ทำไม คนไทยทั้งประเทศ จึงยังต้องจ่ายค่าไฟฟ้าอย่าม มหาโหด เดือนนี้ก็จะมีการปรับค่าไฟฟ้าที่แพงขึ้นอีก คำถามนี้ต้องมี คำตอบ ส่วนคำตอบจาก บีอาร์เอ็น คือ เผาให้ราบเป็นหน้ากลอง เพราะ โรงไฟฟ้าใน สามจังหวัด ไม่ได้ทำให้ คนสามจังหวัดใช้ไฟฟ้าที่ถูกลง คำถามนี้ใครจะเป็นผู้ตอบ…..

@ล่าสุดสถานการณ์ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีการยิงชาวไทยพุทธ ที่  อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส  มีการวางระเบิด ทหาร ที่ลาดตระเวนฐานปฏิบัติการที่ อ.แว้ง จ.นราธิวาส และมีการ วางระเบิด อาสารักษาดินแดน ในขณะที่นำคนป่วยส่ง รพ. ที่ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 ศพ หรือ “ไทยพุทธ” จะ กลับมา เป็นเหยื่อ สถานการณ์ของความ ขัดแย้ง ระหว่าง รัฐ กับ บีอาร์เอ็น อีกครั้ง …..ข้อสังเกต ณ วันนี้ พื้นที่ของ จ.ปัตตานี มีเหตุ รุนแรงต่อเนื่อง ทั้งการ วางระเบิด รถนายอำเภอ ที่ไปทำหน้าที่ ประธานการแข่งขันกีฬา การวางระเบิด ในสนามการแข่งขันกีฬาสอง 2 เหตุเป็นเหตุติดๆกัน นั่นหมายถึง เป็นการ ข่มขู่ ข่มขวัญ มิให้ คนเป็น นายอำเภอ ลงพื้นที่ และต่อไป นอกจากการใช้ระเบิด แสวงเครื่อง ก็ให้ระวัง มือ สะไนเปอร์ ที่ถูกวางไว้เพื่อ สอย หัวหน้าส่วนราชการ ที่ลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชน…..ก็ต้องถาม พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4  และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ว่า นโยบายของท่านในการ จัดการขั้นเด็ดขาดกับ บีอาร์เอ็น ทำไมจึงไม่ได้ผล และ มีแต่เพิ่มความ สูญเสีย มากขึ้น การใช้ นายทหาร จากกองทัพภาคที่ 1 ภาค 2 เข้ามา ปฏิบัติการ ในพื้นที่ การใช้ รบพิเศษ เข้ามา ปฏิบัติการทางมวลชนในพื้นที่ มี จุดบอด มี จุดอ่อน ตรงไหน จึงทำให้ สถานการณ์ มีแต่ความรุนแรง และ น่าหวาดเสียวว่า สถานการณ์ของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะหวลคืนไปสู่ความ หฤโหด เหมือนกับปี 2551 -2552 ที่ผ่านมา วันนี้การ แก้ปัญหาไฟใต้ รู้สึกเหมือนว่า “ยิ่งเดินยิ่งร้าย ยิ่งว่ายยิ่งลึก”มากกว่าที่จะเห็น แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์…..

@วันที่ 10 กรกฏาคม 2569 จะมีการเปิดด่านพรมแดนแห่งที่ 2 ของ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นด่านพรมแดนที่ใหญ่ที่สุด ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย เพื่อให้ สมถานะกับที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นประตูเข้าเมืองที่สำคัญของภาคใต้ ทั้งการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้า ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายใต้การ บริหารของ บัญฑูร อู่เจริญ นายด่าน หรือ ผอ.ศุลากากรสะเดา ด่านพรมแดนแห่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องรถติดมหาวินาศใน ต.สำนักขามให้หมดไป และจะไม่ได้เห็นภาพ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามายัง จ.สงขลา  ติดแง็ก เพื่อรอพิธีการเข้าเมือง ครั้งละ 3-4 ชั่วโมง หรือ ขากลับ ต้องนอกค้างคืนในรถอยู่ที่หน้าด่านเพราะ กลับประเทศไม่ทัน…..

