ปล่อยให้แฟนคลับรอคอยกันอยู่นานสำหรับภาพยนตร์ไทยเรื่อง “รินรดา RINRADA: The Influencer” ที่โชว์ทีเซอร์หนังนานกว่า 10 เดือน เป็นภาพของสาวสวยอย่างน้อง “โยชิ – รินรดา ธุระพันธ์” รับบท “รินรดา” สาวอินฟูฯ สุดสวย ที่ต้องจบชีวิตตัวเองเพราะถูกสังคมบีบคั้น จนกลายเป็นผีร้ายที่พร้อมจะสางแค้นเอาคืน ขณะที่ตัวพระเอก ได้ “กระทิง ขุนณรงค์ ประเทศรัตน์” รับบท “ปอ” พ่อค้าหนุ่มขายบะหมี่เกี้ยวผู้รักนางเอกสุดหัวใจ นอกจากนี้ยังดมี น้องนีน่า – ณัฐชา เจสสิกา พาโดวัน รับบท “ฮันน่า” เด็กสาวปริศนาจากปรโลก โดยตัวหนังยาวกว่า 1 ชั่วโมง 53 นาที สังกัดค่าย THAM STUDIO19 กำกับโดย อาทิตย อาริยวงศ์ษา
เรื่องย่อ รินรดา อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังที่ต้องเผชิญกับการถูกกระแสสังคมและชาวเน็ตโจมตีอย่างหนัก จนกระทั่งตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดลงมาจากชั้น 14 ของคอนโดมิเนียม แต่แล้วเธอได้โอกาสตื่นขึ้นมาในฐานะวิญญาณที่มีเวลาเพียง 49 วันในการกลับมายังโลกมนุษย์ เพื่อทวงถามความจริง สะสางเรื่องราว และเอาคืนผู้คนที่เคยไล่เธอไปตาย โดยมี ฮันน่า เด็กสาวลึกลับจากปรโลกคอยคุมกฎของเวลา และ ปอ ชายหนุ่มขายบะหมี่เกี๊ยว ที่พยายามช่วยเหลือเธอไม่ให้ตกอยู่ในชะตากรรมของสัตว์นรกที่ผู้คนในโลกโซเชียลร่วมกันสร้างขึ้น

จุดแข็ง เรื่องนี้ดาราแคสติ้งมาตรงปก และทรงพลังมาก “โยชิ” แบกบทหนัก ๆ ทั้งเรื่องแต่ก็ยังเอาอยู่ ด้วยฐานะอินฟลูเอนเซอร์ตัวจริง ยิ่งช่วยส่งพลังการแสดงให้ความรู้สึกอินและสมจริงทุกอารมณ์ ทั้งในด้านความเปราะบางและความแค้น ในส่วนของหนุ่มกระทิง เคมีทั้งสองเข้ากันได้ดีมาก เพียงแต่พาร์ทกระทิงอาจจะดูหน่อมแน้ม ไม่ค่อยดุเดือดเท่านางเอก

ที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ การหยิบจับประเด็นสังคม อย่าง Cyberbullying, Cancel Culture การใช้ศาลเตี้ย มาขยี้ได้ตรงจุด เปลี่ยนพฤติกรรม “พิมพ์เอาสนุก” บนโซเชียลให้กลายเป็นความสยองขวัญที่จับต้องได้ พล็อตเรื่องมีเงื่อนไขเวลาชัดเจน การใส่คอนเซปต์ 49 วันหลังความตายตามความเชื่อเรื่องวิญญาณ ช่วยเร่งจังหวะของเรื่องให้มีความตื่นเต้นและลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลา

จุดอ่อน ความไปไม่สุดในด้านความสยองและน่ากลัว ซึ่งควรจะเป็นจุดขายหลัก โดยเฉพาะการขยี้ปมสางแค้นเอาคืนชาวเน็ต ยังมีความสะเปะสะปะ ไม่ได้ล็อกเป้าหมาย เส้นเรื่องคาดเดาได้ง่าย สำหรับแฟนหนังแนว Slasher หรือภาพยนตร์แนวฆาตกรไล่เชือด อาจจะคาดหวังว่า “รินรดา” จะคือหนึ่งในผีร้ายไล่เชือด ทว่าบทของผีร้ายกลับเบาบาง ไม่ได้น่ากลัวหรือสร้างภาพจำใด ๆ ได้เลย สิ่งที่ต้องติติงมาก ๆ ก็คือ การเอาภาพของการปลิดชีพตัวเอง (ตกตึก) มาเผยให้เห็นหลาย ๆ รอบ สร้างความดูหดหู่ใจ และดำดิ่ง มากกว่าเป็นการโชว์ความสยองขวัญ แบบหนังไล่เชือดที่ตัวหนังพยายามจะสื่อ

3/5 กะโหลก สำหรับหนังผีรุ่นใหม่ที่พยายามสร้างสรรค์ความน่ากลัวไล่เชือดกันแบบทะลุ WiFi แต่ก็ยังไปไม่ถึงความหลอน ความน่ากลัวที่ติดตา อย่างที่เหล่าคอหนังสยองขวัญคาดหวังเอาไว้ แต่ทั้งนี้ด้วยการแสดงอันดยอดเยี่ยม และเคมีของนักแสดงคู่พระนาง ตลอดจนตัวหนังที่พยายามจะสื่อมุมมองทางสังคม ก็ยังทำให้แนวทางของหนังมีความน่าดู น่าติดตาม เป็นงานไอเดียใหม่ ๆ ที่น่าสนใจทีเดียว

———————————————————————–
คอลัมน์ : ดูหนังกับหมี
โดย : แพนด้าอ้วน
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก THAM STUDIO19



