เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิต จ.กาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2/2569 ที่ห้องประชุมฟ้าแดดสงยาง ชั้น 2 ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ วานนี้ (26 ส.ค.) โดยมีนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานการประชุม เพื่อติดตามสถานการณ์และขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสุขภาพจิตของ จ.กาฬสินธุ์ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งมีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง

นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการติดตามการดำเนินงานตามภารกิจของคณะอนุกรรมการสุขภาพจิตจังหวัดฯ ซึ่งครอบคลุมการลดอัตราการฆ่าตัวตาย การเฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวชที่มีความเสี่ยงสูงต่อการก่อความรุนแรง หรือ SMI-V การติดตามและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติด การดูแลสุขภาพจิตเด็กและเยาวชน และการแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่

โดยการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติดก่อนก่อความรุนแรง (SMI-V) ได้มีการนำเสนอข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการวางแผนดำเนินงาน โดยข้อมูลระดับประเทศกลุ่ม V2-V4 รวม 61,394 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช 27,286 คน หรือร้อยละ 44.83 ผู้ป่วยที่มีโรคร่วมจิตเวชและสารเสพติด 6,584 คน หรือร้อยละ 10.73 และผู้ป่วยสารเสพติด 27,524 คน หรือร้อยละ 44.44 ขณะที่ผู้ป่วยจิตเวชและสารเสพติดก่อนก่อความรุนแรงกลุ่ม V1-V4 มีจำนวนรวม 86,633 คน

นายสุวรรธณ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมได้เน้นแนวทางการดูแลผู้ป่วย SMI-V ที่ขาดการรักษา โดยให้ความสำคัญกับการค้นหาและติดตามผู้ป่วยเชิงรุกผ่านระบบ V-SCAN ซึ่งมุ่งนำผู้ป่วยจิตเวชและยาเสพติดที่มีความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการรักษา รวมถึงการค้นหาข้อมูลผู้ป่วย SMI-V จากระบบฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถวางแผนติดตามและให้ความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในระดับพื้นที่ ได้กำหนดกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการสุขภาพจิตจังหวัดและกรุงเทพมหานคร ระดับอำเภอ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข และภาคประชาชน

โดยเน้นการสนับสนุน ปรึกษา และร่วมทีม เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง หากครอบครัวและชุมชนมีความพร้อมในการดูแล จะสนับสนุนให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องและป้องกันการขาดยา ขณะที่กรณีครอบครัวหรือชุมชนไม่พร้อม จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงพยาบาล หน่วยบริการด้านสุขภาพจิต ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพ และหน่วยงานด้านยาเสพติด เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าสู่กระบวนการดูแลที่เหมาะสม

“นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบข้อมูลสถานการณ์ผู้ป่วย SMI-V ที่ขาดการรักษาแยกรายเขตสุขภาพ โดยภาพรวมพบว่าในปีงบประมาณ 2568 มีสัดส่วนร้อยละ 54.11 และปีงบประมาณ 2569 มีสัดส่วนร้อยละ 44.68 สะท้อนถึงความจำเป็นในการเร่งรัดการค้นหา ติดตาม และนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุรุนแรงและผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และสังคม และได้พิจารณาสถานการณ์ผู้ป่วยที่น่าสนใจในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมแนวทางการบังคับใช้กฎหมายในการดูแลก่อนเกิดเหตุความรุนแรง

ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานกรณีเหตุรุนแรงในโรงเรียน โดยมุ่งเน้นการเฝ้าระวัง คัดกรอง ประเมินความเสี่ยง ส่งต่อ และติดตามผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ รวมทั้งสร้างความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชน โรงพยาบาล ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” นายสุวรรธณ์ กล่าว

ทั้งนี้ นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานเชิงรุกและการบูรณาการทุกภาคส่วนในการดูแลสุขภาพจิตประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและมีความเสี่ยงต่อการก่อความรุนแรง ต้องเร่งค้นหา เข้าถึงตัวผู้ป่วย นำเข้าสู่การรักษา และติดตามต่อเนื่อง

พร้อมให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อป้องกันการเกิดเหตุรุนแรงและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชน เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนระบบสุขภาพจิตแบบบูรณาการ ตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน คัดกรอง รักษา ฟื้นฟู และติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้อย่างทั่วถึง ลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพจิตและยาเสพติด และสร้างสังคมที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

นายสุวรรธณ์กล่าวในตอนท้าย ดังนั้น จึงได้มีข้อสั่งการสั่งการ ให้คณะกรรมการสุขภาพจิต จ.กาฬสินธุ์ ทำการรี-เอกซเรย์ผู้ป่วยจิตเวช และมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1.ตรวจสอบซ้ำตามฐานข้อมูลหรือมีการลดการเพิ่มหรือไม่ ซึ่งเป็นการปิดกระดุมเม็ดแรก เริ่มจากรีเช็คร่วมกับตำรวจ นายอำเภอ ผู้นำชุมชน 2. คัดกรองแบ่งเกรด สีส้ม สีแดง สีเหลือง สีเขียว แค่ไหน และ 3. เอาให้อยู่ ผู้ป่วยจิตคนไหนดูแลรักษาได้ ก็ช่วยกันดูแลอย่างเต็มที่ หรือหากคนไหนดูแลไม่ได้ ก็ให้ดำเนินการส่งข้างนอกหรือโรงพยาบาลมินิธัญญารักษ์

“สำหรับคนที่ดูแลได้ ก็ต้องวางระบบการดูแล ไม่ว่าจะเป็นการกินยาหรือฉีดยา ให้ตรงตามที่หมอกำหนด ทำไงไม่มีสารไปกระตุ้นทางจิต เช่น สุรา ยาเสพติด ดังนั้นการที่จะทำให้ได้ผล ต้องมีการออกคำสั่งดูแลเฉพาะ เช่น ตำรวจ สาธารณสุข ติดตามถึงผลการรักษาอย่างใกล้ชิด ซื้อยาเสพติดจากใคร ต้องรายงานทุกวัน เช็คทุกสัปดาห์ มีการติดตาม เฝ้าระวังอย่างเข้มข้น เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยจิตและยาเสพติดจะลดลง เพราะเรื่องสุขภาพจิตสำคัญอย่างยิ่ง กระทบกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม หากได้รับการแก้ไขจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น สังคมไทยก็จะเป็นสังคมน่าอยู่ ทุกคน ทุกฝ่ายต้องบูรณาการ และช่วยกันอย่างทุ่มเท” นายสุวรรธณ์ กล่าวในที่สุด.