@เรื่อง สหกรณ์ออมทรัพย์เครดิตยูเนียนหาดใหญ่ ที่มีการโกงเงินฝากของผู้เป็นสมาชิกไปกว่า 200 ล้าน วันนี้ยัง สะสาง ไม่สำเร็จ ผู้ฝากเงินจะถอนเงินคืนก็ไม่ได้ เรื่องนี้จะโทษ ผู้บริหารสหกรณ์ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ต้องโทษ หน่วยงานของรัฐ เช่น สหกรณ์จังหวัด ที่ หย่อนยาน ในการ ตรวจสอบ และ กำกับดูแล เรื่อง กรรมการ โกงเงิน สหกรณ์ เกิดขึ้นทุกพื้นที่ของประเทศไทย และ เสียหายในวงกว้าง แต่แปลกที่ รัฐบาล หรือ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้มี นโยบายอะไร ที่จะปกป้อง เงินออม ของประชาชน….แล้วพบกันใหม่วันศุกร์หน้า สวัสดีครับ

ไชยยงค์ มณีพิลึก

———————————————————————

/////////////////////////////////////////////////////////////////

เปิดงาน  สุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา เป็นประธานพิธีเปิดโครงการตาดีกาสัมพันธ์ ประจำปี 2569 ณ สนามตาดีกาบ้านละโอน หมู่ที่ 6 ต.บ้านโหนด อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา โดยมี กิตติ โคกเขา นายก อบต.บ้านโหนด พร้อมผู้บริหารให้การต้อนรับ

////////////////////////////////////////////////

มอบพัดลม.  สรรเพชญ.บุญญามณี. รมช.กระทรวงคมนาคม มอบพัดลมจำนวน 18 ตัว ให้แก่วัดโคกเปี้ยว เพื่อสนับสนุนการใช้งานภายในวัดและอำนวยความสะดวกแก่สามเณรที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่เป็นจำนวนมาก นับเป็นส่วนหนึ่ง ของการส่งเสริมการศึกษาและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาณวัดโคกเบี้บว ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา โดยมีเจ้าอาวาสพร้อมสามเณร รับมอบ

/////////////////////////////////////////

ขับเคลื่อนการศึกษา.   จิรวิทย์ แซ่เจ็ง ประธานคณะกรรมการฝ่ายเหรัญญิก ร่วมประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อน สภาการศึกษาเชิงพื้นที่ จ,ยะลา ณ ห้องประชุมดาหลา องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา

/////////////////////////////////////////////////

ผ้าป่าสามัคคี.   โยธิน ทองเนื้อแข็ง ได้เป็นประธานทอดผ้าป่าสามัคคีวัดเกาะใหญ่ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์  จ.สงขลา โดยมีประชาชนในและนอกพื้นที่ร่วมสืบสานพระพุทธศาสนาร่วมงานเป็นจำนวนมาก

///////////////////////////////////////////////

มอบสิ่งของ.   ฐกฤต อัชณาพิพัฒ ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1 พร้อมด้วยเพื่อน พี่ น้อง และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมส่งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคและของใช้จำเป็นแก่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง จ.ตรัง เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 41 ปี ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนวันเกิดให้เป็นวันแห่งการให้ เปลี่ยนความสุขของเรา ให้เป็นรอยยิ้มของผู้อื่น” เพื่อส่งต่อกำลังใจ ความห่วงใย และสร้างรอยยิ้มให้แก่ผู้สูงอายุในความดูแลของสถานสงเคราะห์ฯ

//////////////////////////////////////

เข้าค่ายพัฒนา…นักศึกษาคณะสัตวแพทยศาสตร์ มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตทุ่งใหญ่ 2 ทีม ได้แก่ LuxePaws และ Vet Egg Stearine ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ SEED Program 2026 พร้อมเข้าค่ายพัฒนาศักยภาพด้านผู้ประกอบการนวัตกรรม ณ กรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระดับนานาชาติ ณ ประเทศสกอตแลนด์ และต่อยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพสัตว์และปศุสัตว์ในอนาคต.

//////////////////////////////////////////////

ตรวจสภาพ.    อภิชาติ สาราบรรณ์ รอง ผวจ.ตรัง ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจตรวจสถานประกอบกิจการแปรรูปสัตว์น้ำ จ.ตรัง นำเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสภาพการจ้างและสภาพการทำงานของแรงงานไทยและแรงงานต่างด้าวในสถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ ตามแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อป้องกันการกระทำผิดด้านแรงงาน

//////////////////////////////////////////

แสดงความยินดี.   อัยมานน์ อับดุลลาเต๊ะ ประธานสมาพันธ์ SME ไทย จ.ยะลา พร้อมด้วย อะหมัด รามันห์สิริวงศ์ กรรมการบริหารสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคใต้แห่งประเทศไทย ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ประจำ จ.ยะลา และที่ปรึกษาประธานสมาพันธ์ SME ไทย เข้าแสดงความยินดีแก่ นายสัตวแพทย์นิอัฟฟาน มะกาเจ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง “ปศุสัตว์ อ.เมืองยะลา” ณ สำนักงานปศุสัตว์ อ.เมือง จ.ยะลา

/////////////////////////////////////////////

จัดงาน.  ผศ.ดร.ศิริชัย นามบุรี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา พร้อมด้วย ผศ.ดร.บุญสิทธิ์ ไชยชนะ รอง อธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและมวลชนสัมพันธ์ , ผศ.ดร.เกสรี ลัดเลีย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ,รศ.ดร.ลิลลา อดุลยศาสน์ รอง อธิการบดีฝ่ายวิชาการและคุณภาพบัณฑิต และ ดร.ปรีชา พังสุบรรณ รองอธิการบดีฝ่ายแผน ยุทธศาสตร์ และทรัพยากรมนุษย์ ร่วมให้ข้อมูลการจัดงาน “ราชภัฏยะลา พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด Grand Opening & Global Connectivity ซึ่งมุ่งยกระดับการพัฒนาท้องถิ่นชายแดนภาคใต้สู่เวทีสากล ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จ.ยะลา

////////////////////////////////////////////////////

ประชุมเชิงปฏิบัติการ. พาตีเมาะ สะดียามู ผวจ.ปัตตานีเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำบทวิเคราะห์ทบทวนเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดปัตตานีปี (พ.ศ. 2566 – 2585) และจัดทำบทวิเคราะห์การพัฒนาจังหวัด เพื่อจัดทำแผนพัฒนาจังปัตตานี พ.ศ. 2571 – 2575 มี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน/อปท ผู้แทนภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เข้าร่วม ณ โรงแรมซีเอส อ.เมือง จ.ปัตตานี

/////////////////////////////////////////

มอบปัจจัยการผลิต.  อัมรันท์ บากา นายอำเภอกาบัง จ.ยะลา เป็นประธานในพิธีมอบปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรในพื้นที่ อ.กาบัง เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้ “โครงการเสริมอาชีพด้านเกษตรกรในจังหวัดชายแดนใต้” ในกิจกรรมย่อย “ส่งเสริมอาชีพการทำการเกษตร ณ อาคารโดมราชสีห์ อ.กาบัง จ.ยะลา

///////////////////////////////////////////////

ต้อนรับ.  อามีร ซาริคาน นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ พร้อมด้วย ประณต เอี่ยวเจริญ ,จตุพงศ์ ธรรมเดโช รอง นายกเทศมนตรีตำบลรือเสาะ ประธานสภาเทศบาล และปลัดเทศบาล ร่วมให้การต้อนรับ Nadeem Babar อดีตรัฐมนตรีประเทศปากีสถานและคณะเข้าเยี่ยมเยียนเทศบาลตำบลรือเสาะ  และวิสาหกิจชัมชนแผฮนด์ อิน แฮนด์ รือเสาะ จ.นราธิวาส

////////////////////////////////////////

ฝึกอบรม.  มุขตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา เปิดโครงการเสริมสร้างการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางน้ำ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 19 มิถุนายน 2569 เพื่อพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะด้านการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำให้แก่บุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ชีพ–กู้ภัยในพื้นที่ ให้มีความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ณ ร้านอาหารฮาสานะห์ และเขื่อนบางลาง ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา

/////////////////////////////////////////////////

ร่วมประชุม.  พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา นฤมินทร์ อามิน รองนายกเทศมนตรี พร้อมด้วย สมหมาย ลูกอินทร์ ปลัดเทศบาลนครยะลา นำคณะผู้บริหารเข้าร่วมการประชุม WCS Mayors Forum ภายในงาน World Cities Summit 2026 โดยมี ศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย อดีตเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า และนายรัชฎา จิวาลัย อดีตกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง บนเวทีนานาชาติ ณ ประเทศสิงคโปร์

//////////////////////////////////////////////

หารือ.   สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เข้าพบ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน เพื่อปรึกษาหารือ แก้ปัญหา นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่ได้รับความไม่สะดวก และล่าช้า ในพิธีการเข้าเมือง ของ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ด่านพรมแดนสะดา อ.สะเดา จ.สงขลา ณ สำนักงานประสานงานสมาชิกวุฒิสภา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

//////////////////////////////////////////