“ก่อนผมตาย ผมก็อยากเห็นทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลก” แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวกับผู้สื่อข่าว
“อันนี้ผมพูดความจริง ผมก็เชื่อว่าพวกเราทำได้ และนั่นคือแผนที่เราจะเริ่มตั้งแต่เดือนก.ย.เป็นต้นไป”
“เราจะใช้ช่วงเวลาตอนนี้ในการดูผู้เล่นต่างๆ ให้มากขึ้น และเมื่อเข้าสู่เดือน ก.ย. เราก็จะได้ผู้เล่น 23 คนที่ดีที่สุด จากนั้นจะเกาะกลุ่มนี้ไปเรื่อยๆ”
“ผมคิดว่าทีมของเราดีพอที่จะทำได้ เพราะบางทีมที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกครั้งนี้ ถ้าเทียบกันแล้ว ผมว่าเราทำได้”
การที่ฟีฟ่า มีแนวความคิดจะเพิ่มจำนวนทีมฟุตบอลโลก 2030 เป็น 64 ทีม ไปจุดประกายความฝันกับชาติที่ดูจะยากเย็นกับการแทรกตัวไปอยู่ในรายการนี้
“เป็นข้อดีทีมชาติแบบเรา” ฮัดสัน กล่าว
คิมซังซิก เฮดโค้ชทีมชาติเวียดนาม ก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน เขาบอกว่าเขาดูฟุตบอลโลก 2026 กับลูกทีมดาวทอง แล้วคิดกันว่า ความฝันจะเป็นจริงได้ ที่เวียดนามจะไปอยู่จุดนั้น

ทีมชาติไทยไปบอลโลก เป็นประโยคที่ใช้ได้ในหลายบริบท ทั้งการตั้งความหวัง ตั้งเป้าหมาย และเหยียดหยาม ค่อนขอด
ไทยเหรอจะไปบอลโลก รอให้เพิ่มเป็น 100 ทีมก่อนเถอะ!
ประโยคแนวๆ นี้ถูกพูดขึ้นบ่อย
มันแทบเป็นไปไม่ได้…ถ้าคัดเลือกแบบก่อน เอา 4-5 ทีม เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, อิหร่าน, ออสเตรเลีย แทบจะเป็นสมาชิกตลอดชีพ ไหนจะ ซาอุฯ, กาตาร์, อุซเบกิสถาน ขึ้นมาอีก
แต่! เมื่อประตูเปิดกว้างขึ้น แทบจะเท่ากับที่เคยคิดกันเล่นๆ หรือคิดขึ้นมาพูดสนุกปาก
แล้วมันจะเป็นไปได้ไหม ที่ไทยไปบอลโลก
คิดกันแบบเหตุและผล เอาข้อเท็จจริงเป็นที่ตั้ง
ฟุตบอลโลก 2026 ทีมเอเชียได้โควตา 8 ทีม+ และสามารถได้โควตาเพลย์ออฟ เป็น 9 ทีม คือ ออสเตรเลีย, อิหร่าน, อิรัก, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, กาตาร์, ซาอุดิอาระเบีย, เกาหลีใต้ และ อุซเบกิสถาน
ถ้าเพิ่มทีมบอลโลก 2030 เป็น 64 ทีมจริงๆ โควตาเอเอฟซี ย่่อมได้เพิ่ม ทีนี้ประเด็นคือได้เพิ่มแค่ไหน
ผลงานในบอลโลก 2026 ไม่ดีนัก ไม่มีทีมเข้าถึงรอบ 16 ทีมสุดท้ายเลย และจอดรอบแรกถึง 7 ทีม อาจมีผล
แต่อย่างน้อย จาก 8+ น่าจะมี 10 เป็นอย่างต่ำ และอาจถึง 12 ทีม
ไปดูฟีฟ่าแรงกิ้งล่าสุด
ทีมชาติไทย อยู่ที่ 94 ของโลก และที่ 15 เอเชีย

ทีมที่เหนือกว่าเราคือ ญี่ปุ่น, อิหร่าน, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ซาอุฯ, กาตาร์, อุซเบฯ, อิรัก, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, จอร์แดน, โอมาน, ซีเรีย, จีน และ บาห์เรน
คิดแบบ “กำปั้นทุบดิน” คือ ขยับไปอีกสัก 3-4 อันดับ แซง บาห์เรน, จีน, ซีเรีย, โอมาน ให้ได้
ก็ไม่ยากเย็นแสนเข็ญนี่
แต่ชีวิตมันไม่ง่ายขนาดนั้น ไม่ใช่มวยสากล ที่ท้าต่อย จบใน 1 ไฟท์ พยายามชนะ 3-4 นัดกับทีมข้างต้นก็จบ
ระบบคัดเลือก มีขั้นตอนเยอะกว่า แข่งหลายสิบนัด สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอ มาตรฐาน
และอย่าลืม เมื่อเราคิดแบบนี้ ทีมที่ไล่มาก็คิดเช่นกัน ปาเลสไตน์, เวียดนาม, ทาจิกิสถาน, คีร์กีซสถาน, เลบานอน, อินโดนีเซีย, เกาหลีเหนือ, คูเวต ฯลฯ
แล้วคิดว่าเราชนะทีมเหล่านี้ง่ายๆ หรือ
ปัจจัยคือ เบ่งมาตรฐาน ให้สู้ในระยะยาว กับการคัดเลือกหลายๆ รอบได้จริงๆ
อย่างคัดบอลโลกล่าสุด น่าเสียดายมากที่ ทีมชาติไทย ไม่สามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายโซนเอเชีย ที่คัดมารอบนี้ตั้ง 18 ทีม
อาจจะบอกว่า “โชคร้าย” ที่ไปร่วมสาย เกาหลีใต้ ที่ต้องยอม และต้องฟัดกับ จีน แย่งที่ 2 แต่นั่นคือด่านทดสอบแรก หากจะหวังเข้ารอบ ก็ต้องผ่านให้ได้
สู่รอบสุดท้าย 18 ทีม แบ่ง 3 กลุ่ม กลุ่มละ 6 ทีม อันดับ 1-2 ไปบอลโลกเลย, 3-4 เพลย์ออฟ มีแค่ 5-6 ที่หมดลุ้น
คือยื้อไปเรื่อยๆ อย่างน้อยเกาะเพลย์ออฟ ก็ยังได้เฮ
หากจะเทียบเคียง อินโดนีเซีย คือทีมระนาบเดียวกับไทย แต่ทัพการูด้า เอาตัวเองไปรอบสุดท้ายโซนเอเชีย และยังตื๊อจนได้ไปเล่นเพลย์ออฟ แม้สุดท้ายอกหัก ก็ยังได้สู้
คิดแง่ร้าย อินโดนีเซีย ดีกว่าไทย…อาจจริง แต่ก็ไม่ได้ดีกว่ามากมาย เขายังไปจุดนั้น ไปลุ้น ไปแย่ง ได้ชก ได้สู้
แล้วทำไมไทยจะทำไม่ได้!?

ทีมเพิ่ม โควตาเพิ่ม โอกาสเพิ่ม ในหนหน้า
ย่อมเป็นโอกาสของทีมชาติไทย
ไทย จะไปบอลโลก ฝ่ายค้านพูดแบบเอาสะใจ เยาะเย้ยสนุกปาก แต่หากมองในหลักความจริง เอาข้อมูลเป็นที่ตั้ง
มันเป็นไปได้!
รอบคัดเลือกรอบแรก ผ่านให้ได้ อย่างที่ควรผ่าน เอาตัวเองอยู่ถึงด่านสุดท้าย ค่อยๆ ยื้อกันไป วางยุทธศาสตร์การเล่นเพื่อเก็บแต้ม
กระนั้นก็ตาม สิ่งที่ยกขึ้นมาข้างต้นคือปัจจัยภายนอก คือสิ่งที่จะเจอ
สำคัญกว่าคือปัจจัยภายใน สิ่งที่ต้องสร้าง ต้องทำ
เริ่มจากนักกีฬา
หนล่าสุดที่ ทีมชาติไทย ไปรอบสุดท้าย คัดเลือกโซนเอเชีย คือรอบคัดเลือกปี 2018 โดยเตะ 10 นัด ได้มา 2 แต้ม
นั่นคือยุคที่นักบอลไทยเก่งๆ กำลังมาดี อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, ธีรศิลป์ แดงดา (แม้ยังห่างไกล แต่ยังได้ไปสู้)
เวลาผ่านไป นักบอลชุดนั้นอาจจะยังมีเล่นอยู่บ้าง แต่โรยรา
และยังไม่ชัดเจน กับคลื่นลูกใหม่
นั่นคือเรื่องนักเตะรายบุคคล ที่เราต้องยอมรับว่า อาจไม่ใช่ช่วงดีที่สุด
แต่ก็แก้ปัญหานี้ได้ด้วย ระบบทีม
อีกปัจจัยคือการเตรียมพร้อมของ “องคาพยพบอลไทย”

ไม่ใช่แค่โค้ช, สมาคมบอล เท่านั้น
ทั้งองคาพยพต้องช่วยกัน
ดำเนินงาน ปูทางสู่ฟุตบอลโลก 2030 เท่านั้น เคลียร์ทางทุกอย่างออกไป เพื่อเส้นทางนี้
นักบอลต้องพร้อม สโมสรต้องให้ความร่วมมือ แบบไม่อิดออดป่วยการเมือง
ไม่ต้องรอถึงแมตช์คัดเลือก แมตช์อุ่นเครื่องเตรียมทีมก็ต้องปล่อย ไม่ใช่เตะที ป่าวประกาศไหว้วอนขอกันที ยังกะบอลอบต. บอลงานวัด
วางแผนรัดกุม ได้รับการสนับสนุนแผนการ
เริ่มกันซะแต่ตอนนี้ยังทัน
อยากไปบอลโลก ก็ต้องลงมือ จะเล่นของสูง ก็ต้องพยายาม
และต้องพยายามให้มากขึ้นด้วย วงจรโลกลูกหนัง เขาช่วยขนาดนี้แล้ว
อย่าให้ต้องถูกค่อนขอดว่า ต้องรอให้เพิ่มเป็น 128 ทีมเลย.
วุฒินล



