เกี่ยวกับข้อมูลเรื่องนี้มีการเผยแพร่ไว้ใน เว็บไซต์กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (www.ditp.go.th) จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้ข้อมูลว่าจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภค การบริโภคข้าวที่ลดลง ตลอดจนปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าสู่สังคมสูงวัยของเกษตรกร การขาดแคลนแรงงานและผู้สืบทอดอาชีพเกษตรกรรม ตลอดจนข้อจำกัดด้านพื้นที่เพาะปลูก ปัจจัยเหล่านี้ได้ส่งผลให้ญี่ปุ่นยังคงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารและวัตถุดิบจากต่างประเทศในหลายประเภท พื่อรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำหรับไทยในการขยายการส่งออกสินค้าอาหาร เนื่องจากไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและแปรรูปสินค้าเกษตรและอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มสำคัญ เช่น อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผลไม้ อาหารพร้อมรับประทาน ผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งผู้ประกอบการไทยในกลุ่มสินค้าเหล่านี้ จึงมีโอกาสที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดจากข้อจำกัดด้านการผลิตภายในของประเทศญี่ปุ่นได้

อย่างไรก็ตาม แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องเผชิญก็คือ การแข่งขันที่สูงมากจากประเทศผู้ส่งออกอาหารอื่น ๆ รวมถึงมีเรื่องของข้อกำหนดและมาตรฐานการนำเข้าของญี่ปุ่นที่มีความเข้มงวด ดังนั้น การรักษามาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนการสร้างความน่าเชื่อถือและความต่อเนื่องในการจัดส่งจึงเป็นสิ่งสำคัญของผู้ประกอบการไทย ทั้งเรื่องของการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด ตลอดจนในเรื่องของการรักษาตลาดในระยะยาวด้วย

ทั้งนี้ ข้อมูลของ สคต. ณ กรุงโตเกียว ยังได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะถึงผู้ประกอบการไทยที่สนใจสร้างโอกาสจากตลาดญี่ปุ่นไว้ ดังนี้ 1.ควรใช้ประโยชน์จากความตกลง JTEPA เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีและลดต้นทุนการนำเข้าสินค้า2.ควรเพิ่มสัดส่วนการเจาะตลาดในกลุ่มสินค้าที่สอดคล้องกับเทรนด์ ความต้องการของตลาด และพฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่น เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารพร้อมรับประทาน อาหารที่เหมาะกับสังคมสูงวัย 3.ควรเร่งสร้างความร่วมมือกับผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายญี่ปุ่นไปพร้อมกัน เพื่อพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่มีความมั่นคงในระยะยาว 4.ควรพัฒนาบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าเป็นภาษาญี่ปุ่นให้ถูกต้องและเหมาะสมกับกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ รวมถึงควรออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้งานง่ายและมีข้อมูลโภชนาการที่ชัดเจน ซึ่งถ้าหากทำได้อาจเป็นปัจจัยช่วยให้ผู้ประกอบการไทยรรักษาและขยายตลาดสินค้าอาหารไทยในญี่ปุ่นได้อย่างยั่งยืน และนี่เป็นข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจในตลาดประเทศญี่ปุ่นสามารถศึกษาเป็นข้อมูล เพื่อนำไปปรับใช้ได้.


ศิริโรจน์ ศิริแพทย์ [email protected]