สวัสดีจ้า “ขาสั้น คอซอง” สัปดาห์นี้ ขอนำบรรยากาศที่ได้ไปเกาะติดเวที ชมงาน “มหกรรมสนามเด็กเล่นหุ่นยนต์” เวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศได้ปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้โลกแห่งเทคโนโลยี หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมครูเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์แห่งประเทศไทย และชมรมครูหุ่นยนต์ไทย โดยมี บริษัท พานาโซนิค เอเนอร์จี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสนับสนุน มานำเสนอกันจ้า

โดยทีมที่สร้างผลงานได้อย่างสุดยอด คือ ทีม SPIM-D จากโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ซึ่งคว้ารางวัลชนะเลิศ รายการ Bigfoot Gundam Open โดยมีสมาชิกประกอบด้วย “ชัยภัทร สุวรรณรัศมี” และ “ณัฐดนย์ ศรีรัฐวัฒนากูล” บอกว่า ร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์บังคับมือ (Manual Robot) ที่ต้องอาศัยทั้งทักษะด้านวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า และการควบคุมกลไกอย่างแม่นยำ ตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบไปจนถึงการลงสนามแข่งขันจริง โดยจุดเด่นสำคัญของหุ่นยนต์ Bigfoot คือโครงสร้างที่แข็งแรง ทนทาน และสามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมที่สมบุกสมบันได้เป็นอย่างดี การออกแบบครั้งนี้ยังต่อยอดแนวคิดเพื่อสังคมในอนาคต ด้วยการตั้งเป้าพัฒนาไปสู่ “หุ่นยนต์กู้ภัย” ที่สามารถปฏิบัติงานแทนมนุษย์ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายได้จริง เช่น การติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความร้อน เพิ่มกล้อง และพัฒนาให้ควบคุมผ่านระบบ 5G ได้ จะสามารถเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่อันตราย เช่น ตึกถล่ม พื้นที่สารเคมีรั่วไหล หรือจุดที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เพื่อช่วยรักษาชีวิตผู้คนได้อย่างปลอดภัย

ต่อด้วยทีมที่สร้างผลงานได้เจ๋งไม่แพ้กัน คือ ทีม KN3 จากโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ที่คว้ารางวัลชนะเลิศรายการ Lite Beam Open ซึ่งเป็นหุ่นยนต์วิ่งตามเส้นอัตโนมัติ (Line Following Robot) มีสมาชิกประกอบด้วย “พรรณกาญจน์ เหลืองอมรศักดิ์” และ “ไปรยา ศรีศักดิ์บางเตย” เล่าว่า ผลงานชิ้นนี้อาศัยความแม่นยำของระบบฮาร์ดแวร์ ซึ่งทีมได้ลงมือปฏิบัติเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่การบัดกรีวงจร ปรับค่าความต้านทาน ไปจนถึงติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับแสง ซึ่งเปรียบเสมือนสมอง และดวงตาของหุ่นยนต์ ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อย หุ่นยนต์ก็อาจวิ่งหลุดเส้นทางได้ทันที โดยในอนาคตตั้งเป้าว่าจะนำไอเดียไปต่อยอดสู่ “หุ่นยนต์การเกษตรอัจฉริยะ” เพื่อช่วยตรวจสภาพดิน พ่นปุ๋ย และขนส่งผลผลิตในไร่สวน ช่วยลดแรงงานและยกระดับภาคเกษตรกรรมไทยในอนาคต

นอกจากนี้ยังมีผลงานที่มีไอเดียน่าสนใจ เช่น โครงงานนวัตกรรม “Monk Assist” หรือ “หุ่นยนต์ช่วยพระสงฆ์ถือของ” ของ ทีมเยาวชนอิสระโรงเรียนสาธิตสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และผลงานของทีม KIDS STEM-2 จากโรงเรียนรุ่งอรุณ กับโครงงานนวัตกรรม “Smart farm”

กิจกรรมในครั้งนี้นอกจากเป็นพื้นที่ในการแข่งขันด้านหุ่นยนต์และ AI แล้ว ยังถือว่าเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ลงมือคิด ลงมือทดลอง และพัฒนานวัตกรรม ผ่านกระบวนการทำงานจริง  ทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีมด้วย