ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เพิ่มระดับการเตือนเกี่ยวกับการยึดอำนาจโดยฝ่ายคอมมิวนิสต์ในพรรคเดโมแครต ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ที่จะถึงนี้ ขณะที่ทีมการเมืองของเขาทดสอบว่า ข้อความดังกล่าวจะสามารถเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งคนอื่น นอกเหนือจากกลุ่มผู้สนับสนุนหลักของทรัมป์ได้หรือไม่
การค้นพบเบื้องต้นจากกลุ่มเป้าหมายของทีมงานของทรัมป์ ชี้ให้เห็นว่าข้อความข้างต้นสามารถกระตุ้นฐานเสียงของทรัมป์ได้อย่างมาก และอาจเพิ่มจำนวนผู้ลงคะแนนเสียงในกลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันที่ไม่ค่อยออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะได้ผลน้อยลงกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งอิสระ ซึ่งมักเป็นตัวตัดสินในการแข่งขันที่สูสี และกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในยุคสงครามเย็น
ความสำเร็จของนักสังคมนิยมประชาธิปไตย และผู้สมัครฝ่ายก้าวหน้าคนอื่น ในการเลือกตั้งรอบไพรมารีของพรรคเดโมแครต ในรัฐโคโลราโด รัฐเคนทักกี รัฐนิวยอร์ก รัฐโอไฮโอ รัฐเทกซัส และรัฐอื่น ๆ ทำให้ทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันของเขามีแนวทางการโจมตีแบบใหม่ นั่นคือ การพรรณนาว่าพรรคเดโมแครตเป็น “พวกหัวรุนแรง” แทนที่จะปกป้องผลงานของทรัมป์ในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ผู้สมัครฝ่ายก้าวหน้าหลายคนโต้แย้งว่า การแก้ปัญหาค่าครองชีพสูง หมายถึงการเก็บภาษีคนรวย ลดการใช้จ่ายทางทหาร คัดค้านการให้เงินสนับสนุนอิสราเอล ขยายโครงการที่ได้รับเงินทุนจากรัฐบาล และยุบสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี)
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์รีบออกมาประณามผู้สนับสนุนข้อเสนอเหล่านั้นว่าเป็น “คอมมิวนิสต์” แม้ผู้สมัครหลายคนระบุว่าตนเองเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย ซึ่งสนับสนุนการดำเนินนโยบายก้าวหน้าผ่านการเลือกตั้ง แตกต่างจากลัทธิคอมมิวนิสต์ที่มุ่งยกเลิกกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคล และสร้างสังคมไร้ชนชั้น
ด้านนางโอลิเวีย เวลส์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า การที่พรรคเดโมแครตยอมรับลัทธิสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ถือเป็น “ภัยคุกคามต่อสหรัฐ” ซึ่งทรัมป์จะยังคงประณามลัทธิหัวรุนแรงของพวกเขา และแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ระหว่างลัทธิเหล่านั้นกับนโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” ที่มีสามัญสำนึกของทรัมป์
ในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันชาติสหรัฐ และครบรอบ 250 ปี การประกาศเอกราชของอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ทรัมป์เตือนถึงการเพิ่มขึ้นของลัทธิคอมมิวนิสต์ โดยเปรียบเทียบกับ “มะเร็ง” ที่ต้องกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว
อนึ่ง ทรัมป์นำอาวุธที่เก่าแก่ที่สุดในการเมืองอเมริกากลับมาใช้อีกครั้ง ด้วยการบรรยายถึงพรรคเดโมแครตว่าเป็นฝ่ายสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ ทว่าการตัดสินใจของเขาในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในวันชาติสหรัฐ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองฝ่ายใด ถือเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติสำหรับข้อความนี้
เบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังกล่าว ทีมผู้ช่วยของทรัมป์กำลังทดสอบข้อความใหม่กับกลุ่มเป้าหมาย ในขณะที่พรรครีพับลิกันเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุด ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือน พ.ย. ซึ่งจะตัดสินว่าพรรคใดจะเป็นฝ่ายควบคุมสภาคองเกรส
ทั้งนี้ ผลการศึกษาเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์อาจมีอิทธิพลมากกว่าลัทธิสังคมนิยมในการเลือกตั้งบางครั้ง และลัทธิสังคมนิยมก็อาจดึงดูดผู้คนได้มากกว่า ในโฆษณาแบบเสียค่าใช้จ่าย และการสื่อสารระดับเขต.
ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



