แม้ฟิลิปปินส์ได้รับชัยชนะครั้งสำคัญในการคัดค้านการอ้างสิทธิของจีนในทะเลจีนใต้เมื่อ 10 ปีก่อน แต่ปัจจุบัน ชาวประมงท้องถิ่นกลับหวาดกลัวเกินกว่าจะไปยังแนวสันดอนสการ์โบโรห์ และน่านน้ำประมงอันมีค่าของที่นั่น เนื่องจากพวกเขากังวลว่าจะถูกเรือของจีนคุกคาม


แนวสันดอนแห่งนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ทางทะเลที่มีการโต้แย้งกันอย่างดุเดือดที่สุดในเอเชีย อยู่ภายใต้การควบคุมโดยพฤตินัยของจีนมาตั้งแต่ปี 2555 กระทั่งในปี 2559 คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ภายใต้ศาลอนุญาโตตุลาการถาวร ตัดสินว่าการอ้างสิทธิทางทะเลอย่างกว้างขวางของรัฐบาลปักกิ่งนั้น “ไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย”


ศาลระบุว่า น่านน้ำบริเวณแนวสันดอนสการ์โบโรห์ หรือที่จีนเรียกว่า “เกาะหวงเหยียน” เป็นแหล่งประมงดั้งเดิมที่หลายประเทศใช้ร่วมกัน รวมถึงฟิลิปปินส์ จีน และเวียดนาม แต่ไม่ได้ตัดสินว่า ประเทศใดมีอำนาจอธิปไตยเหนือแนวสันดอนแห่งนี้


ชาวประมงฟิลิปปินส์จำนวนมาก จากเมืองชายฝั่งมาซินล็อก เคยออกไปที่แนวสันดอนสการ์โบโรห์ ในช่วงเวลาที่พวกเขาคิดว่า เรือจีนอาจไม่ได้อยู่ที่นั่น เช่น ตอนกลางคืน ทว่าในตอนนี้ พวกเขาไม่ทำอย่างนั้นแล้ว โดยให้เหตุผลว่า จีนเพิ่มความพยายามในการปิดกั้นและขับไล่พวกเขา

Reuters


นายโรนี ดริโอ ชาวประมง วัย 59 ปี ไม่ได้ไปที่บริเวณนั้นเลยตั้งแต่ปี 2567 ส่วนนายเฮนริลิโต เอมพ็อก วัย 47 ปี เพื่อนชาวประมงของเขา ก็ไม่ได้ไปที่นั่นตั้งแต่ปี 2565 โดยพวกเขาเปลี่ยนมาทำประมงใกล้ชายฝั่งแทน


“เมื่อตอนที่เรารู้ข่าวในปี 2559 ว่า เราชนะคดี สิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจและความคิดของเราคือ อิสระในการทำประมงอีกครั้ง และความหวังที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ผมเห็นเรือจีนฉีดน้ำแรงดันสูงใส่เรือประมงของฟิลิปปินส์ และเจ้าหน้าที่จีนตัดสายสมอเรือเพื่อขับไล่พวกเรา พวกเขาพรากสิทธิในการทำประมงของเราไป ” เอมพ็อก กล่าวเพิ่มเติม


ขณะเดียวดัน ดริโอกล่าวว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จีนสั่งให้เขาและชาวประมงอีกคนหนึ่งออกจากทะเลสาบของแนวสันดอนสการ์โบโรห์ ซึ่งพวกเขาจึงต้องแบกเรือเดินผ่านแนวปะการังที่แหลมคม เนื่องจากน้ำตื้นเกินไป แต่สิ่งที่เจ็บกว่าบาดแผลปะการังตำเท้า คือ กระทำของเจ้าหน้าที่จีนต่อชาวประมงฟิลิปปินส์


อนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำฟิลิปปินส์ ยังไม่แสดงความคิดเห็นตอบกลับเกี่ยวกับการกระทำที่ชาวประมงฟิลิปปินส์กล่าวหา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลปักกิ่งยืนกรานมาเป็นเวลานานแล้วว่า จีนไม่ยอมรับคำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และมีอธิปไตยที่ไม่อาจโต้แย้งได้ เหนือเกาะหวงหยานและน่านน้ำโดยรอบ


แม้รัฐบาลปักกิ่งเสนอให้จัดตั้งเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่แนวสันดอนสการ์โบโรห์ แต่ถึงอย่างนั้น รัฐบาลมะนิลาประณามว่าเป็น “ข้ออ้างการยึดครองที่ชัดเจน” ขณะที่นักการทูตและนักวิเคราะห์บางคนแสดงกังวลว่า การเผชิญหน้าในทะเลจีนใต้ อาจบานปลายไปสู่ความขัดแย้งทางอาวุธ


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฟิลิปปินส์กล่าวว่า คำตัดสินของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ เสริมสร้างสถานะทางกฎหมายของรัฐบาลมะนิลา และสนับสนุน “โครงการริเริ่มเพื่อความโปร่งใส” ในการเปิดเผยการเผชิญหน้าทางทะเลต่อสาธารณะ ตลอดจนช่วยกระชับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศกับพันธมิตร และนำไปสู่การขยายกิจกรรมทางทหารและทางทะเลกับสหรัฐ ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS