เน้นใช้แรงงานคนและพิถีพิถันทำมือทุกขั้นตอน ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งวันนี้คอลัมน์ “ช่องทางทำกิน” ได้นำข้อมูลมาเสนอเพื่อเป็นกรณีศึกษา…
เมื่อเร็ว ๆ นี้ทาง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พาคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ดูงานที่ “วิสาหกิจชุมชนแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์สว่างวีระวงศ์ (บ้านคำนกเปล้า)” ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี ที่มีการรวมกลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพสูงในพื้นที่และนำวัตถุดิบทางการเกษตรในท้องถิ่นอย่างเม็ดมะม่วงหิมพานต์คุณภาพที่ได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) มาสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการแปรรูปเป็นเม็ดมะม่วง หิมพานต์คั่วเกลือพร้อมทานคุณภาพดี โดย ธ.ก.ส. ได้เข้ามาร่วมผลักดันกลุ่มเกษตรกรสู่การเป็น “เกษตรหัวขบวน” ยกระดับการผลิต การแปรรูป พัฒนาบรรจุภัณฑ์ และวางระบบธุรกิจชุมชนเพื่อสร้างงานสร้างรายได้อย่างยั่งยืน ตามแนวคิดแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) พร้อมรับบทบาท Market Maker ในการเชื่อมโยงช่องทางการตลาดทั้งออฟไลน์และออนไลน์

รุ่งทวี คำแข็ง ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์สว่างวีระวงศ์ (บ้านคำนกเปล้า) เล่าว่า… ในพื้นที่บ้านคำนกเปล้าและตำบลใกล้เคียงมีการปลูกต้นมะม่วง หิมพานต์สืบทอดกันมานานกว่า 3 ทศวรรษ ในอดีตชาวบ้านจะขายเพียงผลผลิตดิบให้แก่พ่อค้าคนกลาง ทำให้ประสบปัญหาราคาตกต่ำและไม่มีอำนาจต่อรอง จึงตัดสินใจรวมตัวเปลี่ยนบทบาทมาเป็น “ผู้แปรรูป” จุดเปลี่ยนสำคัญคือได้รับการสนับ สนุนจาก ธ.ก.ส. ทั้งด้านเงินทุน การพาไปศึกษาดูงาน อบรมเชิงปฏิบัติการด้านการแปรรูป พร้อมทั้งสนับสนุนเครื่องกะเทาะเปลือกรุ่นแรกจากจังหวัดอุตรดิตถ์มาให้ทดลองใช้งาน แม้ช่วงแรกต้องลองผิดลองถูก แต่ก็กลายเป็นการจุดประกายให้กลุ่มเกษตรกรหันมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทำให้เกษตรกรมีอำนาจในการกำหนดราคาขายได้เอง และเลือกเก็บผลผลิตไว้แปรรูปเองได้ยามราคารับซื้อตกต่ำ
หัวใจสำคัญที่ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือของแบรนด์ “สว่างวีระวงศ์” มีความโดดเด่นคือ การใช้สูตร “การคั่วหมกเกลือโบราณ” ซึ่งเป็นอัตลักษณ์ทางภูมิปัญญามาผสมผสานกับการผลิตโดยนำ “เกลือเทา” หรือเกลือพื้นบ้านมาคั่วด้วยความร้อนที่พอเหมาะสม ทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกลิ่นหอมและรสชาติหวานมันธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์

ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ ส่วนใหญ่เป็นค่าวัตถุดิบและอุปกรณ์ ทุนวัสดุ ขึ้นอยู่กับราคาของวัตถุดิบ ซึ่งราคาขายเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือ ราคา 500 บาท ต่อกิโลกรัม และถุงขนาด 180 กรัม ราคาถุงละ 100 บาท วัสดุอุปกรณ์ ประกอบด้วย เม็ดมะม่วงหิมพานต์, เกลือ, เครื่องกะเทาะเปลือก, กระทะ, ตะหลิว, เตาแก๊ส เป็นต้น
ขั้นตอนการทำ “เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือ”
เริ่มจากนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์สดที่เก็บเกี่ยวได้ไปตากแดดจัดประมาณ 2-3 วัน เพื่อลดความชื้นป้องกันเชื้อรา นำเมล็ดที่ตากแห้งแล้วไปจัดเก็บไว้ในสถานที่แห้งอย่างน้อย 2 เดือน เพื่อให้เมล็ดเซตตัวและยางแห้งสนิทก่อนนำไปกะเทาะ โดยการกะเทาะเปลือกจะใช้แรงงานคนและเครื่องกะเทาะแบบคันโยกทำมือทีละเม็ด เพื่อให้ได้เมล็ดที่สมบูรณ์ไม่แตกหัก จากนั้นก็นำไปทำการนึ่งหรืออบไอน้ำ เสร็จแล้วก็นำไปอบในตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์ประมาณ 1-2 วัน เพื่อไล่ความชื้น และทำให้ลอกเยื่อหุ้มเมล็ดออกได้ง่ายขึ้น นำเมล็ดที่ลอกเยื่อออกแล้วไปคั่วกับเกลือเทาด้วยไฟระดับปานกลางจนได้ความหอม กรอบ และรสชาติหวานมันตามธรรมชาติ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำพร้อมบรรจุถุงขายได้ทันที

สำหรับคนที่สนใจ “เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือ” ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์สว่างวีระวงศ์ (บ้านคำนกเปล้า) ตั้งอยู่ที่ 93 หมู่ 12 บ้านคำนกเปล้า ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี สามารถติดต่อสอบถามสั่งซื้อไปได้ทาง เฟซบุ๊ก : นายรุ่งทวี คำแข็ง หรือ โทร. 09-3320-6298… ซึ่งการแปรรูปที่เป็นการนำสูตรการคั่วหมกเกลือโบราณ ที่เป็นอัตลักษณ์ทางภูมิปัญญามาต่อยอดทำให้เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือมีกลิ่นหอมและรสชาติหวานมันเป็นเอกลักษณ์ และยังเพิ่มมูลค่าได้อีกด้วย ซึ่งสามารถใช้เป็น “ช่องทางทำกิน” ได้อย่างน่าสนใจ.
————————————————
บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน
คู่มือลงทุน…เม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วเกลือ
ทุนเบื้องต้น ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจ
ทุนวัสดุ ขึ้นอยู่กับราคาของวัตถุดิบ
รายได้ ราคา 500 บาท/กิโลกรัม
แรงงาน 2 คนขึ้นไป
ตลาด ขายออนไลน์, ร้านของฝาก
จุดน่าสนใจใช้ภูมิปัญญาเพิ่มมูลค่า



