ห้องสมุดหางโจว ในมณฑลเจ้อเจียงของประเทศจีน ได้รับฉายาว่าเป็น “ห้องสมุดที่อบอุ่นที่สุด” ของจีน จากนโยบายยินดีต้อนรับเหล่าขอทานและคนเก็บขยะให้เข้ามาใช้บริการ ทั้งยังเป็นห้องสมุดแห่งแรกของประเทศที่ให้บริการผู้อ่านโดยไม่จำเป็นต้องใช้บัตรสมาชิกห้องสมุด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้าถึงพื้นที่อย่างเท่าเทียมโดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย

นโยบายดังกล่าวเริ่มขึ้นในปี 2551 ทำให้มีผู้อ่านรายหนึ่งเข้าพบผู้อำนวยการห้องสมุดเพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามาใช้บริการของขอทานและคนเก็บขยะภายในห้องสมุด ผู้อำนวยการชูซูฉิงในขณะนั้น ได้ตอบกลับไปว่า

“ผมไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธพวกเขา แต่คุณมีสิทธิ์ที่จะเดินออกไปได้”

หนึ่งในคนเก็บขยะที่แวะเวียนมาห้องสมุดบ่อยที่สุดคือ เว่ยซื่อห่าว เขารักการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์และการเมืองอย่างลึกซึ้ง มักจะล้างมืออย่างตั้งใจก่อนจะหยิบหนังสือ บรรณารักษ์คนหนึ่งฟื้นความหลังว่า แม้ตามร่างกายของเขาจะเต็มไปด้วยคราบสกปรก แต่มือของเขากลับสะอาดหมดจดอยู่เสมอ

เว่ย เคยเป็นหนึ่งในนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในยุคทศวรรษ 1950 และ 1960 ของจีน ต่อมา เขาได้งานเป็นครูโรงเรียนมัธยมจนกระทั่งเกษียณอายุในปี 2542 แม้ว่าเขาจะได้รับเงินบำนาญเดือนละ 5,600 หยวน (ประมาณ 27,000 บาท) แต่เขากลับเลือกที่จะเดินเก็บขยะตามท้องถนน

อดีตนักเรียนของเขา ซึ่งเติบโตไปเป็นครูโรงเรียนมัธยมเช่นกัน เล่าว่า พวกเขาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ เว่ย เลิกเก็บขยะ แต่เขายังคงยืนหยัดในการตัดสินใจของตัวเอง จนกระทั่งในปี 2558 เว่ยถูกรถชนและเสียชีวิตในวัย 77 ปี

เมื่อลูกสาวทั้งสามคนของเขาเข้ามาจัดการทรัพย์สินของพ่อ พวกเธอจึงพบว่า เว่ย ได้บริจาคเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนยากจนมานานกว่าสองทศวรรษ ภายในแฟลตขนาด 80 ตารางเมตรของเขา มีเพียงเตียงนอน ตู้ที่ใส่หนังสือจนเต็ม และขวดพลาสติกสำหรับรีไซเคิลอีกเล็กน้อยเท่านั้น

เว่ย เก็บใบรับรองการบริจาคและจดหมายจากเด็กๆ ที่เขาเคยให้การสนับสนุนเอาไว้เป็นตั้งๆ ซึ่งบางฉบับเริ่มเก่าเหลืองและเปื่อยไปตามกาลเวลา

ลูกสาวคนหนึ่งของเขาเปิดเผยว่า พ่อบริจาคเงินเงินเดือนและเงินบำนาญส่วนใหญ่เพื่อช่วยเหลือนักเรียนยากจน โดยมักจะบริจาคครั้งละ 300 – 400 หยวน (ประมาณ 1,400 – 1,900 บาท) ในช่วงทศวรรษ 1990 และต่อมาเพิ่มเป็น 3,000 – 4,000 หยวน (ประมาณ 14,000 – 19,000 บาท) ก่อนที่จะเสียชีวิต

สิ่งที่น่าประทับใจคือ ไม่เคยมีนักเรียนคนไหนที่เขาช่วยเหลือรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาเลย เพราะเขามักใช้ชื่อแฝงว่า “เว่ยติงเจ้า” ในการบริจาค

นอกจากนี้เขายังได้ทำเรื่องบริจาคร่างกายล่วงหน้ามากกว่าสิบปีก่อนจะเสียชีวิต พร้อมขอให้นำอังคารของเขาไปลอยอังคารที่ทะเลสาบซีหู

เรื่องราวของเว่ยได้สร้างความสะเทือนใจและประทับใจแก่ผู้คนจำนวนมาก นำไปสู่การเสนอไอเดียจัดสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติและสืบสานจิตวิญญาณอันอบอุ่นของเขา

หลังจากมีการนำเสนอโครงการนี้ ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง มีประชาชน 1,178 คนเข้าร่วมการระดมทุน และสามารถรวบรวมเงินได้สำเร็จถึง 50,000 หยวน (ประมาณ 240,000 บาท) เพื่อนำมาสร้างรูปปั้น

จูปิงเหริน ประติมากรผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปกรรมจากวัสดุทองแดง ได้ออกแบบรูปปั้นสูง 160 เซนติเมตร เป็นรูปปั้นครึ่งตัวของเว่ยที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ โดยมีไม้คานไม้ไผ่ซึ่งเป็นอุปกรณ์ในการเก็บขยะและขวดพลาสติกวางอยู่ข้างกาย ตั้งอยู่บนแท่นซึ่งมีเรื่องราวของเขาจารึกอยู่

หลังจากติดตั้งรูปปั้นดังกล่าวที่ห้องสมุดหางโจวก็มีการจัดพิธีเปิดตัวรูปปั้นของเว่ยในปี 2561

“หากพูดกันตามตรงแล้ว ในช่วงที่เขามีชีวิตอยู่ คุณตาเว่ยไม่ได้เป็นเพียงคนเก็บขยะธรรมดา แต่เขาได้กลายเป็นคนที่ ‘เก็บขยะ’ ออกจากโลกแห่งจิตวิญญาณของพวกเรา” ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็น 

“ทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับความรู้อย่างเท่าเทียมกัน” อีกคนกล่าวเสริม

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : scmp.com

เครดิตภาพ : Baidu, Handout, X / tongbingxue