เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ เรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กจากแคนาดา ในอัตรา 50% เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว โรงงานผลิตเหล็กแห่งหนึ่งในรัฐควิเบก สูญเสียคำสั่งซื้อสลักเกลียวและอุปกรณ์ตัวยึดไปประมาณหนึ่งในสาม ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์
ปัญหาของโรงงานแห่งนี้ส่งผลให้บริษัท ไฮโค (Heico) ระงับการจ้างงาน ปิดโรงงานในรัฐควิเบก และเลิกจ้างพนักงานหลายสิบคน ตลอดจนสะท้อนถึงความวิตกกังวลในวงกว้าง เกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในรัฐควิเบก ซึ่งจะมีการเลือกตั้งระดับรัฐภายในวันที่ 5 ต.ค. นี้


แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวก่อนหน้านี้ในรัฐควิเบก กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกต้องการแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น แต่ผลสำรวจความคิดเห็นกลับเผยให้เห็นว่า ในครั้งนี้ การสนับสนุนให้รัฐควิเบกแยกตัวออกจากแคนดาอยู่ที่ประมาณ 30% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายสิบปี


หลายฝ่ายในรัฐควิเบกแสดงความกังวลว่า ภัยคุกคามจากทรัมป์ที่มีต่อแคนาดาหมายความว่า วิธีที่ดีที่สุดในการอนุรักษ์วัฒนธรรมฝรั่งเศสอันเป็นเอกลักษณ์ของรัฐ คือ การอยู่ภายในแคนาดาต่อไป “อย่างน้อยในตอนนี้”


อนึ่ง คำข่มขู่ของทรัมป์ที่จะทำให้แคนาดาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐ และผลกระทบจากนโยบายภาษีของเขา กระตุ้นให้เกิดกระแสความรักชาติแคนาดาอย่างล้มหลามในรัฐควิเบก ซึ่งเป็นรัฐเดียวที่ข่มขู่เป็นประจำว่าจะแยกตัวออกจากแคนาดาแผ่นดินใหญ่ และเคยมีการลงประชามติในประเด็นนี้มาแล้ว 2 ครั้ง


ในฐานะรัฐเดียวของแคนาดาที่ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาฝรั่งเศส รัฐควิเบกมีขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ก่อตั้งมาอย่างยาวนาน ซึ่งให้เหตุผลว่าการแยกตัวอิสระจากแคนาดา เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องวัฒนธรรมและภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ โดยรัฐควิเบกไม่เคยลงนามในรัฐธรรมนูญของแคนาดาอย่างเป็นทางการ และกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอ้างว่าชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศสมักถูกมองข้ามโดยคนส่วนใหญ่ที่ใช้ภาษาอังกฤษ


อย่างไรก็ตาม การยอมรับอย่างชัดเจนถึงความเสี่ยงจากทรัมป์ที่มีต่อขบวนการเรียกร้องเอกราชของรัฐควิเบก สอดคล้องกับรูปแบบที่กว้างขึ้น ซึ่งนโยบายและวาทกรรมของผู้นำสหรัฐ รวมถึงจุดยืนของเขาเกี่ยวกับกรีนแลนด์ บ่อนทำลายความพยายามของการแบ่งแยกดินแดนในที่อื่น ๆ


ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่เป็นที่ชื่นชอบในรัฐควิเบก โดยข้อมูลเดือน ส.ค. จากนายแองกัส รีด นักสำรวจความคิดเห็น พบว่ามีประชาชนในรัฐควิเบกเพียง 10% เท่านั้น ที่มีมุมมองที่ดีต่อทรัมป์ ซึ่งแม้สหรัฐและแคนาดาจะบรรลุข้อตกลงเพื่อลดภาษีนำเข้า แต่มันก็ไม่มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเห็นของสาธารณชนได้


“ทรัมป์เป็นตัวแทนของทุกสิ่งที่รัฐควิเบกต่อสู้มาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ในแง่ของการสร้างสังคมที่ทันสมัยและก้าวหน้า เนื่องจากนโยบายอนุรักษนิยมของเขา รวมถึงความคิดเห็นของรัฐบาลวอชิงตันที่ว่า ข้อกำหนดด้านภาษาฝรั่งเศสของรัฐควิเบกเป็นอุปสรรคทางการค้า ล้วนไม่ได้รับความนิยม” นายโจนาธาน คัลเลส อดีตที่ปรึกษาประจำรัฐควิเบก ในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด กล่าว

กระนั้น นโยบายของทรัมป์ส่งผลกระทบทางการเงินอย่างรุนแรงในรัฐควิเบก และนักเศรษฐศาสตร์หลายคนชี้ให้เห็นว่า รัฐควิเบกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากภาษีของทรัมป์ เนื่องจากการกระจุกตัวของอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เหล็ก และอะลูมิเนียม.

ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS