ที่สำคัญจากนี้….จะเหลือโอกาสเพียง 1 ปี ก่อนข้อหาสุดท้ายขาดอายุความ “ทีมข่าวอาชญากรรม” สรุป 5 ข้อหาที่ถูกดำเนินคดี พร้อมสถานะคดีในปัจจุบัน ดังนี้
1.ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด (ขาดอายุความ)
2.ข้อขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย (ขาดอายุความ)
3.ข้อหาขับรถชนแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือ ไม่แจ้งเจ้าพนักงาน (ขาดอายุความ)
4.ข้อหาเสพยาเสพติด(โคเคอีน) (ขาดอายุความ)
5.ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย อายุความ 15 ปี (เหลืออายุความ 1 ปี)
ข้อกังวลขณะนี้คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนด นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ

- คดีตั้งต้นนับ“ถอยหลัง” แต่คดีเกี่ยวพันยัง“เดินหน้า”
กรณีร่วมกันเปลี่ยนแปลงความเร็วรถ ที่เกี่ยวพันเพิ่มเติมจากคดีหลัก ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนให้ดำเนินคดีอาญากับบุคคล 8 ราย โดยสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ประกอบด้วย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง , พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข , พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี , นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม , นายธนิต บัวเขียว , นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร , รศ.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม และนายเนตร นาคสุข
ทั้งนี้ วันที่ 22 เม.ย.2568 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ลงโทษ 2 ราย อีก 6 ราย ยกฟ้อง สองรายที่ถูกลงโทษคือ นายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม (อดีตอัยการอาวุโส) ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด โทษจำคุก 2 ปี

อีกรายนายเนตร นาคสุข (อดีตรองอัยการสูงสุด) ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด โทษจำคุก 3 ปี
ต่อมาวันที่ 27 ส.ค.2568 อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีคำสั่งอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษ 6 จำเลยที่ยกฟ้องในทุกฐานความผิดตามคำฟ้อง และเห็นชอบอุทธรณ์นายชัยณรงค์ และนายเนตร
ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด พบคดีเปลี่ยนแปลงความเร็วรถยังอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำพิพากษาออกมา

- ย้อนเส้นทาง 14 ปี กับ“จุดเปลี่ยน”สุดฉาวกระบวนยุติธรรม
จากช่วงเกิดเหตุวันที่ 3 ก.ย.2555 แม้คดีจะเป็นที่จับตาความเคลื่อนไหว แต่หลังการหลบหนีออกนอกประเทศดูเหมือนจะความคืบหน้าเงียบหาย ก่อนจู่ ๆ ในเดือน ก.ค.2563 ปรากฎข่าวใหญ่ข้ามโลกจากสื่อต่างประเทศ ระบุอัยการสูงสุดมีมติ“สั่งไม่ฟ้อง” ข้อหาเดียวที่ยังเหลืออายุความ จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทวงถามเหตุผล เมื่อคำสั่ง“เงียบกริบ”ในประเทศไทย แต่“ฉาวโฉ่”ไกลมาจากสื่อต่างประเทศ
กระแสความรู้สึกไม่เป็นธรรมที่ส่อเค้ารุนแรงกระทบภาพกระบวนการยุติธรรม ส่งผลให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สั่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน” ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน หวังคลี่คลายข้อสงสัยคาใจ

โดยเฉพาะ 2 ปมสำคัญที่ทำคดีพลิกผันคดี ได้แก่ ผลตรวจความเร็วรถยนต์ที่เปลี่ยนจาก 177 กม.ต่อชม. เป็นไม่เกิน 80 กม.ต่อชม. และการปรากฏขึ้นของ 2 พยานบุคคลที่เพิ่งออกมาให้การเรื่องความเร็วรถหลังผ่านเหตุการณ์มานาน ยืนยันเห็นรถขับมาด้วยความเร็วปกติ ก่อนต่อมาไม่นานนายจารุชาติ มาดทอง หนึ่งในพยานปากเอกประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน
ตามรายงานข้อเท็จจริงครั้งนั้น ได้ข้อสรุปพบพฤติการณ์ที่มีลักษณะเป็น“ขบวนการสมคบคิด”ช่วยเหลือผู้ต้องหาพ้นผิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน พร้อมชี้ผู้เกี่ยวข้อง 8 กลุ่ม 1.ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับสำนวน 2.อัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ 3.ผู้บังคับบัญชาที่แทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 4.สมาชิกสภานิติบัญญัติ(สนช.)ซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 5.ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ 6.ทนายความ 7.พยานที่ให้การเป็นเท็จ และ 8.ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิด

- จากลอยนวล ลุ้นไร้มลทิน
ตามข้อมูลนายวรยุทธเดินทางออกนอกประเทศไทยตั้งแต่ปี 2560 และไม่เคยเดินทางกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยสื่อต่างประเทศเคยนำเสนอภาพนายวรยุทธพำนักอยู่ย่านหรูในประเทศอังกฤษ
ขณะที่การติดตามจับกุมของตำรวจ มีการประสานงานกองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(บช.สตม.) เพื่อตรวจสอบการเดินทางเข้า-ออกประเทศ ปัจจุบันยังไม่พบข้อมูลการเดินทางกลับเข้ามาราชอาณาจักรไทย กองการต่างประเทศ มีการแจ้งตำรวจสากล ออกหมายแดง (Red Notice) และประสานงานสืบหาที่อยู่ปัจจุบันเพื่อนำตัวมาดำเนินคดี
ขั้นตอนจากนี้จึงเป็นหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัว เพื่อส่งอัยการนำตัวส่งฟ้องให้ทันภายในอายุความ 3 ก.ย.2570 หากพ้นกรอบเวลาถือว่าคดีสิ้นสุด ไร้มลทินทางกฎหมาย.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



